ข่าว

ศาลให้ประกัน'หมอสุพัฒน์'ข้อหาฆ่าพม่า

ศาลให้ประกัน'หมอสุพัฒน์'ข้อหาฆ่าพม่า

11 ก.ค. 2556

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 อนุญาตให้ 'หมอสุพัฒน์'ได้รับการประกันตัวแล้ว กำหนดวงเงินประกันตัว 3 คดีรวม 4 ล้านบาท มีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักรและห้ามยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน

               เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่บัลลังก์ 19 ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้อ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ภาค 7 ในคดีที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์   โรงพยาบาลตำรวจ จำเลย ที่ถูกพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี สั่งฟ้อง 3 คดี คือ คดีแรก คดีพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์  จำเลยที่ 1 นายเอก เลาหะวัฒน์ จำเลยที่ 2 นายอัคร เลาหะวัฒนะ จำเลยที่ 3 ข้อหาร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน , คดีที่สอง พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ ฟ้อง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ จำเลย ข้อหาผิดต่อ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และ พรบ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 และคดีที่สาม พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์  จำเลยที่ 1 น.ส.วิลสา จันทรบัญชร จำเลยที่ 2 คดีลักทรัพย์และรับของโจร โดย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ได้ขอศาลอุทธรณ์ภาค 7 ปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นไม่อนุญาต อ้างการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ เกรงหลบหนี หรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยาน และที่ผ่านมามีเพียง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่บุตรชายทั้งสองและภรรยาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปเมื่อการสอบปากคำเสร็จสิ้น

              ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 ก.ค.   2556 และส่งมายังศาลจังหวัดเพชรบุรีเพื่ออ่านคำสั่งในวันนี้ โดยเบิกตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ จากเรือนจำกลางเพชรบุรี มาฟังคำสั่งด้วยตนเอง โดยอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยมีอาชีพและที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อถูกกล่าวหาก็เข้ามอบตัวสู้คดี โดยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี แสดงถึงความพร้อมในอันที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามกระบวนการยุติธรรมโดยชอบ กรณีจึงสมควรให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาได้  ภายใต้เงื่อนไข   ห้ามออกนอกราชอาณาจักรและห้ามยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน   ตีราคาประกันคดีร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา 3 ล้านบาท คดีความผิดตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ และ พรบ.การทำงานของคนต่างด้าวฯ คดีละ 5 แสนบาท โดย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ได้ให้ญาตินำโฉนดที่ดินมาวางเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว ซึ่ง พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ได้ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางเพชรบุรี ในเวลา 17.00  น. วันที่ 11 ก.ค.

              คดีของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ มีขึ้น ในปลายปี 2555  โดย นายสว่าง นุ่มจุ้ย เจ้าของกิจการไร่สับปะรดใน จ.เพชรบุรี และ น.ส.วิมล นุ่มจุ้ย บุตรสาว เจ้าหน้าที่สถิติ ระดับ 3 โรงพยาบาลตำรวจ ได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี ว่าพบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า ไทเกอร์ สีเทา ของนายสามารถ นุ่มจุ้ย อายุ 30 ปี กับ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายและบุตรสะใภ้ของนายสว่าง ที่หายไปทั้งคนทั้งรถนาน 3 ปี ที่บ้านร้างของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ที่ จ.นนทบุรี ผู้ให้เบาะแสการพบรถคือ นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชาย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์

              ต่อมามีการสืบสวนขยายผลไปค้นบ้านพักในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่บ้านท่ามะริด ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และคลินิกของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ในกรุงเทพฯ พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก นอกจากนี้ทางสืบสวนยังพบว่า มีแรงงานชาวพม่าที่อยู่ในการดูแลของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่เข้าเมืองโดยมิได้รับอนุญาตจำนวนหลายคน และจากการขุดบริเวณไร่หลังบ้านที่ ต.กลัดหลวง ตามคำบอกเล่าของนายสุเทพ พบโครงกระดูกจำนวน 4 โครงถูกฝังอยู่ บางโครงมีร่องรอยถูกกระสุนปืนที่กะโหลกศีรษะ ซึ่งเมื่อตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ  แล้วพบว่าเป็นโครงกระดูกของนายอิต้าแรงงานชาวพม่าที่สูญหายไป ทั้งยังพบว่า มีการทารุณแรงงานชาวพม่า หลายคนทำงานโดยมิได้รับค่าตอบแทน 

              ทั้งนี้ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ถูกจับกุมตัวได้ที่ปึกเตียนวิลล่า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางเพชรบุรีตลอดมา กระทั่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในวันนี้