
จับ'แก๊งอินโด'งัดรถฉกเงินเหยื่อ
รวบ"แก๊งอินโดนีเซีย" งัดรถยนต์ฉกเงินอาศัยจังหวะเหยื่อเบิกจากแบงก์ขับตามสบโอกาสช่วงแวะจอดงัดรถขโมยเงินทรัพย์สินส่งกลับประเทศเผยทำเป็นอาชีพนานหลายปี
วันที่ 11 ก.ค.56 เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) พร้อมนายตำรวจชั้นผุ็ใหญ่ร่วมกันแถลงผลตำรวจสืบสวนสน.ร่มเกล้า จับกุมแก๊งชาวอินโดนีเซียงัดรถยนต์ฉกเงินและทรัพย์สินของมีค่าจากผู้เสียหายในพื้นที่ได้ผู้ต้องหา 4 คือนายแฮลมี (Helmie Nur) อายุ 44 ปี ทำ หน้าที่ใช้เหล็กแหลมแทงประตูรถยนต์งัดเอากระเป๋าและทรัพย์สินผู้เสียหาย นายโซปันพัทรา อายุ 41 ปีทำหน้าที่ดูต้นทาง นายปีท็อป อายุ 49 ปี ทำหน้าที่ขัรถและนายเฮอร์ทีก้า อายุ 45 ปี นั่งในรถยนต์คอยช่วยเหลือเวลาก่อเหตุโดยทั้งหมดถือพาสปอร์ตเข้าออกอย่างถูกต้องตามกฎหมายพร้อมของกลางรถยนต์ผู้เสียหายจำนวน 4 คันกระเป๋าเงินที่ได้จากการก่อเหตุ 16 ใบ เหล็กแหลม 1 อัน และเอกสารการส่งเงินกลับไปประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 15 ฉบับ
พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ ผกก.สน.ร่มเกล้า กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายงัดประตูรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีขาว จอดในลานจอดรถปั๊มน้ำมัน ปตท. ข้างโรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ได้เงินสดไป 105,000 บาท โดยพฤติการณ์ของคนร้ายแก๊งนี้ จะขับรถยนต์เข้าไปจอดที่ลานจอดรถของธนาคารต่างๆ และคอยสังเกตผู้เสียหาย ตั้งแต่จอดรถกระทั่งเบิกเงินกลับมาเก็บไว้ที่รถ และขับรถตามประกบตั้งแต่ออกจากธนาคาร กลุ่มคนร้ายจะติดตามกระทั่งผู้เสียหายจอดรถไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามแต่ส่วนใหญ่จะจอดแวะเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน บางรายจอดแวะซื้อของในมินิมาร์ท
ผกก.สน.ร่มเกล้า กล่าวต่อว่า กลุ่มคนร้ายจะใช้จังหวะในช่งนั้นลงมือก่อเหตุใช้เหล็กแหลมเจาะรูกุญแจเข้าไปขโมยฉกเอาซองเงินและกระเป๋าถือของมีค่านำมาแบ่งกันหากเป็นสิ่งของก็จะเอาไปขายได้เงินมาก็โอนเงินกลับไปให้ที่บ้านในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งแก๊งนี้ทำเป็นขบวนการมีด้วยกัน 4 คน แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนถือพาสปอร์ตถูกต้อง เนื่องจากเดินทางไปตีตราชายแดนฝั่งกัมพูชา จ.หนองคายเป็นประจำทุก 3 เดือน โดยนายปีท็อปนั้นมีภรรยาเป็นคนไทยเข้าอาศัยอยู่ใน กทม.นานกว่า 20 แล้ว ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งจึงชักชวนเพื่อนๆ เข้ามาร่วมก่อเหตุดังกล่าวเพราะรายได้ดีซึ่งที่ผ่านมาเช่อว่าน่าจะกระทำการมาแล้วหลายครั้งเป็นเวลาหลายปี แต่ผู้ต้องหารับสารภาพเพียง 10 ครั้งเท่านั้น ซึ่งตำรวจเองยังไม่ปักใจเชื่อ อยากฝากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกกลุ่มคนร้ายก่อเหตุงัดรถชิงทรัพย์ให้มาดูของกลางได้ที่ สน.ร่มเกล้าเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า เข้ามาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 1 ปี โดยเช่าห้องพักในย่านรามคำแหงและร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำมาแล้ว 10 ครั้ง ซึ่งรถที่ใช้ก่อเหตุได้เช่ามาจากเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ที่รู้จักกันเดือนละ 25,000บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ โดยทำลายสิ่งกีดกั้น สำหรับบุคคลหรือทรัพย์หรือรับของโจร และเอาไปซึ่งเอกสารผู้อื่น



