ข่าว

'เอเชียนา'ตก!พุ่งเป้าสอบนักบิน-ครูฝึก

'เอเชียนา'ตก!พุ่งเป้าสอบนักบิน-ครูฝึก

11 ก.ค. 2556

เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังพุ่งประเด็นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างนักบินกับครูฝึกของเอเชียนา แอร์ไลนส์ ว่ามีปัญหากันหรือไม่ ขณะลงจอด

 

                             11 ก.ค. 56  เจ้าหน้าที่สืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ 214 ตกกระแทกพื้น ในขณะกำลังจะลงจอดที่สนามบินนานาชาติซาน ฟรานซิสโก ระบุว่า นักบินสองคน มีปัญหากันหรือไม่ ในขณะที่เครื่องบินร่อนลงเหนืออ่าวซาน ฟรานซิสโก

                             นายอี กัง-คุก นักบินวัย 46 ปี ซึ่งมีประสบการณ์บินกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 เพียง 35 ชั่วโมง และกำลังนำเครื่องขนาดใหญ่กว่าที่เขาเคยขับลงจอดที่สนามบินซาน ฟรานซิสโก เป็นครั้งแรก นั่งอยู่ที่นั่งด้านซ้ายของห้องนักบิน โดยมีนายอี เชือง-มิน นักบินที่มีประสบการณ์กับเครื่องโบอิ้ง 777 ทำหน้าที่เป็นครูฝึกครั้งแรกในเที่ยวบินนี้เช่นกัน

                             ในขณะที่ทั้งสองคน ต่างมีประสบการณ์ทางการบินมานานหลายปี เพียงแต่ภารกิจนี้มีหน้าที่ความรับผิดชอบต่างกัน และเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้บินด้วยกัน และจบลงด้วยโศกนาฏกรรม เมื่อเครื่องบินใช้ความเร็วต่ำเกินไปและช้าเกินไป จนเครื่องกระแทกผิวน้ำก่อนกระแทกพื้นเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

                             เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังพยายามหาข้อผิดพลาด และพุ่งเป้าไปที่นักบินทั้งสอง ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ภายใต้ระบบที่มีกฎข้อบังคับที่เข้มงวด ที่บังคับใช้หลังเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก เมื่อทศวรรษที่ 1980

                             เดบอร่าห์ เฮอร์สแมน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ หรือ NTSB บอกว่า กำลังตรวจสอบความสัมพันธ์ในการทำงานของนักบินทั้งสอง เพื่อดูว่า พวกเขามีปัญหาในการสื่อสาร หรือไม่เชื่อฟังกันหรือไม่ // นักบินได้รับการฝึกให้แสดงความเห็นต่อสิ่งที่พวกเขาวิตกอย่างเปิดเผย เพื่อให้แน่ใจว่า นักบินที่อาวุโสด้อยกว่า จะรู้สึกสบายใจเมื่อมีการทักท้วงนักบินที่อาวุโสกว่า และแน่ใจว่า นักบินที่อาวุโสกว่าจะตอบสนองด้วยความยินดี

                             NTSB ได้เสร็จสิ้นการสอบปากคำนักบินทั้ง 4 คนแล้ว // นักบินที่อยู่ระหว่างการฝึก บอกว่า แสงไฟทำให้ตาเขาพร่า ในขณะที่บินอยู่ระดับ 500 ฟุต ซึ่งเป็นเวลา 34 วินาที ก่อนเครื่องกระแทกน้ำ ซึ่งนักบินได้เริ่มชะลอความเร็ว และลดความเร็ว ซึ่งเฮอร์สแมน บอกว่า ยังไม่แน่ชัดว่า เลเซอร์มีส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องตกหรือไม่

                             นักบินคนที่สาม ให้การว่า เขาได้เตือนว่า เครื่องบินใช้ความเร็วต่ำเกินไป ในขณะร่อนลงสู่รันเวย์ และในขณะที่เครื่องบินกระแทกพื้นและจอดนิ่ง นักบินได้สื่อสารกับหอบังคับการบิน พร้อมกับบอกให้ผู้โดยสารนั่งอยู่กับที่เพื่อความปลอดภัย ซึ่งใช้เวลา 90 วินาที ซึ่งเฮอร์สแมน บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเครื่องบินตกไม่มีปัญหาให้สงสัย และผู้โดยสารก็รอจนถึง 90 วินาที ก่อนจะหนีออกมา หลังเกิดไฟไหม้ด้านนอกเครื่องบิน

                             เฮอร์สแมน ย้ำว่า ในขณะที่นักบินฝึกหัดเป็นผู้บังคับเครื่องบิน ครูฝึกเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบการทำงานของพวกเขาอย่างละเอียด // สิ่งที่สายการบินพึงกระทำคือ ต้องหาคนที่เข้ากันได้อย่างดีที่สุด ที่จะทำงานร่วมกันในห้องนักบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแนะนำใครสักคนขับเครื่องบินที่ไม่คุ้นเคย

                             นักวิเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาจูเสตส์ หรือ MIT ระบุว่า เป็นเรื่องปกติที่นักบินพาณิชย์สองคนที่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จะได้รับมอบหมายให้อยู่ในเที่ยวบินเดียวกัน แต่จากผลการศึกษาพบว่า การจับคู่นักบินที่เคยทำงานด้วยกันจะปลอดภัยกว่า พวกเขามีประสบการณ์ในการสื่อสารกัน // ข้อมูลจากการสอบปากคำนักบิน , เทปบันทึกเสียงในห้องนักบิน และการสื่อสารกับหอบังคับการบิน บ่งชี้ว่า นายอี กัง-คุก นักบินที่อยู่ระหว่างฝึกบินเครื่องบินโบอิ้ง 777 และครูฝึกคือ นายอี เชือง-มิน ต่างคิดว่า ความเร็วของเครื่องอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบคันเร่งอัตโนมัติ ที่ตั้งไว้ที่ 252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

                             เฮอร์สแมนให้ความสำคัญเกี่ยวกับความรับผิดชอบของนักบินทั้งสองคน ซึ่งเธอบอกว่า แม้ในกรณีที่คันเร่งอัตโนมัติมีปัญหา นักบินก็สามารถควบคุมเครื่องได้เอง และด้วยเหตุนี้ทำให้ต้องมีนักบินถึง 2 คน ส่วนนักบินคนที่ 3 ก็มีไว้เพื่อช่วยดูการลงจอด ซึ่งเธอคิดว่า การด้อยประสบการณ์ของนักบิน มีความสำคัญน้อยกว่าปัญหาในการสื่อสารระหว่างนักบิน

 

 

--------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)