ข่าว

ลำปางเห็นภัยเปลี่ยนผู้ว่าฯบ่อยจี้'ปู'แก้

ลำปางเห็นภัยเปลี่ยนผู้ว่าฯบ่อยจี้'ปู'แก้

11 ก.ค. 2556

คนลำปางเห็นภัย'เปลี่ยนผู้ว่าฯบ่อย' ร่อนสารถึง'ปู'สะท้อนผลกระทบพัฒนาเมือง ด้านผู้ว่าฯยกการศึกษาเชิงพื้นที่เป็นฐานพัฒนายั่งยืน สกว.ยกลำปางนำร่อง


              11ก.ค.2556 นายแพทย์โกมล ภัทรฤทธิกุล ประธานคณะทำงานป๊ะกั๋นยามแลง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนภาคสังคม ที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อดำเนินงานด้านสังคมต่าง ๆ เปิดเผยว่า  ทางกลุ่มได้มีการออกจดหมายเปิดผนึกและมีการลงนามร่วมกันของประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ส่งไปยังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อสะท้อนให้เห็นอุปสรรคและผลกระทบในการพัฒนาเมืองลำปาง จากการเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางบ่อย โดยเฉพาะช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนผู้ว่าฯแล้ว  8 คน ทำให้ทางคณะทำงานป๊ะกั๋นยามแลง จ.ลำปาง ได้จัดเวทีเสวนาครั้งที่ 29 ขึ้น ในหัวข้อ “5 ปี 8 ผู้ว่า ลำปางหนาจะทำอย่างไร” ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลจากการเสวนาส่งไปยังนายกรัฐมนตรีใน 4 ข้อดังนี้คือ
 
              1.เสนอต่อนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมการปกครอง ให้ผู้ว่าฯลำปางที่จะย้ายมาอยู่ ต้องเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง มีประชาชนเป็นเป้าหมายหลักในการทำงาน 2.ระยะเวลาที่มาปฎิบัติราชการควรที่จะยาวนานพอสมควร เพื่อให้มีเวลาทำงานและสร้างผลงานพัฒนาจังหวัด ซึ่งควรมีระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป  3.ชาวลำปางจะผนึกกำลังเพื่อสร้างวาระของ จ.ลำปาง เช่น ให้เมืองลำปางเป็นเมืองเกษตรยั่งยืน ไร้สารเคมี ไร้มลพิษ หรือเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อเสนอต่อผู้ว่าฯ ที่มาปฎิบัติหน้าที่ใน จ.ลำปาง ถึงแม้จะเปลี่ยนผู้ว่าฯกี่คน คนลำปาง ก็จะเป็นหลักในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องไป

              และข้อ 4.ชาวลำปางตระหนักดีว่า การที่จะพัฒนาเปลี่ยนแปลงประชาชนคนลำปางต้องรู้จักสิทธิและหน้าที่ตนเอง รู้จักพลังของตนเอง ในการที่จะร่วมเปลี่ยนแปลงจังหวัด ซึ่งต้องร่วมกัน เพื่อจัดการตนเองเลือกผู้บริหารจังหวัดลำปางด้วยคนลำปางเอง จึงจะเป็นแนวทางในการพัฒนา จ.ลำปาง อย่างยั่งยืนและแท้จริงต่อไป

              สำหรับจดหมายเปิดผนึกที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี  หวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนต่อไปที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนคนเดิม ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในสิ้นปีงบประมาณนี้ จะเป็นคนที่จะสร้างบ้านเมืองลำปางให้ดียิ่งขึ้นและมีอายุราชการยาวนามพอที่จะปฎิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มความสามารถ แตกต่างไปจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในห้วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่มาเพื่อมารอเกษียณอายุราชการหรือรอโยกย้ายไปจังหวัดใหญ่ ทำให้โครงการ และแผนการพัฒนาจังหวัดหยุดชะงัก

              ขณะเดียวกันนายธวัชชัย เทิดเผ่า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เป็นประธานในการเปิดการประชุมการประชุมวิชาการ “การขับเคลื่อนความรู้เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษาเชิงพื้นที่ : จังหวัดลำปาง” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือสกว.ร่วมมือมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และ สถาบันรามจิตติ ตลอดจนเครือข่ายภาคีด้านการวิจัย และเครือข่ายภาคีภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดลำปางจัดขึ้น

              นายธวัชชัยกล่าวว่า จังหวัดลำปางเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการพัฒนาในหลายๆด้าน ที่จะสามารถตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาทั้งของจังหวัดลำปางเองและ ของประเทศ หากปัญหาที่ผ่านมาคือระบบการศึกษายังไม่สามารถตอบสนองภาคการผลิตต่างๆได้ตรงเป้า หากมีการพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเชิง พื้นที่จังหวัดขึ้นได้เป็นรูปธรรมบนฐานความรู้และเครือข่ายต่างๆของสกว.ก็จะเป็นจุดเริ่มที่ดีในการทำให้การศึกษาตอบสนองความต้องการเรื่องคุณภาพคน ของจังหวัดได้ดียิ่งขึ้น

              ผู้ว่าฯลำปาง กล่าวด้วยว่า เพราะตนเห็นว่าการพัฒนาประเทศนั้นจะต้องเริ่มที่การศึกษาและการศึกษาก็คือการสร้างคนโดยเริ่มที่ตัวเด็ก เนื่องจากการสร้างคนก็คือการสร้างชาติ ซึ่งการพัฒนานั้นมีสองแนวทางก็คือการพัฒนาจากข้างบนลงล่างและการพัฒนาจากข้างล่างขึ้นบนคือเริ่มที่พื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งการประชุมครั้งนี้คงจะมีความกระจ่างถึงแนวทางการพัฒนาได้

              ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสกว.กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นผลจากความพยายามของสกว. ในการใช้ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยเป็นฐานในการขับ เคลื่อนการพัฒนางานด้านเด็ก เยาวชนและการศึกษาภายใต้ “ยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่” หรือ Area-Based Strategy เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งพื้นที่อย่างเป็นองค์ รวม ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งจากภาคนโยบาย ภาควิชาการ และภาคชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดลำปางถือเป็นจังหวัดที่มีทุนการทำงานมากที่ สุดจังหวัดหนึ่ง มีงานวิจัยแลพัฒนาด้านเด็กเยาวชนและการศึกษาของสกว.อยู่ในพื้นที่ลำปางกว่า 60 โครงการ  

              นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาคีต่างๆ อีกหลายหน่วยงาน อาทิ สกอ. มูลนิธิปูนซีเมนต์ไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สสส. สสค. เป็นต้น  ที่ต่างมีบทบาทเข้ามาทำงานขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และจังหวัดใกล้เคียงให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งน่าจะเป็น ทุนการทำงานที่พอเพียงในการขยายผลต่อยอดไปสู่การรพัฒนาการศึกษาระดับพื้นที่จังหวัดทั้งสำหรับกรณีจังหวัดลำปางและจังหวัดใกล้เคียงต่อไป เนื่องจาก ขณะนี้จะมีการเปิดประชาคมอาเซียนทำให้คนจีนไหล่บ่าเข้ามาในพื้นที่ประเทศอาเซียนมากขึ้น ดังนั้นประเทศไทยจะมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาที่ใช้การสื่อสารคือภาษาอังกฤษ

              ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์ ประธานคณะะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดเป็นยุุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับ ทิศทางการกระจายอำนาจของประเทศและเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยให้เกิดการปรับปรุงหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน สื่อและแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนวิธี การวัดประเมินผลความสำเร็จทางการศึกษาให้สะท้อนความต้องการของเด็กและประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงยิ่งขึ้น ซึ่งทางกพฐ.ยินดีสนับสนุนและร่วมมือ กับสกว.และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนในจ้งหวัดลำปางเพื่อผลักดันยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาระดับพื้นที่จังหวัดให้เป็นจริงและเป็นตัวแบบให้แก่จังหวัดอื่นๆ  ต่อไป

              ดร.สุรัฐ  กล่าวด้วยว่า โครงการที่สกว.ให้การสนับสนุนนี้ถือว่าถูกต้องตามหลักสากลเขาทำกันและประสบผลสำเร็จจึงเป็นที่น่าชื่นใจ ความมุ่งหมายกว้างๆของ การศึกษาก็คือการยกระดับการศึกษา การพัฒนาสร้างโรงงานที่แท้จิรงอย่างเช่จะต้องเป็นโรงงานเครื่องบินเจ็ตก็ต้องที่แก้จริง ดังนั้นโรงเรียน ครูจะต้องเปลี่ยน แปลง การปฏิรูปการศึกษาของไทยจะประสบผลสำเร็จต้องเริ่มจาการปฏิรูปครูในห้องเรียนก่อน

              ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผอ.สถาบันรามจิตติในฐานะคณะทำงานฯ กล่าวว่า จากการติดตามกระแสความเคลื่อนไหวการพัฒนาด้านเด็กเยาวชนและการศึกษาในนานาประเทศ ได้เห็นทิศทางของการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างกำลังคนรุ่นใหม่ภายใต้บริบทและความหลากหลายเชิงพื้นที่มากขึ้น