
'ปชป.'จี้'ปู'แจงกองทัพ3ปมคลิปเสียง!
'ปชป.' จี้ 'นายกฯ' แจง 3 ปมจากคลิปเสียงปริศนาแก่ ผบ.เหล่าทัพ ปัดเริ่มต้นกู้ 'ไอเอ็มเอฟ'
11 ก.ค. 56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคลิปการสนทนาระหว่างบุคคลปริศนา 2 คน ว่า ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศคงไม่สนใจแล้วว่าจะเป็นคลิปจริงหรือไม่ เพราะล่าสุดเหมือนรัฐบาลเริ่มออกมายอมรับทีละนิดแล้ว โดยอ้างว่าเป็นเสียงจริง แต่อาจจะมีการตัดต่อ แต่ตนขอยืนยันว่า เป็นคลิปจริงเสียงจริง การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะให้หน่วยงานไปตรวจสอบนั้น แต่กลับไม่มีคำสั่ง หรือการดำเนินการใดๆ เป็นแค่การพูดทิ้งไป และสุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม ได้เข้าทำงานเป็นวันแรก ก็ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงกับผู้นำเหล่าทัพ 3 เรื่อง คือ 1. จะแทรกแซงกองทัพ โดยโยกย้ายผู้นำเหล่าทัพให้อยู่ภายใต้อาณัติของรัฐบาลในปี 57 เหมือนมีการพูดในคลิปหรือไม่ หากไม่จริงก็ควรพูดกับ ผบ.เหล่าทัพว่าจะไม่มีการล้วงลูก โยกย้าย หรือใช้อำนาจเกินหน้าที่ในสภากลาโหม 2. จะใช้สภากลาโหมเป็นที่ออกกฎหมายล้างผิดให้พี่ชายหรือไม่ เพราะขณะนี้สภากลาโหมมี 7 เสียง รัฐบาลมีรมว.และรมช.กลาโหม เพียงหาผู้นำเหล่าทัพอีก 2 เสียง ก็มีเสียงข้างมากแล้ว 3. นายกฯ อธิบายได้หรือไม่ว่าทำไมถึงมีการพูดจาพาดพิงสถาบันเบื้องสูงในคลิป ทำไมถึงใช้ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อต่อรองให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางกลับประเทศไทย
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีหน้าที่ในการชี้แจงและทำความกระจ่างในเรื่องเหล่านี้ เพื่อสร้างความสบายใจให้ประชาชนและกองทัพ แต่หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงแต่ไปเดินตรวจแถว ทานข้าวกับ ผบ.เหล่าทัพ แล้วแยกย้ายกันกลับ ผมเชื่อว่าจะไม่มีประโยชน์อะไร และรอยร้าวที่เกิดขึ้นนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองก็คงรับทราบรับรู้ และอาจมีการตระเตรียมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการทำหน้าที่ รมว.กลาโหมก่อนแล้ว"
นายชวนนท์ กล่าวว่า กรณีที่มีกลุ่มประชาชนออกมาชุมนุมที่หน้ากระทรวงกลาโหม ในระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม เข้ากระทรวงเป็นวันแรก ซึ่งมีข่าวว่า ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็มถูกทำร้าย ทั้งที่เป็นการชุมนุมที่เป็นการแสดงออกตามหลักประชาธิปไตย และหลักกฎหมาย ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน
โต้ 'วราเทพ' ยัน 'ปชป.' ไม่ได้เริ่มต้นกู้ 'ไอเอ็มเอฟ'
นายชวนนท์ กล่าวว่า กรณีนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พาดพิงถึงนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เรื่องการใช้หนี้กองทุนการเงินระหว่งประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) นั้น ข้อเท็จริงแล้วรัฐบาลที่กู้เงินไอเอ็มเอฟ คือรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรองนายกฯ ในขณะนั้น โดยเบิกเงินงวดแรก เดือน พ.ย. 2540 ไม่ใช่รัฐบาลนายชวน เป็นผู้เริ่มต้น นอกจากนี้ ที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มีเงินไปใช้หนี้คืนไอเอ็มเอฟ จนครบก็เป็นเพราะรัฐบาลของนายชวน เป็นผู้สะสมเงินไว้ ทำให้เมื่อรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาไม่กี่เดือนก็สามารถนำเงินไปใช้คืนไอเอ็มเอฟได้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ระบุว่า เป็นการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนดนั้น ข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่การใช้หนี้ก่อนกำหนด แต่เป็นเพราะรัฐบาลนายชวน ไม่ได้กู้เงินครบตามกรอบ 4 ปี โดยกู้เงินเพียงแค่ 3 ปี เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินแล้ว ดังนั้นการคืนเงินกู้ก่อนกรอบที่กำหนดไว้ 4 ปี จึงไม่ใช่เป็นการคืนเงินกู้ได้ก่อนกำหนด ที่สำคัญ อยากถามนายวราเทพ กรณียืมเงินจากแหล่งอื่นเพื่อไปคืนเงินธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเซีย (เอดีบี) ด้วยเหตุผลว่าได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่านั้น อยากทราบว่าเป็นการกู้เงินจากแหล่งไหนถึงได้ถูกกว่าเพราะทั้งสองธนาคารให้ความช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาด้วยการให้ดอกเบี้ยที่ถูกอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรออกมาชี้แจงว่าที่ไหนให้เงินกู้ที่ดอกเบี้ยถูกกว่าสองธนาคารนี้อีก



