ข่าว

จับ!แก๊งรูดบัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้า

จับ!แก๊งรูดบัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้า

11 ก.ค. 2556

ตร.ท่องเที่ยว จับแก๊งมาเลเซีย ใช้บัตรเครดิตปลอม รูดซื้อสินค้าแบรนด์เนม ห้างดังกลางกรุง มูลค่ากว่า 844,700 บาท

 

                             11 ก.ค. 56  เมื่อเวลา 11.00 น.  ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.ชาคร ศรีวัฒนประยูร ผกก.1 บก.ทท. พ.ต.ท.ปัญญณิชช์ ทองขุนนา พ.ต.ท.บรรพต เดชมา รอง ผกก.1 บก.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.1 บก.ทท. และนายศิริชัย สถิตชัยไพศาล เจ้าหน้าฝ่ายบริหารการเสี่ยงด้านปฎิบัติการการทุจริต สายงานบริหารความเสี่ยงองค์กร ธนาคารกสิกรไทย ร่วมแถลงการจับกุมแก๊งคนร้ายชาวมาเลเซียใช้บัตรเครดิตปลอมรูดซื้อสินค้าหรู ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ 1. MR.YAP WEI LUN อายุ 28 ปี 2. MR.LIEW CHOON CHICK อายุ 23 ปี 3. MR.BONG JOO SOON อายุ 30 ปี ทั้งหมดสัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำนวน 14 ใบ สำเนาสลิปการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 ใบ จำนวนเงินรวม 844,700 บาท กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ และกระเป๋าสตางค์ จำนวน 1 ใบ สามารถจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางกรุง

                             พล.ต.ต.รอย กล่าวว่า เนื่องจากมีชาวต่างชาติเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว แล้วมาประกอบอาชญากรรมในไทยจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานข้อมูลและรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. เวลาประมาณ 14.30 น. ได้มีกลุ่มบุคคลต่างชาติใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมาซื้อและชำระค่าสินค้าภายในร้านแบรนด์ดัง ห้างสรรพสินค้าดังกลางกรุง  จึงนำกำลังไปตรวจสอบภายในร้านพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาออกจากร้านไปแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งมาว่ากลุ่มดังกล่าวกำลังใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ชำระสินค้าอยู่ที่ร้านแบรนด์ดังอีกร้าน บริเวณเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังติดตามไปพบผู้ต้องหาทั้งสาม ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ชำระสินค้าอยู่ จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ ปรากฏว่า พบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของกลางจำนวนหลายใบ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวน

                             จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมที่ซื้อมาจากประเทศมาเลเซีย โดยใช้ข้อมูลปลอมจากฐานบัตรที่ซื้อข้อมูลมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มาป้อนใส่ไว้ในบัตรปลอมที่ด้านหน้าเปลี่ยนเป็นชื่อของตนเอง โดยเครื่องรูดบัตรจะอ่านจากรหัสบัตรเพียงเท่านั้น จากนั้นนำมาใช้ซื้อสินค้าแบรนด์เนม เช่น กระเป๋า เข็มขัด ที่ร้านแบรนด์ดังทั้ง 2 ร้าน รวมมูลค่า 191,700 บาท ทั้งนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำด้วยการแยกไปรูดซื้อสินค้าเป็นนาฬิกา ยี่ห้อหรู ราคา 653,000 บาท ที่ห้างดังใกล้เคียงกันด้วย

                             นอกจากนี้ตรวจสอบไม่พบหนังสือเดินทาง ทราบว่าผู้ต้องหาได้ลักลอบเข้ามาทางด่านตรวจสะเดา โดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ผู้ต้องหา ทั้ง 3 คน ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก จากนั้นเมื่อรูดซื้อสินค้าได้แล้วก็จะส่งสินค้าให้กับผู้ต้องหาชาวมาเลเซียอีกคนหนึ่ง ที่หลบหนีไปได้ จากนั้นก็จะไปพักที่โรงแรมหรู ก่อนจะมีการแบ่งเงินกัน และเดินทางกลับประเทศ ผู้เสียหายจะเป็นเจ้าของบัตรจากทางประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

                             เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่รับอนุญาต , ร่วมกันใช้และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป