ช่างภาพ'อียิปต์'บันทึกนาทีถูกสังหาร!
ช่างภาพข่าวอียิปต์บันทึกเหตุนองเลือดในไคโร จนถึงวินาทีระทึกขวัญที่ตัวเองถูกยิง กลายเป็นหนึ่งในเหยื่อกว่า 50 ศพ
11 ก.ค. 56 เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟ สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวันพุธ (10 ก.ค.) ว่า นายอาเหม็ด อัสเซม ช่างภาพวัย 25 ปี ของหนังสือพิมพ์อัล ฮอเรีย วา อัล ดาลา ในอียิปต์ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน หลังกองกำลังความมั่นคงกราดยิงฝูงชนเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ระหว่างปักหลักชุมนุมหน้ากองบัญชาการพิทักษ์ชาติในกรุงไคโร ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่กักตัวนายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ผู้ถูกกองทัพยึดอำนาจขับออกจากประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ได้บันทึกภาพเหตุการณ์นั้นไว้จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนตัวเขาเองจบชีวิตลง
แม้ภาพที่ออกมาไม่ชัดนัก แต่ได้กลายเป็นกล้องตัวเดียวที่บันทึกภาพเหตุการณ์ในนาทีนองเลือดไว้ได้
นายอาห์เหม็ด อาบู เซอิด บรรณาธิการฝ่ายวัฒนธรรมของหนังสือพิมพ์ กล่าวว่า เช้าวันเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งนำกล้องที่มีรอยเลือดเปรอะเปื้อนมามอบให้ พร้อมแจ้งว่าหนึ่งในทีมงานได้รับบาดเจ็บ อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ได้รับแจ้งว่านายอาห์เหม็ดถูกสไนเปอร์ยิงเข้าที่หน้าผากขณะบันทึกภาพจากบนอาคารหลังหนึ่ง ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่นายอัสเซมบันทึกไว้นั้น เริ่มตั้งแต่ผู้ประท้วงหนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิมกำลังคุกเข่าทำละหมาดรุ่งเช้าวันจันทร์ ภาพเหยื่อกระสุนหลายสิบราย และชายแต่งกายคล้ายทหาร ยิงลงมาจากหลังคาอาคารใกล้เคียง มากกว่าหนึ่งครั้ง และทันใดนั้น ก็หันกระบอกปืนยาวมาที่เลนกล้อง ก่อนภาพทั้งหมดจะหายไป
เพื่อนๆ ของนายอัสเซมมั่นใจว่า ผู้ตายได้ทิ้งคำให้การสำคัญในเหตุการณ์ที่ยังโต้เถียงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ระหว่างฝ่ายสนับสนุนนายมอร์ซีที่ระบุว่าพวกเขาถูกยิงจากด้านหลังโดยไม่มีการยั่วยุ แต่กองทัพยืนยันว่าทหารยิงหลังจากผู้ประท้วงพยายามบุกเข้าไปในกองบัญชาการ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งทฤษฎีคือกระสุนนัดแรกมาจากฝ่ายที่ต้องการยั่วยุ ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร กลุ่มภราดรภาพมุสลิมประกาศจะใช้วิดีโอนี้เป็นหลักฐานว่ามีการสังหารหมู่เกิดขึ้นในไคโร
นายอัสเซมซึ่งจบด้านนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไคโร เป็นช่างภาพอาชีพที่ทุ่มเท มีภาพสะสมไว้นับหมื่นตั้งแต่เริ่มเป็นช่างภาพเมื่อ 3 ปีก่อน การทำงานให้แก่อัล ฮอเรีย วา อัลอาดารา หนังสือพิมพ์อย่างเป็นทางการของพรรคยุติธรรมและเสรีภาพ ปีกการเมืองของภราดรภาพมุสลิม ทำให้ช่างภาพอย่างเขาต้องทำงานท่ามกลางความระส่ำระสายทางการเมืองอียิปต์ตลอดมา และยังมีปัญหากับคนในครอบครัวที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน
'อียิปต์' เดินหน้าปราบมุสลิมภราดรภาพ - ยืนยัน 'มอร์ซี' ยังปลอดภัย
รัฐบาลอียิปต์เดินหน้าปราบปรามกลุ่มมุสลิมภราดรภาพที่ยังปลุกระดมผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีที่ถูกโค่นลงจากตำแหน่งออกมาชุมนุมประท้วง พร้อมกับยืนยันว่าอดีตประธานาธิบดีที่ถูกควบคุมตัวไว้ยังคงปลอดภัยดี
เมื่อวานนี้สำนักงานอัยการอียิปต์ออกหมายจับนายโมฮัมเหม็ด บาดี ผู้นำกลุ่มมุสลิมภราดรภาพที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี และพวกอีก 9 คนฐานมีส่วนร่วมยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเหตุรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 54 คนและบาดเจ็บกว่า 400 คนเมื่อวันจันทร์ ที่ด้านนอกสำนักงานหน่วยอารักขาทำเนียบประธานาธิบดีระหว่างที่ผู้สนับสนุนมอร์ซีชุมนุมเรียกร้องให้คืนตำแหน่งให้กับมอร์ซี ซึ่งเชื่อว่าถูกควบคุมตัวไว้ที่นี่
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมแกนนำกลุ่มมุสลิมภราดรภาพไปแล้ว 5 คน และปิดสำนักงานสื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มด้วย
ล่าสุดโฆษกของกลุ่มออกมาประณามการกวาดล้างครั้งนี้ โดยบอกว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นว่า เผด็จการกลับมาแล้ว ซึ่งทำให้ประเทศอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าสมัยอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารักที่ถูกโค่นลงจากอำนาจเมื่ต้นปี 2554 เสียอีก
ส่วนนายมอร์ซี ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจและขับเขาพ้นตำแหน่งเมื่อ 3 ก.ค. แต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ยืนยันล่าสุดว่า นายมอร์ซียังคงอยู่ในที่ปลอดภัยและได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ โดยยังไม่มีการตั้งข้อหาดำเนินคดีกับเขาแต่อย่างใด การควบคุมตัวเขาไว้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อความปลอดภัยของมอร์ซีและความมั่นคงของประเทศ
ส่วนรัฐบาลชุดรักษาการจะต้องเผชิญกับผลกระทบจากเศรษฐกิจกับความวุ่นวายทางการเมืองที่จะยังคงยืดเยื้อต่อไป และคูเวตประกาศให้เงินช่วยเหลือแก่อียิปต์ 4,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ส่วนซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ที่ต่อต้านมอร์ซี สัญญาให้เงินช่วยเหลือ 8,000 ล้านดอลลาร์ด้วย
ขณะที่สหรัฐยืนยันจะส่งเครื่องบินรบ เอฟ-16 จำนวน 4 ลำให้กับอียิปต์ตามเดิม แม้ว่ายังไม่สรุปว่าการยึดอำนาจในอียิปต์เป็นรัฐประหารหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐต้องระงับเงินช่วยเหลือแก่อียิปต์
-----------------------
(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : ieee8023 : Report: Ahmad Samir Assem's last video of army sniper that shot him 7/6/2013
- http://www.youtube.com/watch?v=Mo4SNhNepi8)



