
ดักยิงคนสนิทกำนันเป๊าะรอดตายหวุดหวิด
ดักยิงคนสนิท กำนันเป๊าะ โชคดีรถกระจกกันกระสุน รอดตายหวุดหวิด ยันไม่เคยมีศัตรู ตำรวจตั้งประเด็นขัดแย้งการเมือง-เรื่องส่วนตัว
เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ต.ท.พิชัยธนศิลป์ สินพิชัย สารวัตรเวร สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายไพบูรณ์ พันธุ์สนิท คนสนิทนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ่อทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี บริเวณหน้าตึกสกลมหาสังฆปรินายกฯ หลังโรงพยาบาลชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และกองวิทยาการ เขต 13 ชลบุรี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญษ 618 กรุงเทพฯ ของนายไพบูรณ์ ถูกยิงเข้าที่บริเวณกระจกด้านคนขับเป็นรอยร้าว แต่กระสุนไม่ทะลุเข้าไปในตัวรถเนื่องจากเป็นกระจกแบบกันกระสุน จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม.ตกอยู่ที่พื้นทั้งหมด 7 ปลอก ส่วนหัวกระสุนได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ คาดว่าเป็นหัวระเบิด กระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณประตูด้านคนขับกว่า 10 ชิ้น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตัวนายไพบูรณ์ปลอดภัย
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายไพบูรณ์ได้ไปเยี่ยมกำนันเป๊าะที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 หลังจากนั้นจะเดินทางกลับที่พักที่ชายหาดบางแสน ขณะที่กำลังเดินคุยโทรศัพท์กับนายวินัย พ้นภัยพาล กำนันตำบลเสม็ด คนสนิทของกำนันเป๊าะ ที่คอยดูแลกำนันเป๊าะ ระหว่างที่กำลังขึ้นรถยนต์และสตาร์ทรถ ปรากฏว่าได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ที่นั่งเฝ้าที่บริเวณหน้าตึกสกลมหาสังฆปรินายกฯได้ชี้เป้าให้มือปืนซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ที่ดักซุ่มอยู่บริเวณอาคารข้างเคียงเดินออกมาประกบข้างประตู พร้อมทั้งใช้ปืนขนาด 11 มม.กระหน่ำยิงไปที่กระจกด้านคนขับ 7 นัด พร้อมทั้งเดินหลบหนีไป ทางด้านหลังของโรงพยาบาล โดยมีชายคนที่นั่งเฝ้าเดินคุ้มกันออกไปทางด้านหลังของโรงพยาบาลชลบุรีและได้หลบหนีไป โดยไม่มีใครสังเกตุและมองเห็น
"ปกติจะมาเยี่ยมกำนันเป๊าะบ่อยครั้ง และจะกลับช่วงเวลา 20.00 น.ของทุกวัน ตัวผมเองไม่เคยมีศัตรูกับใคร จึงไม่ค่อยระวังตัว ไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว หากรู้ตัวว่าจะมีคนปองร้ายคงจะต้องหาคนมาคุ้มกันแล้ว ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามือปืนเป็นใคร"นายไพบูรณ์กล่าว
ทางด้าน พ.ต.อ.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรีกล่าวว่า มือปืนที่ลงมือในครั้งนี้มีประมาณ 3 คน ภายหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามตัวคนร้ายจากมีภาพวงจรปิดจับไว้ได้ ส่วนประเด็นในเบื้องต้นอาจจะขัดแย้งทางการเมืองหรือเรื่องส่วนตัว



