ข่าว

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : อย่าหลอกตัวเอง

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : อย่าหลอกตัวเอง

12 ก.ค. 2556

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : อย่าหลอกตัวเอง : โดย...ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดง

 

                           ดูเหมือนว่ารัฐบาลพยายามหลอกตัวเองและหลอกประชาชนว่าเศรษฐกิจยังดีอยู่ อันเป็นผลมาจากนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่ทำมาก่อนหน้านี้ ทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านบ้านและรถยนต์คันแรก รวมถึงการตั้งราคาข้าวในโครงการรับจำนำสูงถึงตันละ 15,000 บาท แม้จะถูกทักท้วงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และตอนนี้ก็เริ่มปูดออกมาให้เห็นบ้างแล้ว

                           ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ในเบื้องต้น ดูเหมือนไม่สวยหรูอย่างที่รัฐบาลวาดไว้ ทำให้ตอนนี้ทั้งกระทรวงการคลังและสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ เกรงว่าจีดีพีจะไม่ขยายตัวตามเป้าหมาย และเพื่อไม่ให้เสียหน้าจึงจำใจปรับเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 4.5% จากเดิมที่มองว่าจะขยายตัว 5.3% พร้อมปลอบใจตัวเองว่ายังเป็นตัวเลขการเติบโตที่ดี สะท้อนถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

                           แต่จากปัจจัยต่างๆ และความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เหมือนจะสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลพูดและพยายามทำให้ชาวบ้านเชื่อ...ทั้งเรื่องของกำลังซื้อที่ลดลงฮวบฮาบ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากราคาข้าวของที่แพงขึ้น โดยเฉพาะอาหาร และอีกส่วนหนึ่งมาจากภาระหนี้ที่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ จนต้องรัดเข็มขัด ดูได้จากตัวเลขหนี้ครัวเรือนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาขย่มซ้ำว่าประชาชนมีหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาก หากดูจากยอดให้กู้ยืมของสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 8.97 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.25 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดรวมเพียง 7.72 ล้านล้านบาท

                           จนทำให้ธนาคารไม่กล้าปล่อยสินเชื่อสุ่มสี่สุ่มห้า ทั้งการกู้ซื้อบ้านที่มีการปฏิเสธสูงขึ้น โดยเฉพาะรายที่มีภาระหนี้สินเกินกว่า 40% ของรายได้แต่ละเดือน รวมถึงบัตรเครดิตก็ปรับเกณฑ์ในการอนุมัติเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงสูงมีบัตรเกิน 3-4 ใบและมีหนี้สูงกว่า 4 เท่าของรายได้ เรียกว่าลืมไปได้เลย ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ก็ถูกคุมเข้มขึ้น แถมลูกค้ากลุ่มที่มีการใช้จ่ายไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของแบงก์ก็จะไม่ได้รับการต่ออายุบัตรทั้งๆ ที่ยังเป็นหนี้ดีอยู่ ทำให้กลุ่มที่พึ่งพาเงินจากบัตรเครดิตเป็นเงินหมุนเวียนใช้ในแต่ละเดือนต้องช็อตเงินไปด้วย และสุดท้ายก็จะกลายเป็นหนี้ที่มีปัญหา...

                           แม้ปัญหาจะเด่นชัดมากขึ้น แต่ก็ไม่วายที่รัฐบาลจะหลอกตัวเอง ดูได้จากคำพูดของ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ระบุว่าหนี้สินที่เพิ่มขึ้นของประชาชนนั้น มาพร้อมกับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น

                           ภาวะขณะนี้ดูเหมือนคนส่วนใหญ่มีแต่หนี้สิน คนมีเงินไม่มากพอก็ไม่กล้าใช้จ่าย เพราะไม่มั่นใจทิศทางของเศรษฐกิจไทย หรือรัฐบาลเองก็เริ่มเก็บอาการไม่อยู่ต้องเร่งระดมสมองหามาตรการมาฉีดกระตุ้นวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ คงต้องลุ้นกันว่าจะมีแพ็กเกจเด็ดอะไรออกมาอีก แต่รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าหากจะเลือกใช้วิธีการอัดเงินเข้าระบบ ก็ต้องนึกถึงหนี้ที่ต้องใช้คืนด้วย เพราะเงินไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ

 

 

--------------------------

(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : อย่าหลอกตัวเอง : โดย...ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดง)