ข่าว

'ปชป.'จี้'โต้ง'แก้ปัญหาหนี้ภาคปชช.

'ปชป.'จี้'โต้ง'แก้ปัญหาหนี้ภาคปชช.

10 ก.ค. 2556

'ปชป.' จี้ 'โต้ง' แก้ปัญหาหนี้ภาคปชช. บี้รัฐเร่งแจงขายข้าว 'จีทูจี' ซัดตั้งกก.สอบ 'สุภา' ทำลายระบบตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ จ่อยื่นศาลรธน.ตีความเงินกู้ 2 ล้านล้าน

 

                     10 ก.ค.56 นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. ในฐานะรมช.คลัง (ครม.เงา) พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมานายกิตติรัตน์​ ณ ระนอง รองนายกฯ​ และ รมว.คลัง ออกมาระบุว่าการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเพราะหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย โดยปี 2556 เพิ่มสูงขึ้น 2 หมื่นบาทต่อคน สูงสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ​เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ แค่ 1.2 หมื่นบาท การที่นายกิตติรัตน์ ออกมาแขวะพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนได้ ถือเป็นการโกหก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดเพื่อดำเนินการแก้ไขและบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ​ซึ่งปัญหาหนี้นอกระบบเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของหนี้ภาคประชาชน ได้แก้ปัญหาโดยโอนเข้ามาอยู่ในระบบสถาบันการเงินและแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตจนลดภาระประชาชนไปได้เดือนละ 9,000บาทต่อคน โดยหนี้ภาคประชาชนเพิ่มขึ้นน้อยมาก

                     นายสรรเสริญ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดนี้กลับไม่พบการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ​น มีเพียงแค่พักหนี้ 1 ปี ลดดอกเบี้ย 3% แต่สุดท้ายโครงการนี้ก็เหมือนจะพับไปแล้วอย่างกลายๆ เพราะโครงการนี้มีเงื่อนไขต้องนำหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.91) มาแสดงซึ่งถือเป็นการจำกัดสิทธิเพราะคนที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์และได้รับการยกเว้นจ่ายภาษีทำให้ไม่มีหลักฐานส่วนนี้ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ซึ่งเคยหาเสียงไว้ว่าจะล้างหนี้ประเทศไทย แต่วันนี้หนี้ภาคประชาชนเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี

                     ดังนั้น ซึ่งหากรัฐบาลไม่ชี้แจงให้ชัดเจนก็ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำให้ประชาชนเป็นหนี้และเสพติดนโยบายประชานิยมซึ่งอาจจะออกมาหาเสียงล้างหนี้อีกรอบ

 

'ปชป.' เตรียมยื่นศาลรธน.ตีความเงินกู้ 2 ล้านล้าน

 

                     น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม.ในฐานะโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา แถลงถึงผลการประชุมครม.เงา ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติให้ตรวจสอบทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งชี้แจงข้อมูลความโปร่งใส่ ในการระบายข้าว 20 ล้านตัน โดยมีการระบาย 7 ล้านตัน ในระบบ จีทูจี (รัฐต่อรัฐ)ให้กับต่างประเทศ ที่รัฐบาลบอกว่ามีการระบายข้าวในแบบ จีทูจี ไปแล้ว จึงขอให้เร่งชี้แจงจำนวน ปริมาณที่ขาย และขายในวงเงินเท่าไหร่ ซึ่งพรรคเข้าใจว่า การกล่าวอ้างเรื่องข้อมูลว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการขายข้าวได้ พรรคเข้าใจ แต่อยากให้ชี้แจงตรงนี้

                     ส่วนการตั้งคณะกรมการสอบน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่เข้าไปชี้แจงต่อ กมธ.เศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา จนทำให้กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการสอบ ซึ่งเห็นว่า น.ส.สุภา ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ คือการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง และรัฐธรรมนูญก็ให้ความคุ้มครอง โดยการตั้งคณะกรรมการสอบน.ส.สุภานั้นเป็นการสอบ น.ส.สุภา หรือสอบข้อมูลที่ น.ส.สุภามาชี้แจงกับ กมธ.เศรษฐกิจฯหรือไม่ เพราะน.ส.สุภา มีหน้าที่ต้องดูแลโครงการดังกล่าว การตั้งคณะกรรมการสอบ เป็นการจ้องทำลายระบบตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งพรรคจะตามเรื่องนี้ต่อไป

                     ในเรื่องพ.ร.บ.การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาท พรรคยืนยันสนับสนุนที่จะให้มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ต้องเหมาะสม และมีความเป็นไปได้ ซึ่งบางโครงการเห็นว่ายังไม่มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และ การศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพ(เอชไอเอ) อีกทั้งบางโครงการไม่มีความพร้อม ซึ่ง ครม.เงาเห็นว่าโครงการที่มีความพร้อม และเป็นไปได้ อยู่ในกรอบวงเงินประมาณ 2 แสน 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามเมื่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ของวุฒิสภาเสร็จสิ้นแล้ว พรรคจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัด รธน.ม.169 หมวด 8 ในเรื่องของวินัยการเงินการคลังหรือไม่ เพราะในกฎหมายระบุว่า เงินกู้จะต้องอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังตามเพดานเงินกู้ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี

                     พรรคจะจัดสัมมนาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในต้นเดือน ส.ค.ซึ่งวัตถุประสงค์ไม่ต้องการขัดขวาง แต่ต้องการให้สังคมเข้าใจถึงเนื้อหาสาระ ความเหมาะสม ความสุ่มเสี่ยงของโครงการ พร้อมข้อเสนอแนะแนวทาง ในการดำเนินการโครงการต โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญการเงินการคลัง ผู้เชียวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านโลจิสติกส์ และกฎหมายเข้าร่วมสัมมนา

                     ส่วนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้รัฐบาลไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งนายกฯ ที่ระบุว่า ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่อง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) และการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพ(เอชไอเอ) ด้วยการจัดนิทรรศการน้ำไปแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริง การศึกษาเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลาเป็นปี โดยการลงพื้นที่พูดคุยประชาชน ต้องทดลองสภาพพื้นที่จริง เป็นคนละเรื่องกับการจัดนิทรรศการ อยากถามว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลกับนายกฯเป็นเรื่องที่เลอะเทอะ

 

'ส.ส.ปชป.' บี้ 'รัฐบาล' เร่งแจงขายข้าว 'จีทูจี'

 

                     น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา(ครม.เงา) แถลงถึงผลการประชุมครม.เงา ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ตรวจสอบทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งชี้แจงข้อมูลความโปร่งใส่ ในการระบายข้าว 20 ล้านตัน โดยมีการระบาย 7 ล้านตัน ในระบบจีทูจี (รัฐต่อรัฐ)ให้กับต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลบอกว่า มีการระบายข้าวในแบบจีทูจีไปแล้ว จึงขอให้เร่งชี้แจงจำนวน ปริมาณที่ขาย และขายในวงเงินเท่าไหร่ ซึ่งพรรคเข้าใจว่า การกล่าวอ้างเรื่องข้อมูลว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการขายข้าวได้ พรรคเข้าใจ แต่อยากให้ชี้แจงตรงนี้

                     น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนการตั้งคณะกรมการสอบ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่เข้าไปชี้แจงต่อ กมธ.เศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา จนทำให้กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับน.ส.สุภาซึ่งเห็นว่า น.ส.สุภา ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ คือการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง และรัฐธรรมนูญก็ให้ความคุ้มครอง โดยการตั้งคณะกรรมการสอบน.ส.สุภา เป็นการสอบน.ส.สุภา หรือสอบข้อมูลที่น.ส.สุภามาชี้แจงกับกมธ.เศรษฐกิจฯหรือไม่ เพราะน.ส.สุภามีหน้าที่ต้องดูแลโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า การตั้งคณะกรรมการสอบ เป็นการจ้องทำลายระบบตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะตามเรื่องนี้ต่อไป

                     น.ส.รัชดา กล่าวว่า พ.ร.บ.การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาท พรรคยืนยันสนับสนุนที่จะให้มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ต้องเหมาะสม และมีความเป็นไปได้ ซึ่งบางโครงการเห็นว่ายังไม่มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) อีกทั้งบางโครงการไม่มีความพร้อม ซึ่งครม.เงาเห็นว่าโครงการที่มีความพร้อม และเป็นไปได้ อยู่ในกรอบวงเงินประมาณ 2 แสน 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามเมื่อพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระ2 และ 3 ของวุฒิสภาเสร็จสิ้นแล้ว พรรคจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา169 หมวด 8 ในเรื่องของวินัยการเงินการคลังหรือไม่ เพราะในกฎหมายระบุว่า เงินกู้จะต้องอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังตามเพดานเงินกู้ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี

                     น.ส.รัชดา กล่าวว่า พรรคจะจัดสัมมนาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในต้นเดือน ส.ค.ซึ่งวัตถุประสงค์ไม่ต้องการขัดขวาง แต่ต้องการให้สังคมเข้าใจถึงเนื้อหาสาระ ความเหมาะสม ความสุ่มเสี่ยงของโครงการ พร้อมข้อเสนอแนะแนวทาง ในการดำเนินการโครงการต โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญการเงินการคลัง ผู้เชียวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านโลจิสติกส์ และกฎหมายเข้าร่วมสัมมนา

                     น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ส่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทหลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้รัฐบาลไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพ (เอชไอเอ) ด้วยการจัดนิทรรศการน้ำไปแล้ว ทั้งๆที่ข้อเท็จจริง การศึกษาเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลาเป็นปี โดยการลงพื้นที่พูดคุยประชาชน ต้องทดลองสภาพพื้นที่จริง เป็นคนละเรื่องกับการจัดนิทรรศการ อยากถามว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลกับนายกฯ เป็นเรื่องที่เลอะเทอะ