ข่าว

นักบิน'เอเชียนา'รับมองไม่เห็นรันเวย์

นักบิน'เอเชียนา'รับมองไม่เห็นรันเวย์

10 ก.ค. 2556

นักบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ บอกว่า มองไม่เห็นรันเวย์ก่อนที่เครื่องบินจะตก

 

                           10 ก.ค. 56  เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐ เปิดเผยว่า ลูกเรือของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ 214 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ ที่ประสบอุบัติเหตุตกที่สนามบินนานาชาติ ซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย มองไม่เห็นรันเวย์ ในช่วงก่อนเครื่องบินตกเพียงไม่กี่วินาที อันแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินอยู่ห่างไกลจากตำแหน่งที่จะลงจอดเพียงใด

                           ในขณะที่มีการพุ่งความสนใจไปที่ความผิดพลาดของมนุษย์ว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินพลาดจากรันเวย์ และตกกระแทกพื้นหรือไม่นั้น ได้มีการยืนยันว่า ครูฝึกบิน ซึ่งเป็นผู้ช่วยกัปตัน เพิ่งรับหน้าที่ฝึกสอนการบังคับเครื่องโบอิ้ง 777 เป็นครั้งแรก ส่วนกัปตันก็ยังคงอยู่ในช่วงฝึกบินเครื่องบินรุ่นนี้เช่นกัน

                           อุบัติเหตุครั้งนี้ ได้คร่าชีวิตนักเรียนหญิงชาวจีน 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 180 คน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า จากสภาพความเสียหายและจากแรงกระแทก นับว่าโชคดีมาก ที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่สูงกว่านี้ // เดบอร่าห์ เฮอร์สแมน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NTSB ที่เป็นผู้นำในการไขปริศนาสาเหตุเครื่องบินตก รวมถึงอธิบายความพยายามครั้งสุดท้ายของนักบินก่อนเครื่องตกว่า นักบิน 3 คน จากทั้งหมด 4 คน กำลังถูกสอบสวน และพบว่า นักบินที่ทำหน้าที่กัปตันนั่งอยู่ที่จั๊มซีท ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเครื่องบิน
และเขาบอกว่า มองไม่เห็นรันเวย์จากตำแหน่งที่เขานั่ง และบอกด้วยว่า ตรงส่วนจมูกของเครื่องที่ยื่นออกไป ทำให้เขามองไม่เห็นรันเวย์

                           อุบัติเหตุเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที หลังจากกัปตันมองไม่เห็นรันเวย์ และครูฝึกบินเพิ่งจะตระหนักว่าพวกเขาบินต่ำเกินไป ก็เมื่อเครื่องบินอยู่ที่ความสูงแค่ 500 ฟุตแล้ว เมื่อครูฝึกหันไปดึงคันเร่ง ก็พบว่า นักบินอีกคนทำไปแล้ว // ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สืบสวน ระบุว่า ในช่วง 1.5 วินาที ก่อนเครื่องบินจะกระแทกพื้น มีหนึ่งในนักบินได้ขอให้ยกเลิกการลงจอด แต่ก็สายเกินไป

                           เครื่องบินตกกระแทกพื้นน้ำ และไถลออกไปเหนือการควบคุม ก่อนจะกระแทกพื้น และเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งติดไฟทำให้เกิดไฟไหม้ // มีรายงานว่า นักบินคนที่ 4 อยู่ในห้องโดยสาร ไม่ใช่ห้องนักบินขณะเกิดเหตุ // ส่วนนักบินที่ทำหน้าที่บังคับเครื่องบิน คือ นายอี คัง-คุก กำลังอยู่ระหว่างฝึกบินเครื่องบินโบอิ้ง 777 แต่เคยนำเครื่องบินโบอิ้ง 747 ลงจอดที่ซาน ฟรานซิสโก แล้ว 29 ครั้ง ส่วนครูฝึกของเขา มีชั่วโมงบิน 13,000 ชั่วโมง และในจำนวนนี้เป็นการบินด้วยเครื่องโบอิ้ง 777 ถึง 3,000 ชั่วโมง และนี่เป็นครั้งแรกที่เขา และนักบินที่เขาฝึกให้ขึ้นบินด้วยกัน

                           โรงพยาบาลซาน ฟรานซิสโก เจนเนอร์รัล แถลงว่า มีเหยื่อเครื่องบินตก 5 คน อาการสาหัส NTSB ระบุว่า เครื่องบินใช้ความเร็วต่ำมากก่อนที่จะตก และส่วนหางกระแทกก่อน ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ที่ลำตัวเครื่อง // เอเชียนา แอร์ไลนส์ ได้พยายามปกป้องนักบิน และนายยุน ยัง ดู ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ได้เตรียมจะเดินทางไปยังแคลิฟอร์เนีย เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ NTSB และผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาได้ตอบโต้รายงานข่าวที่ว่า นักบินด้อยประสบการณ์ทำให้เครื่องบินตก โดยบอกว่า เป็นการคาดเดาที่ออกจะเกินไป

 

 

เผยพนง.ต้อนรับ 2 คน กระเด็นหลุดจากเครื่องบิน แต่ปลอดภัย

 

                           เดบอร่าห์ เฮอร์สแมน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารความปลอดภัยแห่งสหพันธ์ หรือ NTSB ของสหรัฐ แถลงว่า พนักงานต้อนรับ 2 คน ของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ 214 ของเอเชียนา แอร์ไลนส์ รอดชีวิต แม้ว่าจะกระเด็นตกจากเครื่องบินไปบนรันเวย์ หลังจากเครื่องบินพุ่งลงไปที่ผิวน้ำ และส่วนหางหักขณะกระแทกพื้นสนามบิน

                           นักบินได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนว่า พวกเขาต้องพึ่งอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติในห้องนักบิน เพื่อควบคุมความเร็วในขณะที่เครื่องบินพร้อมทำการร่อนลงจอด ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ได้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้คันเร่งอัตโนมัติ (autothrottle) หรืออุปกรณ์ทำงานผิดปกติหรือไม่

                           ข้อมูลจากกล่องบันทึกเสียง แสดงให้เห็นว่า นักบินพยายามแก้ไขเรื่องความเร็ว และพยายามเชิดหัวขึ้น ในช่วงไม่กี่วินาทีก่อนเครื่องกระแทกผิวน้ำ และไปจบลงที่รันเวย์ // นอกจากนี้ ยังพบว่า ในช่วง 7 วินาทีก่อนเครื่องกระแทก มีเสียงใครบางคนในห้องนักบิน ขอให้เร่งความเร็ว หลังจากพบว่า เครื่องบินใช้ความเร็วต่ำกว่ามาตรฐานในการลงจอด และอีกไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ก็เริ่มมีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงเตือนอัตโนมัติแจ้งนักบินว่า เครื่องบินเสียแรงยก และใกล้ถึงจุดอันตรายที่เรียกว่า แอโรไดนามิค สตอลล์ และในเวลา 1.5 วินาที ก็มีเสียงสั่งให้ยกเลิกการลงจอด แต่สายเกินไป

                           ความเร็วของเครื่องบิน ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญในการสืบสวนครั้งนี้ เนื่องจากเครื่องบินทุกลำมีการกำหนดความเร็วในระยะปลอดภัย และต้องเป็นหน้าที่ของนักบิน ไม่ใช่หอบังคับการบิน ที่รับผิดชอบด้านการร่อนลงจอด ซึ่งเจมส์ ฮอล อดีตผู้อำนวยการ NTSB บอกว่า สิ่งสำคัญคือ ใครเป็นคนตัดสินใจ

                           ฮอลล์ เป็นผู้อำนวยการ NTSB ตอนที่เครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบิน โคเรียน แอร์ไลนส์ ตกที่เกาะกวม เมื่อปี 2540 ที่เจ้าหน้าที่สืบสวน ระบุว่า เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากระบบการบังคับบัญชาในห้องนักบินที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งนักบินรุ่นใหม่ไม่กล้าจะทัดทานกัปตันที่อยู่มานานกว่า // นับแต่นั้น อุตสาหกรรมการบินของเกาหลีใต้ ได้ส่งนักบินไปฝึกในต่างประเทศมีการจัดการทรัพยากรลูกเรือ , ระบบสื่อสารและสอนปรัชญาแก่นักบิน เพื่อให้พวกเขามีอิสระเหนือการควบคุม และสามารถแสดงความเห็น หรือแสดงความวิตกเมื่อเห็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย แม้ว่าอาจจะเป็นการท้าทายต่อนักบินที่อาวุโสกว่าก็ตาม

                           อดีตนักบินคนหนึ่ง บอกว่า ถ้านักบินเอเชียนา เห็นความผิดปกติที่ไม่ปลอดภัยต่อการลงจอด ก็เป็นหน้าที่ที่พวกเขาต้องพูดออกมา มีอุบัติเหตุหลายร้อยครั้ง ที่เกิดจากการไม่กล้าพูด ทั้งที่ควรจะพูด แต่ก็ไม่กล้าด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง รวมทั้งกลัวว่าจะถูกหาว่าโง่ ถ้าไปพูดขัดกัปตัน

                           สายการบินส่วนใหญ่มักกำหนดให้นักบิน 4 คน ไปรวมอยู่ในห้องนักบินตอนนำเครื่องลงจอด เพื่อให้ช่วยกันเวลาที่เกิดสิ่งผิดปกติ // นายชอย เชือง-โฮ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงแผ่นดิน , สาธารณูปโภคและการขนส่ง บอกว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐ และเกาหลีใต้ ได้สอบปากคำนักบินไปแล้ว 2 คน และมีแผนจะสอบต่ออีก 2 คน และจะตรวจสอบการสนทนาระหว่างนักบินกับหอบังคับการบินด้วย

 

 

-----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)