ข่าว

ด้วยวิธีที่คุ้นเคย

ด้วยวิธีที่คุ้นเคย

10 ก.ค. 2556

ด้วยวิธีที่คุ้นเคย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

         ปัญหาประการหนึ่งของการบริหารประเทศ ก็คือการที่ผู้บริหารซึ่งมาจากสายงานและวิชาชีพต่างๆ กัน มักจะนำแนวทางและวิธีการที่เคยใช้ในองค์กรซึ่งตนเคยทำงานอยู่และมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี มาใช้ในการบริหารปกครองบ้านเมือง

         เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่า แต่ละองค์กรย่อมมีหน้าที่ ขอบข่ายของงาน ลักษณะเฉพาะตัว และวัฒนธรรมองค์กร วิธีคิดที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างรูปแบบทางความคิดและวิธีการทำงานของบุคลากรในองค์กรนั้นๆ ตั้งแต่ระดับผู้บริหารชั้นสูงจนถึงผู้ปฏิบัติการระดับล่าง

         ดังนั้น ผู้นำประเทศที่มาจากอาชีพการงานที่ต่างกัน จึงย่อมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้เช่นกัน เช่น ประเทศที่มีผู้นำมาจากนักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์ แพทย์ นักวิชาการ นักหนังสือพิมพ์ ก็จะมีแนวคิดในเชิงเสรีนิยม ให้ความสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ความถูกต้องเป็นธรรม และการเคารพกฎกติกา

         ผู้นำประเภทนี้มักจะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน แต่หลังจะพิงกำแพงอยู่เสมอ

         สำหรับผู้นำที่มาจากนักรัฐศาสตร์ นักการทูต หรือองค์การระหว่างประเทศ คนเหล่านี้จะมีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น แม้จะมีแนวคิดใกล้เคียงกับผู้นำกลุ่มแรก แต่หลังก็ไม่ได้พิงกำแพง หากจะเดินออกไปข้างหน้า และนิยมการประนีประนอม ประสานประโยชน์ และสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ค่อนข้างดี

         ผู้นำกลุ่มถัดไปมาจากข้าราชการ ทหาร และตำรวจ ซึ่งทำงานภายใต้ระเบียบวินัยมานาน จนมีแนวคิดในเชิงอำนาจนิยม ที่ชอบใช้ความเด็ดขาด ไม่พอใจกับความคิดเห็นที่แตกต่าง จนมีแนวโน้มไปสู่การปกครองในระบอบเผด็จการ ควบคุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ การบริหารประเทศโดยคนกลุ่มนี้ แม้ว่าบางครั้งจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้สร้างปัญหาอื่นให้เกิดขึ้นด้วย เช่นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน การใช้อำนาจปราบปรามฝ่ายตรงข้ามและหลายครั้งที่กลายเป็นช่องทางของการผูกขาดและคอร์รัปชั่น

         ผู้นำประเทศกลุ่มสุดท้าย คือผู้ที่มาจากพ่อค้า นักธุรกิจ แน่นอนว่าคนเหล่านี้คุ้นเคยกับการค้าและการหากำไร ดังนั้นจึงมักจะมองว่าประเทศเป็นบริษัทหรือธุรกิจอย่างหนึ่ง และนำกลยุทธและกลวิธีในการทำธุรกิจมาใช้ โดยไม่คำนึงถึงระบบ จารีต หรือวัฒนธรรมองค์กรของหน่วยงานภาครัฐที่มีอยู่เดิม และมักจะตัดสินบุคคลในองค์กรจากการทำประโยชน์แก่กิจการของตนมากกว่าคำนึงถึงหลักจริยธรรม ปัญหาจึงอยู่ที่ ผู้นำเช่นนี้ จะคิดว่าตนฉลาดหลักแหลมกว่าคนอื่น และเห็นว่าประชาชนเป็นเพียงแรงงานไร้ฝีมือ ที่ไม่มีความสำคัญอันใด รวมทั้งใช้วิธีลด แลก แจก แถม เพื่อล่อใจ มากกว่าการมุ่งสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

         ครับ คนเรานั้นมักจะคิดและทำอะไรตามวิธีที่ตนคุ้นเคย จะให้ผู้นำที่มาจากทหารไปคิดหรือทำแบบผู้นำที่มาจากนักกฎหมายก็คงจะไม่สันทัด หรือจะให้ผู้นำที่มาจากนักวิชาการไปใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเช่นผู้นำจากทหารก็คงเป็นไปได้ยากเช่นกัน

         และถ้าจะให้ผู้นำที่เป็นนักธุรกิจมาคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่าผลกำไรสูงสุดจากการประกอบการของตน ก็คงยิ่งยากส์ขึ้นไปอีกร้อยเท่าทวีคูณ