
'พท.'เรียก'ปลอด'ติวส.ส.แจงเรื่องน้ำ
'พร้อมพงศ์' เผย 'พท.' เรียก 'ปลอดประสพ' ติว ส.ส.แจงปชช.เรื่องน้ำ เชื่อคลิปเสียงถูกตัดต่อหวังผลทางการเมือง ยันไม่กระทบพรรค
9 ก.ค.56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ทางพรรคได้ขอให้ส.ส.ชี้แจงทำความเข้าใจประชาชน โดยนำประเด็นหารือเรื่องโครงการจำนำข้าว ซึ่งได้สะท้อนว่า ประชาชนเข้าใจ ที่รัฐบาลมีการลดราคาเหลือ12,000 บาท และคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ปรับเป็น 15,000 บาท วันนี้ประชาชนตอบรับและเข้าใจนโยบายรัฐบาล สะท้อนว่าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ต้องการคงไว้ต่อไป
ทั้งนี้ที่ประชุมได้สอบถาม เรื่องพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า สรุปแล้วในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง จึงได้มอบให้วิปรัฐบาลและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ไปหารือกันว่า จะมีการดำเนินการพิจารณาอันใดก่อนหรือหลัง คาดว่าเรื่องนี้จะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้พรรคได้เชิญนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กบอ. ชี้แจงต่อที่ประชุมกรณีการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยได้อธิบายถึงความจำเป็นว่า ข้อมูลในฤดูร้อนที่ผ่านมา โลกน้ำท่วมใหญ่ หลายครั้ง และทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้บูรณาการเรื่องการจัดการเรื่องน้ำ ประเทศไทยยังไม่มีระบบระบายน้ำ มีแต่ระบบส่งน้ำ ชลประทานเพื่อการเกษตร ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน โดยน้ำท่วมที่ผ่านมาเกิดความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท นับเป็นครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดิน
ซึ่งโครงการ 3.5 แสนล้านบาท ถือเป็นการลงทุน 25 เปอร์เซ็นต์ และน้ำท่วมเกิดขึ้นบ่อย คาดว่าไทยจะมีน้ำท่วมใหญ่ทุก 5 ปี รัฐบาลไม่มีเครื่องมือ จึงขอความร่วมมือ ส.ส. ไปทำความเข้าใจโครงการบริหารจัดการน้ำว่าจำเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีประเทศจะเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะภาคประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งภาคเกษตร ภาคเศรษฐกิจ ทำให้มีโอกาสด้านเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น เพราะต่างชาติมั่นใจ และจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อาจจะเสียโอกาส เพราะถูกมองข้าม ทั้งนี้พรรคจะทำคู่มือ ให้สมาชิกและ ส.ส. ชี้แจงประชาชนทั่วประเทศ โดยการจัดเวทีย่อย และนำเอกสารไปพูดคุยในรายละเอียด
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังห่วงเรื่องน้ำฝน เพราะน้ำทะเลขึ้นสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟ้องศาลให้ชะลอโครงการและถอดถอนครม.ทั้งคณะ เรื่องนี้นายปลอดประสพ บอกว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการเป็นเรื่องการเมืองไม่คำนึงถึงประชาชน เพราะหากเกิดน้ำท่วม รัฐบาลจะไม่มีเครื่องมือ มัวแต่เล่นเกมการเมือง ประเทศไทยจะเสียโอกาส
ส่วนกรณีเรื่องคลิปเสียงนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคไม่ติดใจ เพราะพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ได้ออกมาปฎิเสธ และสมาชิกมองว่าเป็นเรื่องของการเมือง ทำขึ้นมาตัดต่อหวังผลทางการเมือง และฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลออกมาเคลื่อนไหว พยายามขยายผลให้กระทบถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ครม.และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมจึงไม่สอบถามและไม่ติดใจ และให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไปดำเนินการหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนเผยแพร่ เป็นเรื่องการเมือง ไม่เป็นผลกระทบกับพรรคแต่อย่างใด
'หมวดเจี๊ยบ' ยัน 'รบ.' ยินดีรับฟังความเห็นปชช.ปมโครงการน้ำ
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรอง ให้ความเห็นคดีเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ 3.5 เเสนล้านบาท ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายพงษ์เทพ ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้จัดการประชุมและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับฟัง โดยมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าคู่ความฝ่ายที่เป็นหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล ไม่ได้รับโอกาสในการแถลงเนื้อหาสาระ จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ นำเอาความคิดเห็นไปชี้แจงต่ออัยการ เพื่อให้อัยการได้มีการพิจารณาว่าจะมีการยืนอุธรณ์ต่อเรื่องนี้หรือไม่
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า นายพงษ์เทพ ยังระบุว่า ที่ผ่านมาได้รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน และทางรัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือในคำสั่งของศาลปกครองกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีอยากให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เกิดความสบายใจ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ทางรัฐบาลจะประกาศในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็น ซึ่งโครงการนี้น่าจะเริ่มได้ภายใน 7 วัน และภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์นี้ จะมีการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและภาคเอกชน เข้าไปรับฟัง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น สามส่วน คือ ระดับชาติ จะตั้งเป้าผู้ที่จะมาร่วมไว้ประมาณ 20,000 คน ระดับภาค ตั้งเป้าไว้ประมาณ 10,000 คน และระดับจังหวัด ตั้งเป้าไว้ประมาณ 5,000 คน
ส่วนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเรื่องของ EIA และ HIA นั้น รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ว่าการทำงานจะมีการอิงกับกฎหมาย ทั้ง 3 ข้อ คือ พระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม พระราชบัญญัติสาธารณะภัย และระเบียยสำนักนายกรัฐมนตรี และในส่วนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา ยังได้ให้ความคืบหน้ากับทางคณะรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการร่างสัญญา เรายังสามารถแก้ไขร่างสัญญาตรงนี้ได้อยู่



