
'ปวีณา'เดินหน้าปราบค้ามนุษย์
'ปวีณา' เดินหน้าปราบค้ามนุษย์ ประเดิมแถลงจับกุมแม่ติดยาบังคับลูกค้าประเวณี เผยครึ่งปีมีสตรีร้องถูกข่มขืนพุ่ง เตรียมดึงมูลนิธิทำงานบูรณาการร่วม 'พม.'
9 ก.ค.56 นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงข่าวการจับกุมนางเอ (นามสมมุติ) แม่วัย 29 ปี บังคับให้ น.ส.บี (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 15 ปี ค้าประเวณี เพื่อนำเงินมาเสพยาไอซ์ โดยนางปวีณา กล่าวว่าที่มาของกรณีนี้ได้มีพลเมืองดีแจ้งเรื่องเข้ามายังมูลนิธิปวีณาหงสกุล ว่ามีแม่บังคับให้ลูกสายไปค้าประเวณี โดยเมื่อรับเรื่องตนได้ประสานกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) โดยได้มอบหมายให้พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ร่วมกับพ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บช.น. และ พ.ต.อ.สุรกิจ อรุณฤกษ์ถวิน ผกก.สน.บางขุนนนท์ เข้าช่วยเหลือเหยื่อและทำการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยยกับการค้ามนุษย์ โดยได้มีการล่อซื้อและเข้าจับกุมในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางขุนนนท์
นางปวีณา กล่าวอีกว่า จากการสอบถามนางเอ เบื้องต้นพบว่านางเอเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีอาชีพเป็นพนักงานบริการร้านคาเฟ่แถวย่านจรัลสนิทวงศ์ และได้เสพยาไอซ์จนติด และได้เลิกรากับสามี โดยมีลูกสาว 1 คน คือ น.ส.บีเมื่อน.ส.บีเห็น นางเอเสพยาจึงลองเสพบางและติดยาไอซ์ด้วยกัน แต่ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัวและเสพยาเสพติด นางเอจึงขายบริการทางเพศ และได้บังคับให้น.ส.บีขายบริการทางเพศด้วย โดยใช้วิธีการให้เบอร์โทรศัพท์กับลูกค้าไว้ ซึ่งทำมาแล้วกว่า 2 ปี โดยนางเอเคยถูกดำเนินคดียาเสพติดมาก่อน เมื่อปี 2554 และ 2555
“สำหรับการช่วยเหลือ น.ส.บี (นามสมมติ) ได้มอบหมายให้นายปกรณ์ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รับตัวเด็กไว้ในความคุ้มครองที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อดูแลรักษา บำบัด ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาจากกศน. และมอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์เข้าไปช่วยเหลือดูแลมารดาของนางเอ ที่ต้องดูแลหลานสาววัย 1 ปี ด้วย” นางปวีณา กล่าว
นางปวีณา กล่าวว่า การทำงานระหว่างมูลนิธิปวีณา กับศูนย์ช่วยเหลือทางสังคม หรือ OSCC ของ พม. ต้องทำงานด้วยกัน โดยจะเป็นรูปแบบของการประสานงวานให้ความช่วยเหลือ ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหาย หรือมีปัญหาด้านสังคมสามารถร้องเรียนได้ทั้งในส่วนของมูลนิธิปวีณา หรือจะมีที่ศูนย์ OSCC ซึ่งทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือสังคม ซึ่งในแต่ละปีมีผู้หญิงเข้ามาร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาสูงมาก โดยครึ่งปี 2556 พบว่ามีผู้โทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนถึง 2,121 คน ส่วนมากเป็นคดีข่มขืน อนาจาร กว่า 123 คน เป็นคดีทารุณกรรม 128 คน ปัญหาใช้แรงงานไม่เป็นธรรม 105 คน และเข้ามาขอความเป็นธรรมกับมูลนิธิ 94 คน
“ที่ผ่านมาตั้งแต่ได้ทำมูลนิธิปวีณา รับเรื่องราวร้องทุกข์จากสตรีและเด็กจำนวนมาก และมองว่าปัญหาของสตรีเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขเช่นปัญหาการค้ามนุษย์ การถูกบังคับให้ค้าประเวณี ซึ่งในวันที่ 11 ก.ค.2556 จะเดินทางไปพบกับ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อไปปรึกษาหารือถึงความเข้มงวดในการทำงานด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ พม. ต้องร่วมกับทุกฝ่ายด้วย” นางปวีณา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีการแถลงข่าว นางปวีณาได้รับโทรศัพท์สายตรงจากประเทศฮ่องกง เป็นผู้หญิงคนไทยที่หนีออกมาจากซ่อง ในประเทศฮ่องกง โดยนางปวีณาได้รับเรื่องและประสานไปถึงอธิบดีกรมการกงสุล ให้ประสานต่อไปยังสถานฑูตไทยในประเทศฮ่องกงให้เข้าดำเนินการช่วยเหลือผู้หญิงคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวได้ถูกหลอกให้มาค้าประเวณี โดยมีการติดต่อผ่านคนชื่อเอ๋ ซึ่งบังคับให้ไปทำงาน โดยบอกว่าได้มีการซื้อตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว ขณะที่ผู้หญิงคนดังกล่าวบอกปฏิเสธไม่ไป แต่คนชื่อเอ๋ บังคับให้ชดใช้ค่าเครื่องบิน แต่เมื่อมาถึงประเทศฮ่องกง ได้มีคนฮ่องกงบังคับให้ค้าประเวณีโดยให้รับแขกให้ได้ถึง 100 คนจึงจะเพียงพอกับค่าเครื่องบินและปล่อยกลับประเทศไทย ซึ่งซ่องแห่งนั้นมีผู้หญิงไทยถูกหลอกอีกจำนวนมาก แต่ตนโดนบังคับให้รับแขกแค่ 2 วันก็ทนไม่ได้แล้วเพราะต้องทำงานตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 02.00 น. และให้กินข่าวแค่ 2 มื้อ และผู้เข้ามาใช้บริการมีการกระทำที่ไม่ดี
อย่างไรก็ตาม ทาง พม.ได้ประสานทางสถานทูตไทยประจำประเทศฮ่องกงให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว โดยจะจัดหาตั๋วเครื่องบินกลับมายังประเทศไทย โดยจะมีเจ้าหน้าที่ พม.เข้าให้ความช่วยเหลือต่อไป
----------------------------------
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



