
ลำพูนไข้เลือดออกระบาดหนัก!
ลำพูนไข้เลือดออกระบาดหนัก พบยอดผู้ป่วยสะสมกว่า 464 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 คน
9 ก.ค.56 นายปัจจุบัน เหมหงษา สาธารณสุข จ.ลำพูน กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออก จ.ลำพูน นับตั้งแต่ 1 ม.ค.-2 ก.ค.2556 พบผู้ป่วยสะสม 464 ราย เสียชีวิต 1 ราย นับเป็นลำดับที่ 5 ของภาคเหนือ มีอัตราป่วย 114 ต่อแสนประชากร สำหรับผู้ป่วยในลำพูนทั้ง 8 อำเภอมีดังนี้ อ.ป่าซาง 136 ราย , อ.เมือง 206 ราย , อ.แม่ทา 56 ราย ,อ.บ้านธิ 11 ราย ,อ.เวียงหนองล่อง 10 ราย ,อ.บ้านโฮ่ง 18 ราย , อ.ลี้ 25 ราย และ อ.ทุ่งหัวช้าง 2 ราย อายุที่ป่วยมากที่สุดคือ อายุ 15-24 ปี รองลงมาคือ 10-14 ปี ถือว่าเป็นลำดับที่ 3 รองลงมาจาก จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่
จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นายพินิจ หาญพาณิชย์ ผู้ว่าราชการ จ.ลำพูน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกรณรงค์ให้ความรู้ และขอความร่วมมือกับชาวบ้าน ได้เร่งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ เพื่อตัดวงจรชีวิตของยุงลาย และฉีดพ่นสารเคมีตามบ้านเรือน เพื่อกำจัดยุงตัวแก่ที่เป็นพาหนะนำโรค โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติการต่อเนื่อง พร้อมติดตามรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกจังหวัดดูแลรักษาผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง และจัดทีมแพทย์เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแก่แพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลส่วนภูมิภาคด้วย ตลอดจนให้อาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสม.ออกสำรวจ และกระตุ้นปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงภัยอันตรายจากโรคไข้เลือดออก ร่วมกำจัดลูกน้ำในบ้านและชุมชนโดยเฉพาะพื้นที่ที่พบผู้ป่วยขอให้ดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ป่วยรายใหม่ในหมู่บ้านเพิ่มอีก ซึ่งเรื่องกำจัดยุงลายถือเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพราะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้คนในครอบครัว หากพบภาชนะใดมีลูกน้ำให้กำจัดทันที
นักวิจัยชี้ 'ฝน-ความชื้น' เป็นปัจจัยทำให้ยุงอายุยืน ส่งผลไข้เลือดออกพุ่ง
คนเมืองยังเสี่ยงชีวิตจากโรคไข้เลือดออก หลังพบสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 4 เท่า นักวิจัยชี้ 'ฝน-ความชื้น' เป็นปัจจัยทำให้ยุงอายุยืนขึ้น พื้นที่ชุมชนครองแชมป์สถิติการระบาด
รศ.สุพัตรา ทองรุ่งเกียรติ ภาควิชากีฏวิทยาการแพทย์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ณ เวลานี้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากตัวเลขที่ได้รับรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกถึง 4 หมื่นราย โดยเฉพาะพื้นที่ในเขต กทม.
หากดูจากสถิติจะพบว่าอัตราผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าของปี 2556 เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนักวิจัยเชื่อว่าการเพิ่มจำนวนของประชากร ความหนาแน่นของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเมื่อดูจากสถิติจะพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้บ่อยในเขตชุมชนเช่นวัด และโรงเรียน
ปกติการระบาดของโรคไข้เลือดออกจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีผู้ป่วยเกิดขึ้นทั้งปี เหตุผลเพราะมีแหล่งเพาะพันธุ์เพิ่มขึ้น ยุงลายสามารถเพาะพันธุ์ได้ในน้ำสะอาด ในพื้นที่ที่มีภาชนะรับน้ำอย่างแจกัน จานรองกระถางต้นไม้ ขวดน้ำ ซึ่งยังคงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีของยุงลาย ทั้งในบ้านและนอกบ้าน
“แหล่งเพาะพันธุ์ยุงที่มากขึ้น ประกอบกับฤดูฝน อากาศชื้น เป็นปัจจัยเร่ง ทำให้ยุงอายุมีอายุยืนยาวกว่าในฤดูร้อนที่ยุงมีอายุอยู่ได้แค่ 15 วัน แต่ในฤดูฝนยุงอายุยืนได้ถึง 30 วัน แต่ที่น่าสังเกตคือเชื้อในตัวยุงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 32 องศาเซลเซียส ระยะการแพร่เชื้อที่ 7 วัน ก็เพิ่มขึ้นได้ถึง 14 วัน ซึ่งสภาวะแวดล้อม ณ ปัจจุบันที่กลางวันร้อนและกลางคืนฝนตก ยิ่งเอื้อต่อการระบาดของโรคเพิ่มขึ้น”
นักวิจัย บอกว่า ยุงลายมีความสามารถในการแพร่เชื้อต่อเนื่อง หลังจากได้รับเชื้อจากผู้ป่วย เชื้อจะเข้าไปอยู่บริเวณต่อมน้ำลายยุงราว 7-10 วัน และพร้อมที่จะปล่อยเชื้อไข้เลือดออกให้กับคนต่อไป แม้ยังไม่ทันจะที่ยุงลายจะดูดเลือด แต่เชื้อจะถูกปล่อยออกมากกับน้ำลายยุงทำให้เกิดกระบวนการติดเชื้อขึ้น โดยยุง 1 ตัว มีโอกาสแพร่เชื้อให้คนถึง 5-6 คน และโอกาสที่มีคนติดเชื้อในบ้านเพิ่มขึ้นด้วย
"ยุงที่มีเลือดเต็มท้องถึงเวลาที่ต้องวางไข่ โดยใช้เวลา 1-2 วันจากนั้นก็ออกกินเลือดต่อ ถ้ายุงมีเชื้อกินเลือดกี่ครั้งก็จะถ่ายทอดเชื้อให้เท่านั้นคน" นักวิจัยกล่าว และว่า ถ้าควบคุม และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้ได้ก่อนฤดูฝน จะช่วยยับยั้งการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้
อย่างไรก็ตาม ไข้เลือดออกในมุมมองของนักวิจัยไม่ใช่โรคที่น่ากลัว เมื่อเทียบกับโรคมาลาเรียที่โอกาสเสียชีวิตสูงกว่า และอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับโรคอื่น เนื่องจากการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยทำได้ดีขึ้น
รศ.สุพัตรา บอกว่า การรักษาโรคไข้เลือดออก ณ ปัจจุบันทำได้ดีขึ้น แค่บอกอาการก็รู้ได้โดยไม่รอให้ต้องตรวจเจอเชื้อ แต่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการชะล่าใจไม่ไปโรงพยาบาล ปล่อยให้ไข้ขึ้นสูงจนเกิดอาการช๊อค และเสียชีวิต ซึ่งภูมิต้านทานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
“ในผู้ป่วยที่มีอายุมากอาการของโรคจะรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ ถ้าคนเคยได้รับเชื้อไข้เลือดชนิดที่ 1 ไปแล้วจะเกิด ภูมิต้านทานเฉพาะเชื้อ แต่ถ้าได้รับชนิดที่ 2 ซ้ำ จะเป็นการกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่พบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด”
สำหรับความก้าวหน้าของการพัฒนาวัคซีน นักวิจัยบอกว่า ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่มีความก้าวหน้าไปมาก แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะตรองพัฒนาให้ครบทั้ง 4 สายพันธุ์ โดยปัจจุบันสามารถพัฒนาได้ถึง 3 สายพันธุ์แล้ว แต่อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการตรวจต้องพัฒนาเพื่อทราบให้ได้ว่าผู้ป่วยเคยได้รับเชื้อสายพันธุ์ใดมาก่อนด้วย
ในส่วนของ ภาควิชาเวชศาสตร์เขตร้อน อยู่ระหว่างเก็บรวบรวมตัวอย่างของยุงแต่ละชนิด ทั้งยุงลาย พาหะไข้เลือดออก ยุงก้นปล่อง พาหะของโรคมาลาเรีย เพื่อศึกษาพฤติกรรมของยุงแต่ละชนิด และวิจัยเพื่อหาคำตอบให้กับข้อสงสัยที่ว่า ยุงมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นจริงหรือไม่ รวมถึงไข่ของยุงที่ติดเชื้อไข้เลือดออก ยังมีความสามารถในการแพร่เชื้อต่อได้หรือไม่ ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการทดลอง และคาดว่าผลลัพธ์ที่ได้จะก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปสู่งแนวทางการป้องกันและรักษาโรคไข้เลือดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต



