
'มูลนิธิสุวรรณนิมิต'หาช่องทางขอคืนที่ดินคลินิกแม่ตาว
มูลนิธิสุวรรณนิมิต หารือทนายความ-กรรมการมูลนิธิหาช่องทางขอคืนที่ดินจาก"พ.ต.ท." ด้าน"หมอซินเธีย"ย้ำร.ร.-คลินิกแม่ตาวต้องอยู่ต่อด้าน"พระกิตติศักดิ์"ยังปิดตัวเงียบ
วันที่ 9 ก.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอ.แม่สอด จ.ตาก ว่า ขณะนี้ ชาวพม่า เจ้าหน้าที่คลินิกแม่ตาวและมูลนิธิสุวรรณนิมิต เริ่มมีความหวั่นไหวกับอนาคตของคลินิกแม่ตาว ที่เป็นของแพทย์หญิงซินเธีย หม่อง เจ้าของคลินิกและเจ้าของรางวัลแม็กไซไซ และรางวัลระดับโลกอื่นๆ อีกมากมาย ที่ให้การรักษาชาวพม่าตามแนวชายแดน และชาวพม่าที่เดินทางมาจากประเทศพม่า โดยปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทางคลินิกแม่ตาว
โดยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทางคลินิกหมอซินเธีย ยังมีสถานที่ไม่ค่อยถูกต้องตามกฎหมายและไม่ได้เป็นนิติบุคคล ทำให้เกิดปัญหาการรับบริจาคเงินจากองค์ต่างๆ จึงนำที่ดิน 2 แปลง คือ 1 งาน กับ 2 งาน เป็นที่ในพื้นที่คลินินิกแม่ตาว 1 งาน และที่โรงเรียนอนุบาลซีดีซี. อีก 1 แห่ง จำนวน 2 งาน ขอใช้ชื่อมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ โดยมีพระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ เป็นเจ้าอาวาสสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม บ้านห้วยงู อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งจากนั้นก็ไม่มีอะไร ทางคลินิกก็ดำเนินการกิจกรรมเรื่อยมา
เจ้าหน้าที่คลินิกแม่ตาว กล่าวว่า ช่วงที่ทางคลินิกแม่ตาวยังไม่ทราบเรื่องที่ดินถูกโอนไปเป็นของพ.ต.ท.ชลเทพ ใหม่ไชย พนักงานสอบสวน สภ.ฝาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ทางคลินิกแม่ตาว และหมอซินเธียไม่ได้คิดอะไร ยังคงดำเนินการที่คลินิก และโรงเรียนต่อไป แต่เมื่อทางคลินิกแม่ตาว ได้ตั้งมูลนิธิของตนเองขึ้นมาชื่อ มูลนิธิสุวรรณนิมิต และมีความประสงค์ที่จะขอถ่ายโอนชื่อที่ดินทั้ง 2 แปลง มาเป็นชื่อของมูลนิธิสุวรรณนิมิต แต่ทางมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์นิ่งเฉยมาตลอด ต่อมาทางคลินิกแม่ตาวได้ไปตรวจสอบที่หลักฐานที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตาก สาขาอำเภอแม่สอด พบว่าที่ดินทั้ง 2 แปลง เป็นชื่อของพ.ต.ท.ชลเทพ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจกับชาวพม่ามาก รวมไปถึงชนกลุ่มกลุ่มต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนหมอซินเธีย หม่องด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุวรรณนิมิต แจ้งว่าขณะนี้กำลังหารือกับทนายความ และกรรมการมูลนิธิว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพื่อจะขอที่ดินทั้ง 2 แปลงกับคืนมา
ด้านแพทย์หญิงซินเธีย หม่อง กล่าวว่า พยายามไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่ให้ความเห็นว่า โรงเรียนและคลินิกแม่ตาว ต้องอยู่ต่อไป
สำหรับที่ดินที่เกิดปัญหานี้มาจากชาวต่างประเทศ ที่ซื้อให้กับคลินิกแม่ตาว และโรงเรียนซีดีซี. แต่กำลังจะสร้างเพื่อขอใบอนุญาตใช้สร้างเรือนพยาบาล และโรงเรียนแล้ว จึงทราบเรื่องนี้ ทำให้การก่อสร้างหนยุดชะงักลง
"พระกิตติศักดิ์" ยังเก็บตัวเงียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ เจ้าอาวาสสถานปฏิบัติธรรม สวนเมตตาธรรม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ผ่านทางเฟซบุ๊ก /www.facebook.com/phrakitti เกี่ยวกับเรื่องการขายที่ดินของคลินิกแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า เบื้องต้นเนื้อที่ดินมีเพียง 3 งานเศษ ต่อมาการจัดการเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวนี้มีความซับซ้อน ยังมีเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคนที่เกี่ยวข้องที่แท้จริง รู้เรื่องจริง มีไม่กี่คน และคนที่พยายามออกหน้าออกตานั้น ล้วนมีความหลังกับพระกิตติศักดิ์ทั้งสิ้น
พร้อมกันนี้ ยังยืนยันกว่า อาตมาภาพมิได้หนีหายไปไหน ยังอยู่ในพื้นที่ซึ่งถูกคนร้ายบุกรุก ถูกข่มขู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่น่าเสียดาย ที่สื่อมวลชนทุกแขนงกับไม่ให้ความสนใจ ในกรณีคนร้ายตัดฟันต้นไม้สักทอง ตะเคียนทอง ยางนา ที่มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ปลูกไว้ฟื้นฟูป่าแต่อย่างใดเลย และอย่าดราม่า จงช่วยให้คนมืดบอดเกิดสติปัญญาด้วยเถิด ส่วนความพยายามที่จะอิงกระแส "หลวงปู่เณรคำ" มาเล่นงานพระกิตติศักดิ์นั้น ขอวิงวอน ปปง. ปปช. หรือองค์กรอิสระใดๆ มาตรวจสอบ ว่าถึงวันนี้ "พระกิตติศักดิ์รูปนี้" มีหนี้สินอยู่มากเพียงใด เพียงเพราะจะรักษาปณิธาน ของ "พระสุพจน์ สุวโจ" ที่ถูกฆ่ามาเมื่อ 8 ปีก่อน โดยไม่มีปัญญาชน(ตั้งตัวเอง)หน้าไหน ยื่นมือมาช่วย ถึงวันนี้พวกเรา "ถูกตัดสิน" จากผู้ที่กระทำตนนอกกฎหมาย ให้กลายเป็นคนผิด โดยมี "ขบวนการสร้างดราม่าที่ถูกจัดตั้ง" เป็นตัวเดินเกม อยากรู้เหลือเกิน ว่ารัฐบาลไทยจะเอาอย่างไรกับเรื่อง NGOs ฝรั่ง "ปั้นนางฟ้าช่วยผู้ทุกข์ยาก" กับกระบวนการ "การเมืองภายในพม่า" และ "ปัญญาชนนักกินหัวคิว" และระบุว่าขอให้มีการนำคดีดังกล่าวขึ้นฟ้องสู่ศาลด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโพสต์ข้อความของพระกิตติศักดิ์ ได้มีการพูดถึงเรื่องของแหล่งทุน เบอร์ม่าฟันด์ กับนิติกรรมอำพรางที่ขออาศัยชื่อมูลนิธิฯเปิดใหม่ด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาทาง ผู้สื่อข่าวได้มีพยายามติดต่อ เพื่อขอสัมภาษณ์ เกี่ยวกับประเด็นที่ดินคลินิกแม่ตาว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับจาก พระกิตติศักดิ์ แต่อย่างใด
ชาวพม่าวิตกเรื่องที่ดินหมอซินเธีย
นายขิ่นซอ ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า ที่ไปใช้บริการการรักษาพยาบาลที่คลินิกแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ได้ยินข่าวที่เกิดขึ้นแล้ว รู้สึกวิตกกังวลมาก อยากให้มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ เห็นแก่มนุษยธรรม สมเจตนารมณ์ของมูลนิธิ ฯ และสมเจตนารมณ์ขอผู้ที่บริจาคที่ดินให้กับคลินิกแม่ตาว แม้ทางด้านกฎหมาย คงไปกล่าวหา หรือไปฟ้องร้องมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ลำบากมาก แต่ในความเป็นจริง ที่ผืนนี้คือ ของคลินิกแม่ตาวมานานนับกว่า 20 ปี หากไม่ได้รับความเมตตาจากมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ชาวพม่าอาจจะหารือกันอีกว่า จะทำอะไรต่อไป



