ข่าว

ก.แรงงานชี้การจ้างงานฟื้นตัวตกงานลดเหลือ143คน

ก.แรงงานชี้การจ้างงานฟื้นตัวตกงานลดเหลือ143คน

09 มิ.ย. 2552

ก.แรงงาน ชี้ จ้างงานฟื้น ตัวเลขคนตกงานลดเหลือ 143 คน แนวโน้มโรงงานเจ๊งแค่ 5 แห่ง เชื่อ ไตรมาส 4 ไม่มีลูกจ้างโดนลอยแพ ระบุ สถานประกอบการต้องการคนเพิ่ม 7.3 พันคน

 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่กระทรวงแรงงาน นายอาทิตย์ อิสโม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ผลการรวบรวมข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มของสำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดและพื้นที่ปรากฏว่ามีสถานประกอบกิจาการทำการเลิกจ้างไปแล้วจำนวน 509 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 47,614 คน เมื่อพิจารณาข้อมูลการเลิกจ้างตั้งแต่เดือนต.ค.51 จนถึงปัจจุบัน พบว่า สถานการณ์การเลิกจ้างเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มีการเลิกจ้างสูงสุดเมื่อเดือน พ.ย. 51 ที่ผ่านมารจำนวน 22,226 คน ลดลงมาเป็น 16,753 คนเมื่อเดือนธ.ค. เดือน ม.ค. 52 จำนวน 8,765 คน เดือน ก.พ. 12,791 คน เดือน มี.ค.6,901 คน เดือน เม.ย.2,627 คน พ.ค. 1,412 และ ถึงวันที่ 5 มิ.ย.มีลูกจ้างถูกเลิกจ้างไปแล้วจำนวน 143 คน และ มีแนวโน้มที่จะเลิกจ้างเพียง 5 แห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างสูงสุดยังคงเป็น การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การผลิตยานยนต์ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ ตามลำดับ

 “ สถานการณ์การเลิกจ้างลดน้อยลงเป็นลำดับ อัตราการเลิกจ้าง แนวโน้มเลิกจ้างน้อยลงเห็นได้ชัด จนเกือบอยู่ตัวแล้ว การเลิกจ้างในอนาคตไม่มากไปกว่านี้แล้ว และยังมีหลายสถานประกอบการโดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์มีออร์เดอร์เข้ามา มีการรับคนงานเพิ่มแล้ว ส่วนที่มีการคำนวณว่าในไตรมาสที่ 4 สภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้น เราเชื่อว่าจะไม่มีการเลิกจ้างคนงานเลย หรือ จะมีก็น้อยมาก ” นายอาทิตย์ กล่าว

  นายอาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีสถานประกอบการแจ้งความต้องการแรงงานเพิ่ม จำนวน 31 โรงงาน ต้องการลูกจ้างมากกว่า 7,332 คน ประกอบด้วย กิจการประเภทผลิตใบยาสูบ ผลิตแหอวน ตัดเย็บเสื้อผ้าและรองเท้า ผลิตอาหาร ผลิตยาง ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติกส์ ในจังหวัดขอนแก่น ราชบุรี สมุทรปรากการ แพร่ พระนครศรีอยุธยา   อย่างไรก็ตามระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2551-5 มิ.ย. 52 มีผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากถูกเลิกจ้างจำนวนทั้งสิ้น 167,714 คน ซึ่งกระทรวงแรงงาน ได้จ่ายเงินสิทธิประโยชน์ไปแล้วทั้งสิ้น 1.9 พันล้าน