
'มาร์ค'ฟันธง!คลิปเสียงของจริง
'มาร์ค' ฟันธง! คลิปเสียงเป็นของจริง เหตุเนื้อหาสอดรับ เตือนงุบงิบออก พรก.ล้างผิดพา 'แม้ว' กลับบ้านเสี่ยงคุก ด้าน 'ชวนนท์' จี้ 'ปู' สอบคลิปเสียงฉาว
9 ก.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีคลิปเสียงสนทนาคล้ายเสียง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า เชื่อว่าคนในรัฐบาลก็พูดออกมาในทางเดียวกันว่า เป็นคลิปตัดต่อ แต่คงต้องยอมรับว่าเนื้อหาสาระสอดรับกับการสนทนาของบุคคล 2 คน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพม่า กฎหมายที่อาจจะนำเข้าสภากลาโหม สภาความมั่นคง การโยกย้ายแต่งตั้งทหาร มันสอดรับหมด ดังนั้นถ้าบอกว่าไม่ใช่ ก็คงเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก แล้วจะมีใครที่ไหนอีก 2 คน ที่เสียงคล้าย และรู้เรื่องลึก รู้จริงถึงอนาคต เหตุการณ์ต่างๆ ทุกอย่างมันสอดรับหมด ก็คงปฏิเสธยากว่าเป็นคลิปตัดต่อ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่มีคำตอบในเรื่อง แต่เรื่องคงไม่จบ โดยเฉพาะการพูดพาดพิงถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ แม้ว่าคนเหล่านี้จะเงียบ เพราะเป็นวินัยของทหาร แต่มีความรู้สึกเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่ง ส่วนเรื่องของกม.ล้างผิดที่จะพาบางคนกลับบ้านโดยอาจออกเป็น พ.ร.ก. ซึ่งตรงนี้จะเป็นปมนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม และไม่ว่าคลิปนี้จะจริงหรือไม่จริง หรือเป็นคลิปตัดต่อ หัวหน้ารัฐบาล รมว.หรือ รมช.กลาโหม ก็ควรออกมายืนยันว่า จะมีการทำเรื่องนี้ สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน ในโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายนั้น ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ทางเราก็ต้องสร้างความไว้วางใจกับประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ว่า การทำงานของเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโครงการทวายนั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ร่วมกันจริงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องธุรกิจแอบแฝง แล้วก็ให้ความเคารพในกระบวนการของการตัดสินใจของรัฐบาลเขาตามปกติ
เมื่อถามว่า ในคลิปเสียงมีการพูดถึงทำพ.ร.บ.ล้างผิดให้เป็น พ.ร.ก. เพื่อนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศได้เร็วขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความคิดที่จะออกเป็น พ.ร.ก. มีมาโดยลำดับ แล้วก็คิดว่าอาจจะเป็นวิธีการที่ง่ายไม่ยืดเยื้อ เพราะหากเป็น พ.ร.บ.จะต้องเข้าพิจาณา 3 วาระ ในสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภา ก็อาจจะเกิดปัญหาวุ่นวายต่างๆตามมา แต่ตนก็ขอเตือนว่า การออก พ.ร.ก. ต้องเข้าเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ทำตาม สมาชิกสภาฯก็มีสิทธิ์ในการที่จะส่งเรื่องนี้ตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไม่เร็วอย่างที่คิด และหากออกกฎหมายโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็มีสิทธิติดคุกได้
“การพยายามที่จะเดินหนีคำถามเกี่ยวกับเรื่องคลิปนั้น ไม่สามารถหนีจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคลิปได้ เพราะฉะนั้นการจะกอบกู้ในเรื่องของความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการที่จะไปทำอะไรในประเทศเพื่อนบ้านนั้น ก็เป็นหน้าที่ทั้งของนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศด้วย ที่จะต้องพยายามสร้างความเชื่อมั่นตรงนี้ให้ได้ และเรื่องคลิปคงไม่เงียบไปง่ายๆ เชื่อว่าทุกคนจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว
'อภิสิทธิ์' เหน็บ 'นิวัฒน์ธำรง' จ้อระบายข้าวไร้รูปธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channelถึงกรณีที่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ยืนยันในเรื่องของการระบายข้าวว่า ไม่ได้มีอะไรที่เป็นรูปธรรมใหม่ที่จะแตกต่างจากเดิมอย่างไร ซึ่งการที่ระบุว่าจะส่งออกอีกหลายล้านตันนั้นก็เป็นไปตามที่เคยแถลงก่อนหน้านี้ และที่จะระบายให้ได้ในปีนี้ประมาณ 6 ล้านตัน สำหรับตนถือว่ายังระบายไม่ทันกับข้าวที่เข้ามา ถ้าเทียบระหว่างปริมาณข้าวที่เข้ากับออก กับที่มีอยู่ และเดิมการระบายข้าวจะพึ่งเรื่องของการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี เป็นหลัก แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ที่สำคัญบอกว่าจะเปิดเผย แต่ไม่เปิดเผยเรื่องราคาที่ขายข้าว ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เพราะในที่สุดก็ต้องกลับมาลงบัญชีว่าได้เงินมาเท่าไหร่
ส่วนที่กรมการค้าภายในเสนอให้จำนำข้าวแบบขั้นบันไดนั้น ก็สามารถจะกำหนดได้หลายอัตรา อาจจะซอยย่อยลงไปได้ว่า เกษตรกรขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ แต่ต้องมีคำตอบ และมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในเชิงปฏิบัติ ว่าตกลงแล้วจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดการสลับสับเปลี่ยน สวมสิทธิ์ หมุนเวียนระหว่างข้าวที่จำนำในราคาหนึ่ง กับอีกราคาหนึ่ง มันก็จะยุ่งยากพอสมควร และจะทำให้การบริหารยิ่งยากขึ้นไปอีก จากการที่มีช่องโหว่ ช่องว่างในการทุจริตเยอะอยู่แล้ว ดังนั้นนโยบายทุกนโยบาย เวลาตัดสินใจอะไรต้องคำนึงถึงความเสี่ยง ช่องโหว่ และช่องว่างที่จะเกิดการทุจริตด้วย
'อภิสิทธิ์' ลงพื้นที่หาดใหญ่ช่วย 'นิพนธ์' หาเสียง 'นายกฯอบจ.สงขลา'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบปะประชาชนพ่อค้าและแม่ค้าใน อ.หาดใหญ่ บริเวณตลาดกิมหยง พร้อมทั้งขึ้นรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงออกแห่รอบเมืองตามถนนสายหลักย่านการค้า ในตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับนายนิพนธ์ บุญญามณี ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งเก้าอี้นายกฯอบจ.สงขลา หมายเลข 2 พร้อมชูนโยบาย 5 ซ่อม 6 คืน 7 เสริม 8 สร้าง 9 พัฒนา และรับปากจะทำตามนโยบายทันที และทำให้ดีที่สุดเพื่อการพลิกโฉมเมืองสงขลา ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ และเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวสงขลา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ อบจ.สงขลา ให้เป็น อบจ.สีขาว ด้วยการบริหารจัดการด้วยปัญญาและหลักธรรมภิบาล ล้างอิทธิพลมืดเพื่อสร้างสงขลาเป็นเมืองแห่งความสุขอย่างแท้จริง
โดยมีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณตลาดให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก นำดอกกุหลาบมามอบให้กำลังใจพร้อมทั้งใช้มือถือถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนี้เวลา 17.30 น.ในวันเดียวกันทั้งคณะจะลงพื้นที่ไปขึ้นเวทีปราศรัยที่ โรงเรียนธรรมโฆสิต อ.นาหม่อม จ.สงขลา เพื่อขอคะแนนจากประชาชนชาว อ.นาหม่อม จ.สงขลา ต่อไป
'ชวนนท์' จี้ 'นายกฯ' สอบคลิปเสียงฉาว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คนในรัฐบาลออกมาปฏิเสธคลิปเสียงการสนทนาที่มีเสียงคล้ายกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ศศิประภา รมช.กลาโหม และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ของจริงหรือเป็นคลิปตัดต่อว่า เป็นการปฏิเสธขาดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่มีน้ำหนักเพียงพอมายืนยัน โดยเป็นคลิปเสียงพูดคุยระหว่างผู้มีบารมีที่อยู่นอกประเทศกับ รมต.ใหม่ในครม.ชุดนี้ ซึ่งบทสนทนามีความยาวถึง 32 นาที ลักษณะเป็นการพูดคุยโต้ตอบ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการตัดต่อคำพูด แตกต่างจากกรณีคลิปนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกตัดต่อ และสาระในการพูดคุยไม่ใช่เรื่องทั่วไปที่ถูกเปิดเผยมาก่อน เช่น เหตุการณ์บุกถล่มทหารพม่า คำพูดแบบนี้ต้องเป็นคำพูดของคนที่มีความรู้และมีข้อมูลอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว มีการพาดพิงถึงอดีต ผบ.ทบ. ที่ปัจจุบันเป็นองคมนตรีด้วย
นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการพาดพิงไปถึง ผบ.สส.ของไทย และ ผบ.สส.ของประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการลงทุนในประเทศดังกล่าว ดังนั้นตนจึงยืนยันว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริง จึงต้องถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล้าให้ตรวจสอบก็ขอให้นำคลิปไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เช่น ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เข้ามาร่วมตรวจสอบก็จะทำให้สังคมมั่นใจว่าจะได้รับความจริง แต่ถ้าตั้งใจจะให้เรื่องนี้เงียบหายไปเหมือนที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยกเลิกการแถลงข่าว ก็จะไม่เป็นประโยชน์ใดๆ
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอฝากยังฝาก 4 ประเด็นให้นายกฯนำไปแก้ไข คือ 1. การโยกย้ายนายพลระดับสูงเพื่อครอบครองกองทัพ ซึ่งนายกจะปฏิเสธหรือยอมรับว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ไม่ใช่สิ่งที่เคยพูดว่าอยากเข้าไปเรียนรู้งานกระทรวงกลาโหม ให้มีความไหลลื่นเชื่อมโยงใกล้ชิด 2. การยืมมือสภากลาโหมออก.กมล้างผิด พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านอย่างเท่ห์ๆ นายกต้องตอบสังคมเพราะการนั่งในตำแหน่งรมว.กลาโหม กำลังจะเป็นไปเพื่อประโยชน์พี่ชายตนเองไม่ใช่ผลประโยชน์ชาติ 3. การอ้างถึงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องสำคัญที่นายกต้องทำความเข้าใจว่าการเป็นผู้นำประเทศจะปล่อยให้ใครมาพูดจาระรานหรือนำเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันฯมาพิสูจน์ความจงรักภักดีย่อมเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม 4. นำกองทัพไปเป็นต้นทุนทางธุรกิจ ใช้เส้นสายทางทหารใช้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บัญชาการทหารสองประเทศในการลงทุนท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้าน และการสร้างเมืองใหม่
“บทสนทนาในคลิปไม่มีผลประโยชน์ของคนไทยเลย เป็นคำพูดที่สะท้อนตัวตนของคนในคลิปที่ใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจของตนเอง จึงเห็นว่าถ้านายกรัฐมนตรีจริงใจตรวจสอบผลสรุปน่าจะออกมาไม่เกินสัปดาห์นี้ แต่ตนเชื่อว่าจะไม่มีการตรวจสอบเพื่อหาความจริงจึงขอให้นายกฯตอบคำถาม 4 ข้อนี้แทน” นายชวนนท์ กล่าว
'ปชป.' ไม่เชื่อ 'รัฐบาล' ขายข้าว 5 แสนตัน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงการระบายข้าวของรัฐบาลตามที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ระบุว่าจะระบายข้าวเดือนละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 แสนตัน ซึ่งจะทำให้ระบายข้าวได้ 6-9 แสนตัน ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พบว่าประเทศไทยจำเป็นต้องระบายข้าวให้ได้ 5 แสนตัน ตนจึงไม่เชื่อว่าจะทำได้ตามที่ รมว.พาณิชย์กล่าวอ้าง แต่ที่น่าห่วงคือ การที่ไม่ยอมเปิดเผยราคา โดยอ้างเป็นเรื่องความอ่อนไหว โดยเฉพาะการขายแบบจีทูจี สิ่งที่รัฐบาลต้องบอกความจริงกับคนไทยคือ ประเทศกำลังจะขาดทุนต่อเนื่องใช่หรือไม่ เพราะเป้าหมายการขายข้าวของ กขช. คือ ขายให้ได้เดือนละ 5 แสนตัน โดยหากขายในราคา 12,000 บาทต่อตัน ในขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 23,000 บาท ต่อตัน เท่ากับรัฐบาลจะขาดทุน 11,000 บาท ดังนั้นหากขายได้ 5 แสนตันต่อเดือน ภายใน 6 เดือน จะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท และเป็นการขาดทุนต่อเนื่องเพิ่มจากตัวเลขเดิม 2.6 แสนล้านบาท
ซึ่งคาดว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า รัฐบาลจะขาดทุนจากการระบายข้าวประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่าจนถึงสิ้นปี 2556 ตัวเลขขาดทุนจากโครงการนี้อย่างต่ำจะสูงถึง 3 แสนล้านบาท จึงขอถามว่าจะนำเงินที่ไหนไปบริหารจัดการ สภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะรองรับได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตอบคำถามนี้ก่อนเดินหน้าโครงการนี้ต่อ เพราะจะเป็นภาระของประเทศในอนาคต



