ข่าว

'บิน'ตก!ห่วงกระเป๋ามากกว่าชีวิตคน

'บิน'ตก!ห่วงกระเป๋ามากกว่าชีวิตคน

09 ก.ค. 2556

'ฟอร์บส์' ชี้ เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้โดยสารที่รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตก ห่วงกระเป๋าสัมภาระของตนมากกว่าชีวิตคน

 

                           9 ก.ค. 56  เว็บไซต์ ฟอร์บส์ รายงานว่า ในช่วงวินาทีแห่งความเป็นและความตาย ของการเอาชีวิตรอดจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก ผู้โดยสารของเครื่องบิน โบอิ้ง 777 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์เที่ยวบิน 241 ที่ตกบนรันเวย์ของสนามบินนานาชาติซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ กลับหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรัง รวมทั้งกระเป๋าแบบลาก ที่ปกติจะอยู่ในชั้นเก็บเหนือศีรษะ

                           ผู้รอดชีวิตอย่างน้อย 1 คน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ว่า เขาฉวยกระเป๋าก่อนจะคว้าตัวลูก ซึ่งนับว่าโชคดีที่อย่างมากที่ไฟลามช้า // ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างโบอิ้ง ได้พยายามอย่างมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ที่จะปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้ผู้โดยสารรอดชีวิตมากที่สุดจากอุบัติเหตุทางอากาศ ที่รวมถึงวัตถุดับไฟ ที่ปกติแล้วเวลาเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบิน มักจะเกิดไฟไหม้ที่สายน้ำมัน หรือไม่ก็ถังน้ำมัน เนื่องจากเมื่อน้ำมันทะลักออกมา และได้สัมผัสกับสิ่งที่ร้อนจัด และเครื่องยนต์ ก็สามารถติดไฟได้ หรืออาจจะติดไฟด้วยสาเหตุอื่นๆ ได้เช่นกัน รวมทั้ง การเสียดสีของลำตัวเครื่องบินกับผิวรันเวย์

                           เมื่อเกิดการลุกไหม้ ไฟจะลามเร็วมาก แม้จะไหม้จากผิวภายนอกของตัวเครื่อง แต่ถ้าสภาพเอื้ออำนวยก็จะลุกลามเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการตกแต่งภายในเครื่องบิน ก็มักจะไม่ได้กันไฟ แต่กลับเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และยิ่งก่อให้เกิดสารพิษอันตรายเมื่อไฟไหม้วัสดุที่ผลิตจากพลาสติก , พรม และของใช้ของผู้โดยสาร

                           ฟอร์บส ระบุว่า จากการตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดกับเครื่องบินโดยสารหลายครั้งที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรก ที่พบว่า ผู้โดยสารพากันหอบหิ้วของติดตัวตอนหนีตาย และทางสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านกาารขนส่งของสหรัฐ หรือ NTSB ก็จำเป็นต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่า พฤติกรรมของผู้โดยสารเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อผู้บาดเจ็บด้วยหรือไม่ อย่างน้อยก็ต้องมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าผู้โดยสารเหล่านี้ ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการอพยพฉุุกเฉินจากเครื่องบิน แต่สายการบินเอเชียนา และสำนักงานบริหารการบินแห่งสหพันธ์ หรือ FAA กำลังสงสัยว่า อาจมีผู้รอดชีวิตที่ตกอยู่ในอันตราย โดยผู้โดยสารที่มัวแต่เสียเวลารวมรวบกระเป๋า และจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้ ก่อนที่จะมีคนที่อุตส่าห์รอดจากอุบัติเหตุ ต้องมาตายโดยไม่จำเป็น

 

 

ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า หนึ่งในเหยื่อที่เสียชีวิตถูกรถฉุกเฉินแล่นทับหรือไม่

 

                           เดบอราห์ เฮอร์สแมน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NTSB แถลงว่า คณะเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบิน เพื่อดูว่า รถฉุกเฉินแล่นทับหนึ่งในสองเด็กสาววัยรุ่น ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ ตกเมื่อวันเสาร์หรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ

                           เฮอร์สแมน ได้เรียกความเป็นไปได้ที่เด็กสาวจะถูกรถทับว่า เป็นประเด็นร้ายแรงอย่างยิ่ง และเจ้าหน้าที่สืบสวนต้องการความแน่ใจว่า พวกเขามีข้อเท็จจริงครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนที่จะสรุปการสืบสวน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ ยังไม่ได้สรุปสาเหตุการเสียชีวิตของเด็ก และกำลังอยู่ระหว่างกำลังดำเนินการ

                           เฮอร์สแมน ยังแถลงด้วยว่า พบชิ้นส่วนหางของเครื่องบิน ที่กระแทกกับผิวน้ำ ก่อนที่เครื่องบินจะกระแทกกับรันเวย์ ของสนามบินนานาชาติซาน ฟรานซิสโก ที่อ่าวซาน ฟรานซิสโกแล้ว และชิ้นส่วนอื่นๆ อีกหลายชิ้นก็ลอยกระจัดกระจายอยู่ในอ่าว // เจ้าหน้าที่สืบสวน ได้เผยแพร่วิดีโอเมื่อวันจันทร์ แสดงให้เห็นสภาพความเสียหายหนักของเครื่องบิน และชิ้นส่วนกระจัดกระจายทั่วพื้นรันเวย์

                           เครื่องบินได้พุ่งกระแทกกับรันเวย์ ในขณะกำลังจะลงจอดที่สนามบิน เมื่อวันเสาร์ และทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรีบหนีออกมาทางสไลด์ฉุกเฉิน ในขณะที่เปลวเพลิงโหมไหม้ลำตัวเครื่องบิน ผู้โดยสารหญิงที่ยังเป็นนักเรียนชั้น ม.ปลาย 2 คน คือ หวาง หลินเจี่ย และเย่ หมิงหยวน วัย 17 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ ที่หนึ่งในสองคนนี้ อาจจะรอดชีวิตจากเครื่องบินตก แต่ถูกรถหน่วยฉุกเฉินที่เข้าไปยังที่เกิดชุดแรกแล่นทับจนเสียชีวิต

                           ทางการยืนยันตัวเลขว่า ผู้โดยสารและลูกเรือ 305 คน รอดชีวิต // คริสซี่ เอ็มมอนส์ แห่งหน่วยดับเพลิงซาน ฟรานซิสโก อธิบายการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า เมื่อเข้าไปถึงลำตัวเครื่องบินลำดับแรกคือดับไฟก่อน และแม้ว่าจะไม่ยอมเสียเวลา แต่สภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ตอนที่ช่วยผู้เคราะห์ร้ายคนสุดท้าย ไฟก็ลามมาใกล้และควันก็หนาทึบ ซึ่งนับว่าโชคดีเป็นอย่างมากที่ช่วยทุกคนออกมาได้ทันเวลา

                           มีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนไม่มากนัก และกว่าหนึ่งในสามของผู้โดยสารที่รอดชีวิตก็ไม่ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ด้านการบินและของสายการบินเอเชียนา ระบุว่า นักบินบังคับเครื่องบินให้ใช้ความเร็วต่ำและพยายามลงจอดอย่างปลอดภัย และยอมรับว่าเป็นครั้งแรก ที่นักบินนำเครื่องโบอิ้ง 777 ลงจอดที่สนามบินซาน ฟรานซิสโก แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะนักบินมีชั่วบินต่ำกับเครื่องบินรุ่นนี้ และไม่เคยนำเครื่องบินรุ่นนี้ลงจอดที่สนามบินแห่งนี้มาก่อน เป็นสาเหตุให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุหรือไม่ เพราะในการสืบสวนจะต้องตรวจสอบว่า อุปกรณ์ทำงานปกติหรือไม่ด้วยเช่นกัน

 

 

'สหรัฐ' สอบปากคำ 4 นักบินเอเชียนา แอร์ไลนส์

 

                           เจ้าหน้าที่สืบสวนเริ่มสอบปากคำลูกเรือ ของเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ ที่ตกในขณะกำลังจะลงจอดที่สนามบินนานาชาติซาน ฟรานซิสโก ของสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังมีสิ่งบ่งชี้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ความผิดพลาดของนักบิน อาจเป็นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้  

                           เด็กสาววัยรุ่นชาวจีน 2 คน เสียชีวิต ขณะที่ผู้โดยสารอีกกว่า 180 คน ได้รับบาดเจ็บ ตอนที่เครื่องบินซึ่งเดินทางจากกรุงโซล กระแทกกับผิวน้ำไม่ไกลจากรันเวย์ ก่อนจะแล่นไถลแบบเหนือการควบคุม ไปกระแทกกับรันเวย์ ในขณะที่ส่วนหางหลุดออกและเริ่มเกิดไฟลุกไหม้

                           เดบอร่าห์ เฮอร์สแมน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NTSB แถลงว่า นักบิน 4 คน ของเครื่องบิน กำลังถูกสอบสวน เนื่องจากมีรายงานว่า เครื่องบิน ใช้ความเร็วในระดับต่ำกว่ามาตรฐานในการลงจอด ตอนที่กำลังจะตกที่สนามบินซาน ฟรานซิสโก ทำให้ต้องตรวจสอบให้ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นและเกิดขึ้นได้อย่างไร

                           จากข้อมูลบันทึกการบิน พบว่า เครื่องบินเดินทางด้วยความเร็ว 106 น็อต แต่ตอนที่จะตก ก็ยังใช้ความเร็วที่ต่ำกว่าความจำเป็นที่ใช้ในการลงจอด ซึ่งเฮอร์สแมน บอกว่า เครื่องบินได้เพิ่มความเร็วเป็น 137 น็อต ตอนที่บินข้ามทางเข้าของรันเวย์ ทั้งที่ลูกเรือมีหน้าที่ในการเพิ่มความเร็วให้ถูกต้องในการลงจอดอย่างปลอดภัย โดยที่หอบังคับการบินไม่มีส่วนรับผิดชอบในเรื่องความเร็วของเครื่องบิน

                           เอเชียนา ยืนยันว่า นายอี คัง-คุก วัย 46 ปี อยู่ระหว่างการฝึกบินเครื่องบินโบอิ้ง 777 และครูฝึกที่ได้รับมอบหมายให้คอยแนะนำเขา คือ นายอี ชุง-มิน ก็เพิ่งทำงานวันแรกเช่นกัน นายอี ซึ่งเป็นนักบิน มีชั่วโมงบินกับเครื่อง 777 แค่ 43 ชั่วโมง แต่มีประสบการณ์กับการบินเครื่องรุ่นอื่นมากกว่า 9 พันชั่วโมง ส่วนนายอีที่เป็นครูฝึก มีประสบการณ์บินเครื่อง 777 มากกว่า 3 พันชั่วโมง

                           นายยุน ยัง-ดู ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ของเอเชียนา ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานของสื่อที่่ว่า ความผิดพลาดของนักบินอาจจะเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องที่มากเกินไป และคาดการณ์กันไปเท่านั้น เช่นเดียวกับเฮอร์สแมน ที่ให้สัมภาษณ์ CNN ว่า เร็วเกินไปที่จะโทษว่าเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ และต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่นักบินคิด และพวกเขาบังคับเครื่องเองหรือว่าพึ่งออโต้ไพล็อต หรือใช้ทั้งสองอย่าง

                           ส่วนเรื่องที่มีรายงานว่า หนึ่งในสองเด็กสาววัยรุ่นชาวจีนที่เสียชีวิต อาจเป็นผลมาจากการถูกรถดับเพลิงแล่นทับนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ ซาน มาเทโอ บอกว่า เด็กสาวอีกคนหนึ่งน่าจะเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บหลังกระเด็นออกมาจากเครื่องบิน

 

 

-----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)