
สลด!สาวขับเก๋งพุ่งตกขุมเหมืองดับ
สลด! สาวเจ้าของร้านมินิมาร์ทเมืองภูเก็ตขับรถเก๋งพุ่งตกขุมเหมืองแร่จมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชม. จึงกู้ศพขึ้นมาได้สำเร็จ
8 ก.ค.56 เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้ลงค้นหาร่างของนางสาววัฒนา (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เจ้าของร้านมินิมาร์ท ภายหลังร.ต.อ.ธาดา โสดารักษ์ พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายพินิจ อิทธิสัน อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย กล่าวว่าภรรยาได้ออกจากบ้านพร้อมรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีน้ำเงิน ทะเบียน กพ 8055 ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 21.00 น.วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา และยังไม่กลับบ้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกลวงไปชิงทรัพย์หรือถูกลวงไปทำมิดีมิร้าย
ซึ่งขณะนี้ทางญาติช่วยกัน ตามค้นหน้าแต่ยังไม่เจอตัว แต่พบร่องรอยลักษณะรถยนต์เก๋งตกลงไปในขุมน้ำ ซึ่งเป็นขุมน้ำประปาประจำหมู่บ้านของเทศบาลตำบลฉลอง อยู่หลังวัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) ม.4 ต.ฉลอง โดยมี พ.ต.อ.กฤตภาศ เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง พ.ต.ท.กิตติพงศ์ คล้ายแก้ว รองผกก.ป.สภ.ฉลอง คอยอำนวยความสะดวกในการค้นหา
พ.ต.อ.กฤตภาศ เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากญาติของผู้สูญหายไป ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบร่อยรอยรถยนต์เก๋งที่คาดว่านางสาววัฒนา อิทธิสัน จะขับรถพลัดตกลง พบว่าขุมเหมืองดังกล่าวเป็นขุมเหมืองขนาดใหญ่ มีความลาดชันจากขอบขุมเหมืองลงไปถึงริมน้ำประมาณ 50 เมตร เห็นที่บริเวณโคนต้นสนขอบขุมเหมืองมีร่องรอยรถยนต์ชนจนเปลือกหลุดออกมา
นอกจากนั้นยังพบร่อยรอยล้อรถยนต์พลัดตกลงไปในขุมเหมืองเป็นทางยาว จนทำให้หญ้าและต้นกล้วยโค่นล้มลงมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชื่อว่าน่าจะมีรถตกลงไปในขุมเหมืองดังกล่าวแน่นอน จึงได้ประสานไปยังชุดประดาน้ำของมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เพื่อดำน้ำตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ยังค้นหาไม่พบ ประกอบกับทัศนวิสัยในการค้นหาไม่ดี เนื่องจากน้ำในขุมดังกล่าวออกเป็นสีเหลือง เนื่องจากได้เกิดฝนตกก่อนหน้าที่นี้เป็นเวลา 3 - 4 วัน ประกอบกับฟ้าเริ่มที่จะมืด จึงได้ยุติการค้นหา และมาเริ่มค้นหาในช่วงเช้าของวันนี้
จนกระทั่งเวลา 11.00 น.ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำก็ได้พบกับรถยนต์คันดังกล่าว ห่างจากฝั่งประมาณ 60 เมตร และลึกลงไปประมาณ 10 เมตร ในลักษณะหงายท้อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปเพื่อขอรถเครนมายกรถขึ้นจากขุมน้ำดังกล่าวท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก และเมื่อรถเครนยกรถขึ้นมาได้ พบว่ากระจกหน้ารถแตก กระจกด้านข้างคนขับถูกเปิดอยู่ แต่ร่างของคนไปตกอยู่ที่พักเท้าของที่นั่งด้านหลังฝั่งซ้าย เท้าทั้ง 2 ข้างพาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้คู่หน้า โดยที่ร่างของคนขับยังมีวัสดุตกแต่งที่อยู่ในรถทับร่างอยู่ เมื่อเครนว่างรถลงกับพื้นเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าทำการตรวจสอบ และเก็บสิ่งของต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งร.พ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ทรัพย์สินที่ติดตัวผู้ตายก็ยังอยู่ครบ เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตจะอยู่ในอาการมึนเมาและขับรถยนต์มาด้วยความเร็วสูงหรืออาจจะเกิดอาการหลับในทำให้รถยนต์พุ่งชนต้นสนจนรถยนต์กระเด็นตกลงไปในขุมเหมืองจนเสียชีวิตดังกล่าว แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นจะทำการสอบสวนต่อไป
สอบสวนนายพินิจ อิทธิสัน แฟนของผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านพร้อมรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีน้ำเงิน ทะเบียน กพ 8055 ภูเก็ต และมีทรัพย์สินสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น แหวนทองหนัก 1 สลึง 1 วง แหวนทองหนัก 50 สตางค์ 1 วง และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง โดยบอกว่าจะออกไปเที่ยวที่ตามสถานบันเทิง แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กับเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งหลังจากร้านปิด ก็ได้กลับมาส่งเพื่อนชายที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร
จากนั้นผู้ตายก็ได้หายตัวไป ทางญาติๆก็ได้พยามยามติดต่อโทรศัพท์ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะผู้ตายไม่เคยปิดเครื่องโทรศัพท์ จึงได้ให้ญาติออกค้นหา และเหมือนมีสิ่งดลใจให้ออกมาหาบริเวณดังกล่าวและเห็นรอยล้อรถยนต์พุ่งตกลงขุมเหมือง ซึ่งคาดว่าเป็นร่องรอยรถยนต์ที่ตกลงไปในขุมเหมืองดังกล่าว และน่าจะเป็นรถยนต์ของผู้ตาย จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบและออกค้นหา กระทั่งมาพบศพดังกล่าว



