
'ประชา'สั่งช่วยเหยื่อไฟไหม้สภ.ไทรน้อย
'ประชา'สั่งเยียวยาเหยื่อ สภ.ไทรน้อย ด้าน'ผบ.ตร.'สั่งตั้งกก.สอบใครบกพร่องเอาผิดวินัย-อาญา
8 ก.ค.56 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายรัฐมนตรี กำกับดูแล ตร.กล่าวถึงกรณีไฟไหม้ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ว่า เรื่องนี้ได้พูดคุยสอบถามกับทาง ผบ.ตร.แล้วว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากอะไร ทั้งเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากความประมาทเลินเล่อ จะต้องมีการดูเนื้อหาในรายละเอียดต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความสูญเสียเกิดขึ้น ทาง ผบ.ตร.จะมีการรับผิดชอบในการดูแลเยี่ยวยาต่อไป ทั้งนี้ ตนขอแสดงความเสียใจไปยังญาติๆ ผู้ที่เสียชีวิตด้วย ขอยืนยันว่าทาง ตร.จะไม่ทอดทิ้งและจะติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการรให้ บช.ภ.1 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ว่า เกิดขึ้นอย่างไร และใครมีความบกพร่องบ้าง ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการทั้งทางวินัย และอาญา ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ต้องหาที่เสียชีวิตนั้น เบื้องต้นได้มอบหมายให้ ผบช.ภ.1 เข้าไปดูแลและทำความเข้าใจกับญาติผู้เสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปล่อยให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตภายในห้องขัง ตรงนี้เจ้าหน้าที่จะมีส่วนบกพร่องหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตรงนี้จะต้องดูผลการสอบสวนเสียก่อน เพราะเรื่องเกิดขึ้นระหว่างช่วงชุลมุน แต่จะต้องมีเจ้าภาพที่ต้องรับผิดชอบกับผู้ซึ่งที่เป็นเวรปฎิบัติ
เมื่อถามถึงกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตอ้างว่าตำรวจไม่ยอมเข้าไปช่วย และเกิดการสำลักควันจนทำให้สูญเสียชีวิต พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตรงนี้จะต้องดูผลการสอบสวน ฉะนั้นต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้นั้น เบื้องต้นได้รับรายงานว่าเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด โดยผลการสอบสวนจะออกมาในเร็ววันนี้ สำหรับการออกมาตรการป้องกันนั้น ตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นบ่อย แต่ต้องมีการกำชับการปฎิบัติของเวรที่รับผิดชอบ และจะต้องมีการซ้อมขั้นตอนแผนเผชิญเหตุต่างๆ ทั้งนี้ ตามปกติจะมีแผนปฎิบัติรับมือเหตุไฟไหม้อยู่แล้ว แต่เหตุไม่ค่อยได้เกิดขึ้น จึงอาจจะเกิดความหละหลวมได้ เมื่อเกิดเหตุขึ้นครั้งนี้ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญในการที่ต้องมาทบทวนเรื่องแผนเผชิญเหตุเหล่านี้
เมื่อถามว่า ถ้าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ จะมีการลงโทษถึงระดับไหน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตรงนี้มีมาตรการอยู่แล้ว ส่วนจะถึงระดับหัวหน้าสถานีหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน
เข้า"สตช."ครั้งแรกหลัง"นายกฯ"มอบให้ดูแล บอกดีใจเหมือนกับบ้านเก่า
พล.ต.อ.ประชา กำกับดูแล ตร.เป็นประชุมติดตามสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ และรอง ผบ.ตร.เข้าร่วมประชุม โดยได้คอนเฟอร์เร้นกับ ผบช.ศชต. ,ผบช.ภ.9 , ผบก.จว.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ ผบก.ตชด.ภ.4
พล.ต.อ.ประชา กล่าวในที่ประชุมว่า เหมือนได้กลับมาเยี่ยมบ้านเก่า 30 ปีที่ตนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนาน และเกิดความผูกพันธ์อย่างมาก ตนได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีให้มากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็รู้สึกยินดี ขอให้ ผบ.ตร.และข้าราชการตำรวจทุกคนช่วยกันขับเคลื่อนภาระกิจให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ที่วางไว้
พล.ต.อ.ประชา กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้มาเป็นภาระกิจส่วนตัว ไม่เป็นทางการ เพื่อพูดคุยกับผู้บังคับบัญชา และตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เกี่ยวกับการให้ความร่วมมือกับจุฬาราชมนตรี หรือการปฎับัติภารกิจในช่วงเดือนรอมฎอน โดยทางเราไม่อยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงนี้ จึงภาวนาขอให้เหตุความรุนแรงเบาลง และถ้ายุติลงได้ก็ยิ่งดี และวันนี้ได้พูดคุยกับตำรวจให้เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยประชาชน ทั้งนี้ ช่วงกลางคืนจะเป็นช่วงใช้ชีวิตของพี่น้องชาวอิสลาม ส่วนกลางวันจะเป็นการปฎิบัติศาสนกิจ พร้อมกับขอให้ปฎิบัติราชการต่างๆ ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง อย่างการตรวจค้นผู้หญิง จะต้องมีเจ้าหน้าที่หญิงเป็นผู้ปฎิบัติ แต่ช่วงเดือนรอมฎอนจะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ จากการสรุปทางการข่าว ก็ไม่น่าจะมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงรอมฎอนในปีนี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ตรงนี้จะเป็นเงื่อนไขให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เรื่องการเจรจานั้น ตนขอเรียนว่า ความขัดแย้งในทุกประเทศทั่วโลก ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือในติมอร์ จะยุติจบลงด้วยการเจรจาทั้งนั้น ฉะนั้นเรื่องการเจรจาพูดคุยทำความเข้าใจกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เอาแต่ต่อสู้กัน และถือความรุนแรงเป็นจุดที่สุด ตรงนี้จะไม่ใช่เรื่องการยุติความขัดแย้ง แต่การยุติความขัดแย้งต้องทำด้วยการเจรจาเท่านั้น ฉะนั้นการเจรจาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความสำคัญจะอยู่ที่ว่าเราจะเจรจากับใคร กลุ่มไหน และสาระของการเจรจาเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการพิจารณาด้วยความละเอียดอ่อนอีกครั้ง
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มหรือไม่ว่ากลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการเจรจาจะมีการก่อเหตุขึ้นในช่วงรอมฎอน ตรงนี้จะมีการป้องกันยังไง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า จะมีการป้องกันตามยุทธวิธีที่เราทำได้ ซึ่งเรามีมาตรการป้องกันอยู่แล้ว ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ต่อต้านการเจรจานั้น จะต้องมีการติดตามต่อไป สำหรับกระแสข่าวลือจะเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์นั้น เรื่องของข่าวลือก็เป็นข่าวลือ แต่อย่าให้เกิดเลยจะดีที่สุด
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า วันนี้ พล.ต.อ.ประชา เข้ามาพูดคุยเรื่องดูแลความปลอดภัยช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งระหว่างและหลังช่วงรอมฎอน โดยเอาแนวทางที่ทางจุฬาราชมนตรีมามอบให้ ถือเป็นแนวทางปฎิบัติต่อไป รวมถึงให้แนวทางตำรวจมุสลิมให้สามารถปฎิบัติภารกิจได้ด้วย โดยตำรวจจะมีการเข้มงวดตามสถานบริการต่างๆ เป็นพิเศษ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีวางระเบิดปากซอยรามคำแหง 43/1 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.นั้น พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนควบคุมผู้ต้องหาตาม พรก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวลา 28 วัน โดยอยู่ที่ จ.ยะลา และเมื่อครบตามเวลาดังกล่าว จะมีการดำเนินตาม ป.วิ อาญา ข้อหาเกี่ยวกับการวางระเบิดต่อไป ส่วนคนอื่นๆ ที่ร่วมก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการต่อไป
มอบประกาศเกียรติคุณปราบปรามยาเสพติดดีเด่นแด่สวป.สภ.บ้านค่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ประชา ทำพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้แก่ พ.ต.ท.พิชิต พื้นแสน สวป.สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ช่วยราชการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.ระยอง ผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2556
จากผลงานการสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.ปองคุณ กิติกากุล เครือข่ายรายสำคัญของนายไกรฤกษ์ นาคปฐม ยึดทรัพย์สินได้หลายรายการ สืบสวนจับกุม น.ส.ดารัตน์ หรือ บิ๋ม นิลดำ พร้อมเครือข่าย ของกลางยาบ้า 80,000 เม็ด และไอซ์ 1,000 กรัม ผู้ต้องหา 7 คน เครือข่ายนักค้ารายสำคัญเรือนจำกลางระยอง พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ สืบสวนติดตามจับกุม นายเดชอดุล จันทร์ประทุม พร้อมเครือข่ายรวม 7 คน ยาบ้า 35,000 เม็ด ไอซ์ 1,000 กรัม เป็นเครือข่ายนักค้ารายสำคัญเรือนจำกลางระยอง พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ สืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มนักค้า นายยศวีร์ หรือ เอ กุลลิมปไพศาล ชาวไทย พร้อม MR. YAW KIM LION และ MR. SOO MAY LOONG สัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลางไอซ์ 30,000 กรัม ซึ่งเป็นเครือข่ายนักค้าข้ามชาติรายสำคัญ พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ
ประวัติ พ.ต.ท.พิชิต พื้นแสน ปัจจุบันอายุ 47 ปี จบการศึกษา รป.ม.(รามคำแหง) อบรมหลักสูตร กอส.รุ่นที่ 20 ,หลักสูตรสารวัตร รุ่นที่ 96 จบ ร.ร.ตำรวจภูธร 2 ชลบุรีรุ่นที่ 27 ปี 2532 ลูกแถวงานป้องกันปราบปราม สภ.หนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผบ.หมู่งานสืบสวนภูธร จ.ระยอง รองสว.กก.ภ.จว.ระยอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สวป.สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ช่วยราชการกก.สส.ภ.จว.ระยอง ผลงานดีเด่นปี 2551 รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระดับรองสารวัตร ปี 2554 รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดับสารวัตร ปี 2555 รางวัลชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและสืบสวนหาข่าวการค้ายาเสพติดตำรวจภูธร จ.ระยอง ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 รับมอบประกาศเกียรติคุณดีเด่นของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผลงานปราบปรามยาเสพติดดีเด่นโดย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มอบ
ส่วนรางวัลองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ด้านการส่งเสริม สนับสนุน และบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้แก่ พ.ต.ท.หญิงปาริฉัตร อั้นเต้ง นักวิทยาศาสตร์ (สบ.2) พิสูจน์หลักฐาน จ.ระยอง ขึ้นรับมอบประกาศเกียรติคุณจาก พล.ต.อ.ประชา



