
'ปชป.'จี้'ปู'สอบคลิปเสียงชาย2คน
'ปชป.' จี้ 'นายกฯ' สอบคลิปเสียงชาย2คน อัด รบ.ตั้งกก.สอบ 'สุภา' ข่มขู่ ขรก. เชื่อรัฐไม่ฟังคำสั่งศาลปค. เดินหน้ากู้ 3.5 แสนล.
8 ก.ค. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ง Blue Sky Channel ถึงคลิปเสียงคล้าย พล.อ.ยุทธศักดิ์ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนทนาเรื่องการเมืองภายในประเทศ
ว่า ตนได้ฟังคลิปเสียงบางส่วนแล้ว ซึ่งอยากจะฟังจากผู้เกี่ยวข้องก่อน เพราะปฏิกิริยาแรกคือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ก็บอกว่าไม่ใช่และไม่มีอะไร ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ระบุว่า ตัดต่อ ซึ่งไม่ทราบว่าไม่มีหรือตัดต่อ ทั้งนี้สิ่งที่มีการพูดกันเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามใช้อำนาจทางการเมืองตอบสนองโจทย์ตัวเองเรื่องการพ้นผิดจากกฎหมาย เรื่องธุรกิจ และพยายามยึดครองกลไกต่างๆ จึงน่าเป็นห่วงว่าถ้าพูดกันอย่างนี้จริงก็แสดงให้เห็นว่ายังมีคนพยายามใช้อำนาจในทางที่ผิด สร้างเงื่อนไขปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาลก็ไม่ควรนิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องค้นหาความจริงออกมาก่อนว่าเป็นคลิปเสียงจริงๆ ของ 2 คนนี้หรือไม่ และจะยืนยันกับประชาชนอย่างไรว่า การพูดคุยตามคลิปเสียงนี้จะไม่เกิดขึ้น จึงขอให้รัฐบาลออกมายืนยันเรื่องดังกล่าว
อัดรัฐบาลตั้งกรรมการสอบ 'สุภา' ข่มขู่ข้าราชการ
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ตั้งคณะกรรมการสอบสวน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ที่เข้าชี้แจงข้อมูลโครงการรับจำนำข้าว ต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ว่า ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ น.ส.สุภา ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่ยอมไปชี้แจงด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องดังกล่าวรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองทุกคำพูดที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ แต่ขณะนี้ตนมองว่าเรามีรัฐบาลที่ไม่ค่อยไปสภาและเคารพสภาแล้ว กลับบั่นทอนและปิดกั้นกระบวนการของสภาฯ ซึ่งการที่ข้าราชการไปให้ความเห็นหรือให้ข้อเท็จจริงตรงไปตรงมาต่อคณะกรรมาธิการฯ นั้นถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ทั้งนี้หากจะอ้างว่าการชี้แจงของ น.ส.สุภา ไม่ตรงกับการรายงานของสื่อ ก็ไม่เห็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ให้นายกิตติรัตน์ ขอถอดเทปบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ และการกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลเหมือนการข่มขู่ว่า ถ้าข้าราชการคนไหนเอาความจริงหรือความเห็นไปพูด และไม่สบอารมณ์รัฐบาล ก็จะต้องเจอเช่นนี้ อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ก็ต้องแสดงท่าทีกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะต้องเห็นใจคนเหล่านี้ด้วย เนื่องจากเขาไม่ได้เล่นการเมืองจึงไม่ควรมีการกดดันอย่างนี้
'ชวนนท์' จี้ส่งคลิปฉาวให้หน่วยงานเชี่ยวชาญตรวจสอบ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีคลิปเสียงว่า รัฐบาลควรส่งคลิปให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญตรวจสอบ เพราะการปฏิเสธจากคนของรัฐบาลหรือเจ้าของเสียงในคลิปที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่สามารถพิสูจน์หรือหักล้างได้ อีกทั้งการที่รัฐออกมาพูดเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นก็ยิ่งทำให้ผิดสังเกตทั้งนี้ควรส่งคลิปดังกล่าวให้ กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หรือส่งไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตามที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อ้างว่ามีความสนิทสนมกับหน่วยงานต่างประเทศ
"ประชาชนที่ได้ฟังคลิปดังกล่าว และมองอย่างใจเป็นธรรม เชื่อว่าประชาชนเกือบทั้งหมด คงเชื่อว่าคลิปนี้เป็นของจริง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาสาระการพูดคุยที่มีความต่อเนื่อง ไม่มีลักษณะการตัดต่อ หรือกระโดดในเนื้อหาการเจรจาหรือการพูดคุย รวมทั้งประเด็นการพูดคุยต่างๆ ก็สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง เชื่อว่าถ้าจะมีคนตัดต่อคงไม่สามารถทำได้เนียนขนาดนี้ ผมขอให้เลิกออกมาปฎิเสธโดยไม่มีข้อมูลมาพิสูจน์หักล้าง วันนี้ท่านก็เป็นรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ก็อยู่ในมือ ถ้ามั่นใจจริงก็ส่งไปให้เขาตรวจสอบ อย่าปฏิเสธโดยที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการ"
นายชวนนท์ กล่าวว่า คลิปดังกล่าวสะท้อนความคิดของรัฐบาลและผู้มีอำนาจ 3 เรื่อง คือ 1. บทสนทนาของชายทั้งสอง พูดชัดเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้งนายทหาร พูดถึงขนาดที่ว่า ในปี 2557 จะสามารถแต่งตั้งนายทหารระดับสูงที่อยู่ภายใต้อาณัติรัฐบาล เข้ามาดำรงตำแหน่งแบบยกแผง นี่คือเจตนาที่แท้จริง บุคคลที่อยู่ในคลิปมีความพยายามต้องการเข้าไปยึดอำนาจในกองทัพ 2. การยืมมือสภากลาโหม ออกกฎหมายนิรโทษกรรม หรือกฎหมายล้างผิด เพื่อจะส่งกฎหมายดังกล่าวเข้าไปในสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อนที่จะลักไก่ออกเป็นพระราชกำหนด แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายการเมือง พยายามมัดมือชกผู้นำเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงให้เหมือนกับว่าเห็นด้วยกับการออกกฎหมายล้างผิด และสะท้อนข้อเท็จจริงถึงความสงสัยว่า เหตุใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงเข้ามาควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่งวิธีการนี้ เป็นเทคนิคใหม่ที่ตนคิดว่าใครหลายคนคงตามไม่ทัน
นายชวนนท์ กล่าวว่า ประการสุดท้าย คือ บุคคลที่ 2 ที่อ้างตำแหน่งในสถาบันที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งใครจะนั่งอยู่ในตำแหน่งใดไม่ใช่เรื่องของการพิสูจน์ความจงรักภักดี แต่ พิสูจน์ด้วยการกระทำ และคิดว่าเรื่องนี้ประชาชน ข้าราชการในกองทัพ คงไม่สบายใจที่มีการพาดพิงหรือเอ่ยถึงสถาบันในลักษณะนี้ สุดท้ายตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมั่นใจในทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะไม่โอนอ่อนผ่อนตามกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองให้กับคนทุจริตคอร์รัปชั่นและคนโกงบ้านเมือง
ซัดรบ.ไทย ปท.เดียวในโลก ตั้งกก.สอบขรก.เปิดเผยทุจริต
นายชวนนท์ แถลงว่า ตนแปลกใจมากที่ขณะนี้คนในพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาถล่ม น.ส.สุภาในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ที่ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องรับจำนำข้าว แบบสาดเสียเทเสีย ไร้หลักการและเหตุผล และกล่าวอ้างว่าเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์บ้าง เป็นไส้ศึกเข้ามาบ่อนทำลายรัฐบาล ตนจึงอยากถามกลับไปว่า สาระที่ น.ส.สุภา ออกมาเปิดเผยนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการขาดทุน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น รัฐบาลเคยนำตัวเลขที่สามารถหักล้างได้หรือไม่ วันนี้กลับใช้ปากทำงานทั้งรัฐบาลไม่พอ ยังใช้ปากโจมตีข้าวราชการประจำซึ่งทำงานให้รัฐบาลด้วย
ตนเพิ่งเห็นมีรัฐบาลชุดนี้ชุดเดียวที่นายกิติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รมว.คลังตั้งคณะกรรมการสอบข้าราชการตงฉินที่เปิดเผยการทุจริตคอร์รัปชั่น คงเป็นประเทศเดียวในโลกเป็นเช่นนี้ ตนและประชาชนทั้งประเทศขอให้กำลังใจ น.ส.สุภา และขอยืนยันว่า น.ส.สุภา ไม่ใช่ข้าราชการของพรรคประชาธิปัตย์ และการทำงานสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล น.ส.สุภา ก็ไม่ได้มีความสนิทสนมแต่อย่างใด ซึ่ง น.ส.สุภา เป็นพวกเดียวกับประชาชนที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบทุจริตเพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดิน
"คิดว่าวันนี้ประชาชนต้องเลือกระหว่างพรรคการเมืองที่ต้องการโกงกิน ที่คิดนโยบายเพื่อเปิดช่องให้พวกตัวเองเข้าไปทุจริตได้ บนเงินภาษีของประชาชน และเอาคนรากหญ้ามากล่าวอ้างโกงกินชาติเป็นปีละแสนๆ ล้าน กับพรรคการเมืองอีกกลุ่มหนึ่งที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศเท่าชีวิต เชื่อว่าถึงทางเลือกที่คนไทยทั้งประเทศต้องเลือก และแสดงออกว่าจะอยู่ข้างไหน ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายกิตติรัตน์ ไม่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งนำเรื่องนี้ไปจัดการผู้ที่สร้างปัญหาให้ประเทศ"
เชื่อรัฐไม่ฟังคำสั่งศาลปค. เดินหน้ากู้ 3.5 แสนล. หาค่าคอมมิชชั่น
นายชวนนท์ แถลงว่า โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ที่ศาลปกครองมีคำสั่งออกมาก็ไม่สามารถทัดทานการทุจริตคอร์รัปชั่นของโครงการนี้ได้ เพราะรัฐบาลเดินหน้ากู้เงิน ซึ่งเจตนาไม่ต้องการ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือทางน้ำไหล แต่ต้องการกู้เงินมาเพื่อหาส่วนต่างคอมมิชชั่นให้ได้ และการออกมาชี้แจงว่าที่ต้องทำแบบ ดีไซน์ แอนด์ บิวด์ คือออกแบบไป สร้างไป เอาอะไรมาคิดว่า ออกแบบไปสร้างไปด้วย ประชาชนเขาจะพอใจ หรือ ยินยอม ทั้งยังบอกว่าจะสร้างเขื่อนได้เสร็จภายใน 5 ปี ทั้งๆ ที่เขื่อนหนึ่งจะใช้เวลาสร้าง 10 ถึง 12 ปี ซึ่งตนอยากจะบอกว่า ต่อให้สร้างไป ศึกษาผลกระทบไป 10 - 12 ปีก็ยังสร้างไม่เสร็จ อีกทั้งในเรื่องของการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ระบุว่า จะสามารถดำเนินการได้ในช่วงของการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ และไม่มีประเทศไหน ที่ใช้วิธีการสร้างแบบนี้ กับโครงการที่มีขนาดใหญ่และมีผลกระทบกับประเทศมากมายมหาศาล จึงขอแนะนำให้รัฐบาลตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย



