
กก.อิสลามประณามโจรใต้กราดยิงช่วงละหมาด
คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจเหยื่อความรุนแรง ประณามโจรไร้ศาสนากราดยิงประชาชนในมัสยิด จี้รัฐเร่งหามือยิงลงโทษหวั่นกระทบความรู้สึกไทยพุทธ - มุสลิมในพื้นที่ อภิสิทธิ์เร่งจนท.สะสางเหตุยิงถล่มมัสยิดป้องกันชาวบ้านเข้าใจผิด โฆษก
(9มิ.ย.) นายไพศาล พรหมยงค์ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการแสดงความเสียใจ และเห็นใจต่อผู้สูญเสีย และประณามผู้ก่อเหตุการณ์กราดยิงใส่ประชาชนขณะทำพิธีทางศาสนา
โดยเป็นการกระทำที่เลวร้ายและรุนแรงที่สุด ผู้ลงมือกระทำครั้งนี้ไม่ต่างไปจากโจรที่ไม่มีศาสนา และขอให้เจ้าหน้าที่เร่งหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ก่อนที่จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้สึกหวาดระแรงระหว่างชาวไทยพุทธกับมสลิมในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มประเทศโลกมุสลิม เนื่องจากกระแสข่าวที่แพร่สะพัดเป็นไปในทำนองว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างมาก เนื่องจากยังไม่เคยปรากฎมาก่อนในช่วง5ปีที่ผ่านมา และไม่มีใครคาดคิดว่าความสุญเสียที่สุดสะเทือนใจจะเกิดขึ้นในสังคมนี้
“วันนี้รัฐต้องกล้าพูดว่าความรุนแรงมันทวีคูณขึ้นกว่าเดิม เพราะหลายปีที่ผ่านมาความสูญเสียลักษณะนี้ไม่เคยปรากฎมาก่อน แต่ฝ่ายรัฐกลับพยายามใช้สถิติตัวเลขหรือจำนวนเหตุการณ์ที่ลดลงมาบอกกับประชาชนว่าเหตุการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นซึ่งวันนี้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้บ่งบอกแล้วว่ามันสวนทางกับความเป็นจริง ” นายไพศาล กล่าว
คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า แม้จำนวนเหตุการณ์ หรือตัวเลขการก่อเหตุจะลดลงจริง แต่แนวโน้มความรุนแรงในพื้นที่มีแต่เพิ่มขึ้น เช่นการบุกกราดยิงถึงมัสยิด หรือแม้กระทั่งคาร์บอมบ์ ที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จนทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก ล้วนไม่เคยปรากฎมาก่อนตลอด5ปี
ดังนั้นวันนี้รัฐบาลต้องเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้เด่นชัด มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะที่ผ่านมามีเพียงงงานด้านการทหารเท่านั้นที่ปรากฎชัด ซึ่งแนวทางการเมืองจะต้องเข้าไปสนับสนุนการทำงานและนำหน้าทหารให้ได้ อย่างปล่อยให้ภาระหนักตกอยู่ที่หน่วยความมั่นคงเพียงเท่านั้น
ปธ.วัฒนธรรมอิสลามฯจี้หาตัวจริงลดระแวงจนท.
พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ เปิดเผยถึงเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงใส่มัสยิดอัลพุร์กอน หมู่ที่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะที่พี่น้องประชาชนกำลังประกอบพิธีทางศาสนา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย ในช่วงค่ำวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งต่อบรรยากาศและความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะความเคลือบแคลงใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด เนื่องจากในพื้นที่ขณะนี้มีกระแสข่าวลือ และข่าวปล่อยจากผู้ไม่หวังดีเพื่อมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือเจ้าหน้าที่รัฐ
พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ก่อการไม่ว่าจะมาจากฝีมือของฝ่ายใดก็ตาม แต่สถานการณ์ได้เข้าทางผู้ก่อความไม่สงบ เมื่อความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นใจในตัวเจ้าหน้าที่รัฐในสายตาประชาชนชนเริ่มลดระดับลงหากยังไม่สามารถนำหลักฐานและข้อมูลออกมายืนยันเพื่อเร่งทำความเข้าใจต่อประชาชนและเร่งยุติกระแสที่เป็นช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนให้กว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ
เนื่องจากการก่อเหตุครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญมาก เพราะการก่อเหตุขณะเหยื่ออยู่ในศาสนสถาน และประกอบพิธีทางศาสนา ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ และผลที่ตามมาคืออุณหภูมิความรู้สึกในพื้นที่ขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ในพื้นที่ไม่ได้มีเพียงความโศกเศร้าเสียใจเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง และไม่ไว้วางใจมากขึ้น ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาชี้แจงให้ประชาชนรู้ว่าเบื้องหลังความรุนแรงแรงครั้งนี้เป็นการกระทำจากฝ่ายใด”ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ กล่าว
พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวว่า ในฐานะประชาชนที่อาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้คนหนึ่ง ขอร่วมประณามคนร้ายไม่ว่าจะเป็นใครก่อตามที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ ว่าเป็นพวกไร้มนุษยธรรม และขอให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามนำตัวคนกระทำผิดมาดำเนินคดีทางกฎหมายให้ได้เพื่อลดความรู้สึกหวาดระแวงของชาวบ้านให้ได้โดยเร็ว
“อภิสิทธิ์”เร่งจนท.สะสางเหตุยิงถล่มมัสยิดป้องกันชาวบ้านเข้าใจผิด
เมื่อเวลา 13.30น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ ว่า จาก 3-4 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังสุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นขณะนี้นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้ลงไปในพื้นที่ และในวันเสาร์ ที่ 13 มิ.ย.นี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ ผบ.ทบ. ก็จะลงพื้นที่อีกรอบหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม วันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ ตนได้ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมกรรมการคณะรัฐมนตรีพิเศษพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน ซึ่งจากการพูดคุยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ครม.ใต้ซึ่งเดิมดูแลเฉพาะงานด้านการพัฒนาก็จะขอให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาร่วมทำงานเพื่อที่จะได้เชื่อมโยงทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น
“ แต่ก็มีข้อสังเกตในแง่ของการกระทำในแต่ละเหตุการณ์ มีความแตกต่างไปจากรูปแบบของการก่อความไม่สงบในอดีต ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะเป็นจุดที่ทำให้เราต้องไปปรับแนวทาง เช่น กรณีการใช้ระเบิดในรถซึ่งปกติจะเฝ้าระวังกันที่อำเภอ เมืองเป็นหลัก ครั้งนี้ก็เปลี่ยนไป หรือกรณีเหตุการณ์ที่ยิงเข้าไปในมัสยิด เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ไม่ปกติ ไม่ใช่รูปแบบที่น่าจะเกิดขึ้นจากผู้ที่ดำเนินการในการก่อความไม่สงบในอดีต "
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เกี่ยวกับสภาพของพื้นที่ต่างๆที่เกิดเหตุในช่วง 3-4 วัน ก็เป็นพื้นที่ซึ่งทางฝ่ายภาครัฐยังเข้าไปถึงค่อนข้างน้อย แต่ตนไม่ขอพูดในการวินิจฉัยเบื้องต้น เพราะอยากได้ความชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งที่ ผบ.ทบ.ลงไปในพื้นที่กับนายถาวรก็เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และตนยังไม่ได้วิเคราะห์ไปถึงขนาดว่าจะเกิดกลุ่มใหม่ขึ้นมา ขณะนี้ต้องรอฟังผู้ที่ลงไปในพื้นที่ ซึ่งตนก็จะพูดคุยกับทาง ส.ส.และส.ว.ของพรรคด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าความผิดปกติของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวิเคราะห์หรือยังว่าเกิดจากอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการแลกเปลี่ยนกัน แต่หลังจากผู้ที่เกี่ยวข้องกลับจากพื้นที่แล้วจะมีการพูดคุยกันให้ละเอียดมากขึ้นในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. เมื่อถามว่าดูเหมือนฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบจะพัฒนาขึ้นมาใช้รูปแบบของคาร์บอม อนาคตอาจจะมีระเบิดพลีชีพ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่สรุปอย่างนั้น อย่างไรก็ตามในส่วนของความมั่นคงก็มีการพูดคุยและสรุปถึงความก้าวหน้าของกลุ่มก่อความไม่สงบแต่ขณะนี้ยังไม่สรุปว่า 3-4 เหตุการณ์ เป็นจุดที่บ่งบอกการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ยังมีเรื่องที่ต้องวิเคราะห์ในแง่ของพื้นที่ที่เกิดเหตุ ต้องวิเคราะห์ในแง่ปัจจัยเฉพาะของเหตุที่เกิดด้วย
ต่อข้อถามว่าแนวทางที่ต่างไปจากเดิมส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ก่อความไม่สงบต้องการเพิ่มความรุนแรงใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ขอใช้คำนั้นเพียงแต่ยอมรับว่ามันเปลี่ยนแปลงไป และวันนี้ก็ไม่ขอวิเคราะห์ละเอียด ซึ่งเหตุการณ์และความรุนแรงจะเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ที่เราต้องสังเกต เช่น ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ หรือข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณ
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เราพยายามให้คนของทางการเข้าไปช่วยทำงานกับชาวบ้านในการพัฒนาหลายๆพื้นที่ แต่ยอมรับว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุ 3-4 ครั้งล่าสุด จะเป็นพื้นที่ที่ยังเข้าไปทำได้น้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาลงไปในพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธ ว่า เวลานี้ไม่มีเรื่องงบประมาณที่ค้างอยู่ ทุกอย่างจบไปหมดแล้ว และคิดว่างบประมาณที่ภาครัฐดูแลก็มีเพียงพอ ปัญหาของงบประมาณในอดีตมีสองส่วน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประชาชนมักสะท้อนว่าได้สัมผัสน้อยก็ได้มีการทำความเข้าใจในการจัดทำแผนครั้งใหม่ ในส่วนของงบประมาณที่เกี่ยวกับข้าราชการซึ่งช่วงที่ผ่านมาไปรอในเรื่องของเบี้ยเสี่ยงภัย วันนี้ครม.ก็ได้อนุมัติงบกลางไปเกือบครบแล้ว ยืนยันว่าไม่มีประเด็นที่เกี่ยวกับงบประมาณ แต่ถ้าใครหวังผลตรงนั้นก็ต้องบอกว่ามันไม่มีผล
เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 3-4 เหตุการณ์สรุปว่ามีคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บกี่ราย นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า “ ก็มากและเป็นเรื่องที่เราวิตกกังวล และเสียใจ ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างเมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.) ที่ผมเดินทางไปมาเลเซียก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี ทางมาเลเซียก็พูดชัดเจนต่อสาธารณะว่าจุดยืนของเขาต้องการเห็นความสงบและพร้อมที่จะช่วยเราเท่าที่เราต้องการความช่วยเหลือจากเขา ไม่มีความประสงค์ที่จะมาแทรกแซงอะไร ”
ต่อข้อถามว่าสรุปว่าเหตุการณ์กราดยิงเข้าไปที่มัสยิดมีผู้เสียชีวิตกี่คน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังเห็นตัวเลขไม่ตรงกันอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเกิดเหตุการร์รุนแรงขึ้นจะทำให้การแก้ปัญหาของรัฐบาลยิ่งยากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ที่การสะสางเหตุการณ์ ถ้าสามารถสะสางเหตุการณ์ได้เร็วก็จะช่วยได้มาก ก็เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำ ซึ่งเข้าใจดีว่าก็จะมีความพยายามสร้างกระแสในพื้นที่จากเหตุการณ์ยิงกราดเข้าไปในมัสยิด เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานให้เร็ว
เมื่อถามว่าจะทำให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า มีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจผิดก็ต้องรีบสะสาง อย่างไรก็ตามแผนการพัฒนาที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ก็ต้องเดินตามเดิมเพราะเรามั่นใจว่าวิธีการเข้าไปพัฒนาในพื้นที่เท่านั้นจะเป็นคำตอบในระยะยาว ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นนั้นทุกคนต้องร่วมมือ แน่วแน่และอดทนในการทำความเข้าใจ และเข้าใจความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสีย ยืนยันว่าโครงการต่างๆจะไม่มีการชะงักต้องพยายามเดินต่อให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการสะกัดกั้นกระบวนการการเข้าไปให้ถึงและการพัฒนา
เมื่อถามว่าวัตถุประสงค์เรื่องการแบ่งแยกดินแดนยังคงมีอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ก็มีบางส่วนที่ยังเป็นเรื่องของแนวคิดดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมันก็มีหลายกลุ่ม ซึ่งต้องเข้าใจว่ากระบวนการที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลากหลายมากพอสมควร ซึ่งยังมั่นใจว่ารัฐบาลจะรับมือได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการดำเนินการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นครั้งนี้ยังเกี่ยวโยงกับการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ในส่วนของท้องถิ่นที่มีการตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงกันในบางพื้นที่นั้นก็มีมาโดยตลอด
เมื่อถามว่าหลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้จำเป็นต้องคงพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ไว้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังคงรอการประเมินจากทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) จะไปสรุปว่าถ้ายังมีเหตุแล้วยังต้องคง พ.ร.ก.ไว้ก็ไม่ได้
โฆษกรัฐบาลแฉแผนร้ายสร้างสถากรณ์หวังชาวบ้านเกลียดจนท.
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่า ผู้ก่อเหตุต้องการคุกคามคนในพื้นที่ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถที่จะเข้าไปในพื้นที่สีแดงต่างๆได้ จากสถิติเดิมที่มีพื้นที่สีแดงใน 3 จังหวัดภาคใต้ กว่า 400 หมู่บ้าน วันนี้เหลือแค่เพียง 200 กว่าหมู่บ้านที่เป็นพื้นที่สีแดงจัดที่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะฉะนั้นผู้ก่อเหตุก็จะใช้วิธีโต้กลับด้วยการใช้ความรุนแรงเพื่อให้เกิดมีคนตายจนกระทบต่อความรู้สึกของคนในพื้นที่ และใช้วิธีทารุณเด็ก ผู้หญิง คนชราเพื่อยึดพื้นที่สื่อให้เห็นว่านโยบายสมานฉันท์ผิดพลาด ขณะเดียวกันการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ก่อเหตุมุ่งหวังยั่วยุให้ชุมชนเกิดความแตกแยก
เมื่อถามถึงจำนวนของกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ก่อเหตุมีจำนวนที่ลดลงอยู่เหลือแค่หลักพัน แต่ยอมรับว่ามีความเข้มแข็งมากขึ้น
ส่วนการเกิดเหตุรุนแรงจะมีการเพิ่มกำลังทหารหรือไม่ เพราะทราบว่ามีทหารอยู่ในพื้นที่ 9 หมื่นกว่าคน นายปณิธาน กล่าวปฏิเสธว่ากำลังทหารมีอยู่หลักหมื่นต้นๆ เท่านั้น กำลังพลที่อยู่ในพื้นที่แบ่งเป็นตำรวจ 2 หมื่นกว่าคน ทหารหมื่นกว่าคน นอกนั้นเป็นหน่วยสนับสนุน เช่น ทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หรือทหารช่าง อย่างไรก็ตามก็จะมีการปรับกำลังพลในพื้นที่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวออกไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวเท่านั้น
“ทั้งนี้คาดการณ์ว่าคนก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นคนในพื้นที่เพราะรู้เส้นทางดี และมัสยิดก็อยู่ใกล้กับโรงเรียนสาระสัมพันธ์ที่เคยจับตัวมะแซอุเซ็ง ” นายปณิธาน กล่าว
ผวจ.นราฯลุยมวลชนสกัดข่าวลือโจรใต้โยนผิดรัฐยิงชาวบ้าน
นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุคนร้ายยิงถล่มมัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอปาแย อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ล่าสุดเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วยทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
"คนร้ายพยายามสร้างสถานการณ์บิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความขัดแย้งและแตกแยกความสามัคคีระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ ก็มีการปล่อยข่าวอย่างต่อเนื่องว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสร้างความสับสนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้เข้าชี้แจงประชาชนและทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนให้รับทราบสถานการณ์พร้อมร่วมชี้แจงให้กับประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าว" นายวินัย กล่าว
นายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยร่วมกับกับชาวบ้านทำให้ช่วยลดความรู้สึกลงได้เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงมากสำหรับความรู้สึกของงประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องสูญเสียญาติพี่น้องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีเป้าหมายในการก่อเหตุเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะเดียวกันต้องการสร้างความขัดแข้งให้เกิดขึ้นในพื้นที่ด้วย
"จากการพูดคุยและทำความเข้าใจกับชาวบ้านช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐในการติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" นายสมศักดิ์ กล่าว



