
'บิ๊กอ๊อด'ปัดให้สัมภาษณ์ปมคลิปเสียง
'ยุทธศักดิ์' ทำนิ่งปัดให้สัมภาษณ์ อ้างตอบคำถามเรื่องคลิปเสียงไปแล้ว 'โฆษก กอ.รมน.'แจงไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด ยันไม่กระทบความรู้สึกกำลังพล
8 ก.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้เดินทางเข้ามาทำงานยังกระทรวงกลาโหม ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงคล้าย พล.อ.ยุทธศักดิ์ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนทนาเรื่องการเมืองภายในประเทศ และการพูดคุยพาดพิงถึงกองทัพ โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจรอทำข่าวเป็นจำนวนมาก โดยพล.อ.ยุทธศักดิ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงคลิปเสียงดังกล่าวเพียงแต่บอกว่าได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว และไม่มีอะไรจะพูดอีก
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงที่มาของการปล่อยคลิปเสียงดังว่า มาจากคนใกล้ชิดหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ปฏิเสธจะตอบคำถาม โดยมีสีหน้าเรียบเฉยพร้อมกับเดินขึ้นห้องทำงานทันที ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
จากนั้นพล.ท.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรมช.กลาโหม กล่าวว่า ตนไม่ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว เพราะรมช.กลาโหมยังไม่ได้แบ่งมอบงานอย่างชัดเจน เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมยังไม่ได้มอบงานให้กับ รมช.กลาโหม ว่าจะดูแลเรื่องใดบ้าง ส่วนเรื่องคลิปเสียงดังกล่าวนั้นในฐานะที่ตนเป็นข้าราชการประจำไม่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้บังคับบัญชาได้ ทั้งนี้ รมช.กลาโหมได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้ไปแล้ว และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายต่อ เพราะนักการเมืองหลายคนก็โดนกระทำในลักษณะแบบนี้ ซึ่งเป็นไปตามปกติ ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดกันมาก ตนเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของกำลังพล เนื่องจากทหารมีระเบียบวินัยและมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน เรื่องของผู้บังคับบัญชาเราไม่มีหน้าที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไปวิพากษ์วิจารณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อถามว่าจำเป็นต้องพิสูจน์ทราบเกี่ยวกับคลิปดังกล่าวหรือไม่ เพราะเกี่ยวกับความมั่นคงและอาจส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน พล.ท.ดิฏฐพร กล่าวว่า ตนคงไม่แสดงความคิดเห็น แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่องานด้านความมั่นคง และเชื่อว่าประชาชนเข้าใจกองทัพ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นภาพการทำงานของกองทัพมาโดยตลอด ทั้งการช่วยเหลือประชาชนและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการดูแลพื้นที่ชายแดนด้านต่างๆ และคิดว่า คงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ ตนไม่วิจารณ์กับคนที่ปล่อยคลิปว่า มีจุดประสงค์อะไรระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ เพราะทุกคนมีมุมมองของตัวเอง และตนไม่ทราบว่า กระทรวงกลาโหมจะมีคลื่นใต้น้ำหรือไม่ ทั้งนี้ รมช.กลาโหมและผบ.เหล่าทัพยังสามารถทำงานร่วมกันได้ เนื่องจากมีความสนิทสนมกันมานาน ไม่น่ามีปัญหาและไม่มีความหวาดระแวงอะไรต่อกัน
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหม ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม อดีตนายทหารกองทัพภาคที่ 3 และเป็นหนึ่งในแกนนำคนไทยหัวใจรักชาติ ได้นำพระแก้วมรกตจำลองมาท้าให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ สาบานว่า เสียงที่ปรากฏในคลิปสนทนาไม่ใช่เสียงของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ โดยร.อ.ทรงกลด กล่าวว่า ตอนแรก พล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่เสียงตนเอง แต่ภายหลังยอมรับแบบครึ่งๆกลางๆว่า ถูกนำมาตัดต่อ อยากให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ สาบานต่อหน้าพระแก้วมรกตว่า เป็นคลิปตัดต่อ ซึ่งคลิปนี้เป็นคลิปลับขายชาติของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ตนเชื่อว่า คนทั้งประเทศยอมรับไม่ได้ และไม่เชื่อตามที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ชี้แจง ตนขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ก็ไปฆ่าตัวตาย หากยังนิ่งเฉยตนจะนำม็อบมาขับไล่ และพร้อมจะขับไล่ระบอบทักษิณให้พ้นจากแผ่นดิน ขณะนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์กลายเป็นเสี้ยนหนามของแผ่นดินไปแล้ว เพราะ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นทหารของแผ่นดิน แต่ไปคุยกับโจรปล้นแผ่นดิน ส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก่อนหน้านี้ตนมีความเชื่อมั่นและไว้ใจ แต่เมื่อได้ฟังคลิปเสียงดังกล่าวทำให้ตนไม่ไว้วางใจ ผบ.ทบ.อีกต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการให้สัมภาษณ์ ร.อ.ทรงกลด พยายามเดินเข้าไปภายในกระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าพบกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่อนุญาตให้ ร.อ.ทรงกลด เข้าไปภายในกระทรวงกลาโหม โดยชี้แจงว่า เป็นระบบการรักษาความปลอดภัยภายในกระทรวงกลาโหม ทางร.อ.ทรงกลด จึงตะโกนตำหนิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม ก่อนที่ ร.อ.ทรงกลด จะเดินทางกลับโดยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆ
"สมชาย แสวงการ"จี้"บิ๊กอ๊อด"แสดงสปิริต
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ให้สัมภาษณ์รายการเจาะข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ ว่า คลิปที่หลุดมาอาจจะบังเอิญ หรือคนที่บันทึกอยากเปิดโปงให้สังคมได้เห็น การเจรจาลับที่ไปฮ่องกง เป็นเรื่องปกติที่เวลาคนแดนไกล มาอยู่นั่นจะมีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ เป็นร้อยรอพบ นี่แปลว่าเขามีส่วนสำคัญในการบริหารบ้านเมือง และสิ่งที่พูดในคลิปคือ การตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทร หรือ ผอ.ทอ. ที่ควบคุมได้แล้ว พูดถึงการควบคุมกองทัพ และเห็นว่ามีการควบคุมการแต่งครั้งครม.ด้วย
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ที่คลิปออกมานั้นเป็นไปได้ว่าคนที่อยู่ในที่้นั้นทนไม่ไหวและบันทึกมาอาจจะเป็นการติดตั้งเครื่องดักฟัง หรือดึงสัญญาณ คนที่เจตนาเปิดเผยเจตนาดีต่อบ้านเมืองอยากให้เห็นความจริง การตัดต่อเป็นแค่วาทกรรมการเลี่ยงของโฆษกพรรคเท่านั้น เท่าที่ฟังมันชัดเจน มีเนื้อหาต่อเนื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ควรออกมาแถลงว่าเป็นอย่างไร เรื่องจริงหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาเราไม่มีความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งต่อไปจะเป็นปัญหาเรื่องการนำเหล่าทัพ ท่านควรแถลงออกมาตรงๆ ว่าเป็นอย่างไร จริงหรือไม่ นอกจากนี้ สังคมอยากฟังคำอธิบายอื่นเหมือนกัน อาทิ เรื่องสถาบัน ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาล
"เรื่องนี้คงไม่ราบรื่น หากต้องการให้เคลียร์ต้องตรงไปตรงมา ทหารเขาต้องรบร่วมกันหากเขาไม่วางใจ ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชาอาจมีปัญหาได้ หากอยู่ในสภาวะอึมครึมเกินกว่า 2-3 วัน จะลำบาก ท่านต้องแสดงสปิริต" นายสมชาย กล่าว
"จารุพงศ์" ย้อนถามคลิปเสียง "แม้ว-อ๊อด" มีตรงไหนที่เสียหายต่อประเทศ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ แต่ยังไม่ได้ฟังคลิปดังกล่าว จึงยังตอบไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จ แต่เท่าที่อ่านดูแล้ว ในข้อความที่ปรากฏต้องย้อนกลับไปถามสื่อมวลชนว่า มีจุดไหนที่เสียหายบ้าง สมมติว่าบทสนทนาเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นจริง มีตรงไหนบ้างที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ จากที่อ่าน มีความเห็นว่า ไม่มีอะไรเสียหายต่อบ้านเมือง ส่วนใครจะเอาไปตีความให้เป็นเรื่องผิด ก็แล้วแต่คนๆนั้น เพราะว่าแค่หายใจเบาๆก็ยังผิดแล้ว ตนคิดว่าคงไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะว่าไม่เสียหายอะไร
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วิธีการกลับมาคือ การออก พรก.นิรโทษกรรม ใช่หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ รู้แต่ว่าในข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยากกลับบ้าน
เมื่อถามว่า ในคลิปเสียงมีการพูดถึงผู้นำเหล่าทัพ จะเป็นการมองว่าแทรกแซงกองทัพหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เวลาหนังสือพิมพ์ลงข่าวผู้นำเหล่าทัพเป็นการแทรกแซงหรือไม่ แล้วคนสามัญธรรมดา จะคนสามัญธรรมดาจะพูดบ้างได้ไหม อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะเกิดผลกระทบอะไรต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วย เพราะเท่าที่อ่านแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ไม่ทำให้ใครเสียหาย
ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ออกมาเปิดเผยว่า มีแก๊งไอติมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ถ้าหมายความถึงทีมเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและคณะทำงานนั้น รัฐมนตรีทุกคน ก็มีแก๊งไอติมเช่นเดียวกัน เพราะเป็นบุคคลที่ช่วยทำงานให้กับผู้บริหารประเทศ มีใครไม่มีบ้าง ถ้าไม่มีคงผิดปกติ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าว สส.พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คอยให้ข้อมูลนายกฯที่มีผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี หรือการแต่งตั้งโยกย้าย นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่านายกฯมีวิจารณญาณ ก็เช่นเดียวกับตนที่มีหลายคนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ที่สุดแล้วตนต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ลงนาม นายกฯก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น การจะทำอะไรไม่ใช่ทำคนเดียว ต้องฟังทุกฝ่ายทุกคน จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ที่สุดแล้วต้องตัดสินใจบนฐานข้อมูลตัวเองและเหตุผลที่มาจากหลายๆทาง ถ้าเป็นไอติมก็คงหลายแท่ง



