
ถอดบทเรียน'โอกาสรอด'จากเอเชียนา
ถอดบทเรียน'โอกาสรอด'จากเอเชียนา : โต๊ะต่างประเทศรายงาน
เป็นที่น่าประหลาดว่า เหตุใดตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครื่องบินเอเชียนาแอร์ไลน์สตก ขณะลงจอดที่สนามบินในซานฟรานซิสโก จึงไม่มาก เมื่อพิจารณาจากจำนวนคนบนเครื่องกว่า 300 ชีวิต และสภาพซากเครื่องบินที่ไฟลุกท่วม
อุบัติเหตุลักษณะนี้คล้ายกับที่เคยเกิดในนครโตรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 เมื่อเครื่องบินสายการบินแอร์ฟรานซ์ประสบเหตุตก เพลิงลุกไหม้รุนแรงเช่นกัน แต่ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 309 ชีวิต สามารถออกจากเครื่องบินแอร์บัส เอ 340 ได้ทันเวลา
ทั้งสองเหตุการณ์เป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า หากลูกเรือผ่านการฝึกอบรมมาอย่างเพียงพอ และผู้โดยสารรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รู้ว่าทางออกของตัวเองอยู่ที่ไหน อย่าได้พยายามนำข้าวของส่วนตัวออกมา ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือ และออกจากเครื่องบินเร็วที่สุดและอย่างเป็นระเบียบ
เนื่องจากเหล่านี้เป็นวิธีการที่เครื่องบินได้ออกแบบมาไว้อยู่แล้ว
เครื่องบินโบอิ้ง 777 ถูกสร้างมาเพื่อมาให้ทุกคนบนเครื่องสามารถลงจากเครื่องบินได้ภายใน 90 วินาที เช่นเดียวกับเครื่องบินส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ ต่อให้ประตูจำนวนครึ่งหนึ่งไม่สามารถใช้การได้ ดังกรณีที่เกิดกับเอเชียนา ซึ่งจากภาพที่ปรากกด้านหนึ่งของเครื่องบินเสียหายมากกว่าอีกส่วน และดูเหมือนเป็นพื้นที่หลักที่เกิดไฟไหม้ ดังนั้นประตูด้านนั้นจะเปิดไม่ได้
หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถเรียนรู้จากอุบัติเหตุเช่นนี้ คืออย่าเพิกเฉยการบรรยายสรุปเรื่องการใช้อุปกรณ์และมาตรการความปลอดภัยในการบินตั้งแต่ขึ้นเครื่อง หรืออาจจดบันทึกไว้ว่า ทางออกใกล้ที่นั่งที่สุดคือหมายเลขใด อยู่ห่างจากแถวที่นั่ง 3 หรือ 4 แถว
เหล่านี้คือเหตุผลที่สายการบินต้องจัดให้มีบรรยายสรุปโดยลูกเรือทุกครั้ง หลายปีมานี้ สายการบินหลายแห่ง อาทิ แอร์นิวซีแลนด์ เพิ่มลูกเล่นสนุกๆ ในวิดีโอแนะนำเรื่องความปลอดภัย เพื่อพยายามให้ผู้โดยสารสนใจและชมอย่างตั้งใจ และอุบัติเหตุคล้ายกับเอเชียนา ยิ่งตอกย้ำว่า ผู้โดยสารควรตระหนักและใส่ใจมาตรการความปลอดภัยและการปฏิบัติตัวหากเกิดเหตุฉุกเฉินเพียงใด
.............................
(หมายเหตุ : ถอดบทเรียน'โอกาสรอด'จากเอเชียนา : โต๊ะต่างประเทศรายงาน)



