ข่าว

รัฐประหารไอยคุปต์ใครได้ประโยชน์

รัฐประหารไอยคุปต์ใครได้ประโยชน์

08 ก.ค. 2556

รัฐประหารไอยคุปต์ใครได้ประโยชน์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

          โลกไม่ได้แจ่มจรัส แฮปปี้เอนดิ้งยาวนานดังหวังของผู้คนตะวันออกกลางที่ก่อการอาหรับสปริงโค่นล้มผู้นำเผด็จการแห่งตะวันออกกลางเมื่อแค่เพียงสองปีก่อน พวกเขาต้องกลับออกมาไล่รัฐบาลที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นเผด็จการพวกใหม่กันอีกรอบ นองเลือดกันอีกหลายหยด แล้วนำประเทศกลับสู่วังวนของการปฏิวัติ ความเกลียดชังมุ่งหมายล้างแค้น และความทุกข์ที่ไม่รู้จะจบสิ้นเมื่อไหร่ รัฐประหารในอียิปต์เมื่อ 3 กันยายนเป็นเช่นนี้ เราเห็นผู้แพ้หลักคือรัฐบาลของ นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี กับกลุ่มมุสลิมทั้งผองพี่น้องกันซึ่งพยายามจะเป็นรัฐบาลที่ยึดหลักศาสนานำพาประเทศ แต่งานนี้ไม่ใช่แค่ประชาชนฝ่ายที่ไม่อยากให้ศาสนจักรมาครอบงำเกินไปเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ยังมีกลุ่มอื่นอีกที่หายใจโล่งขึ้นมาหน่อยจากรัฐประหารคราวนี้

          กองทัพอียิปต์เป็นพวกหนึ่งที่ได้ประโยชน์นั้น ในมุมหนึ่งก็น่าเห็นใจที่ต้องออกมาแบกรับหน้าที่รักษาความสงบในชาติ ป้องกันไม่ให้คนที่เกลียดชังกันสองฝ่ายเข้าปะทะกัน ทั้งยังต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุซึ่งก็ต้องสั่งให้ทุกฝ่ายรวมทั้งรัฐบาลถอยกลับไปยังจุดศูนย์ให้หมด งานนี้โดนประณามเรื่องไม่เป็นประชาธิปไตยบ้าง แต่ก็คุ้ม เพราะเสียงประณามค่อนข้างเบา การเล่นงานอย่างเป็นรูปธรรมจากตัวแปรต่างประเทศก็ไม่มากนัก ที่สำคัญคือกองทัพกู้ภาพลักษณ์ของตัวเองกลับมาได้พอสมควร จากเดิมที่เสียไปเมื่อช่วงต้นปี 2554 ที่เข้าข้างอดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก แม้ว่าหลังจากนั้นจะกลับลำช่วยโค่นมูบารักและหนุนกลุ่มข้าราชการปกครองประเทศชั่วคราว แต่ประชาชนก็ยังไม่พอใจเพราะถือว่าคนละพวกกัน ปฏิวัติคราวนี้ก็มาอีหรอบเดิมคือเป็นผู้ล้างไพ่แล้วเปิดโอกาสให้คนอื่นจั่ว แต่ประชาชนกลุ่มที่ต่อต้านประธานาธิบดีมอร์ซี ถือว่ากองทัพเป็นพวกเดียวกัน เพราะไม่เป็นเครื่องมือของรัฐมารบกับตน และด้วยท่าทีแบบนี้ กองทัพจะยังเป็นองค์กรอิทธิพลเบื้องหลังรัฐได้อีกนาน

          แม้ว่าการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะผิดหลักการของชาติตะวันตก และชาติตะวันตกก็ต้องประณามพร้อมทั้งตัดงบช่วยเหลือฝ่ายก่อรัฐประหารตามสมควร แต่สหรัฐ และพรรคพวกก็น่าจะได้ประโยชน์จากการถูกโค่นอำนาจของพรรคการเมืองแนวเคร่งอิสลามมิใช่น้อย ชาติตะวันตกต้องการให้ชาติที่มีประชากรเป็นมุสลิมนั้นมีวิถีปฏิบัติแบบสากลซึ่งก็คือแบบเสรีประชาธิปไตย แต่อาหรับสปริงทำให้เกิดผู้นำใหม่ที่คิดเคร่งศาสนามาแทนที่ระบอบเผด็จการที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาในหลายประเทศ รวมทั้งอียิปต์ด้วย แนวเคร่งศาสนานี้ตีคู่มากับแนวเสรีประชาธิปไตย เฉือนกันไม่มาก เพราะประชาชนบางกลุ่มเบื่อเผด็จการ เลยหันไปหาศาสนาที่ตนเองเชื่อว่ามีคุณธรรมกว่าเผด็จการ แต่ตรงนี้เองที่เป็นช่องโหว่เปิดโอกาสให้พวกหัวรุนแรงจากมุมมืดเข้ามามีส่วนร่วมในการนำพาประเทศมุมสว่างด้วย ตรงนี้ที่ฝรั่งรับไม่ได้ กลัวว่าอิทธิพลของกลุ่มเคร่งศาสนาและหัวรุนแรงจะเพิ่มขึ้นจนนำพาประเทศต่อต้านตะวันตก บางทีถึงขั้นเสียเลือดเนื้อแบบที่เบงกาซี แต่ฝรั่งต้องหวานอมขมกลืนเพราะถ้าจะโค่นเองเดี๋ยวผิดหลักการ งานนี้ที่กองทัพกับฝ่ายเสรีประชาธิปไตยยึดอำนาจในอียิปต์อาจมีส่วนชะลอการขยายตัวของการปกครองรัฐแบบเคร่งศาสนาในที่อื่นด้วย

          ซีเรีย ศัตรูของสหรัฐ ก็ได้ประโยชน์ในครั้งนี้กับเขาด้วย ปกติรัฐบาลดามัสกัสก็เจียนอยู่เจียนไปเพราะโดยกบฏที่มีกลุ่มหัวรุนแรงเป็นแกนรุกรบ แถมชาติตะวันตกทำท่าจะเอาด้วยกับกบฏ เนื่องจากระบอบอัสซาดนั้นโหดต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เหลือเกิน การคว่ำของรัฐบาลกลุ่มมุสลิมทั้งผองพี่น้องกันคราวนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ท่อน้ำเลี้ยงการสนับสนุนฝ่ายกบฏลดลง แต่รัฐบาลซีเรียยังหวังว่าชาติตะวันตกจะได้กลับมาทบทวนใหม่ว่าระบอบอัสซาดนั้นไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นมิตรร่วมต้านระบอบเคร่งศาสนาไม่ให้ขยายตัวในตะวันออกกลางต่างหาก ซึ่งถ้าตะวันตกคล้อยตาม ก็จะลังเลในการสนับสนุนกบฏในซีเรีย

          อียิปต์สปริงคราวนี้สามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจในอีกหลายประเทศให้เอาอย่างในการโค่นรัฐบาลกะเขาบ้าง ตูนิเซียที่เข้ารอยเป๊ะก็เริ่มเคลื่อนไหวกันบ้างแล้ว ส่วนกลุ่มที่ห่างไกลออกไปหน่อยอย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีกลุ่มที่แสดงความชื่นชมและหวังว่าเมื่อออกมาไล่รัฐบาลแล้วเกิดเหตุอะไรขึ้น กองทัพจะออกมาทำอย่างเดียวกับกองทัพอียิปต์ วัตถุประสงค์ของตนก็จะสมหวัง สิ่งเหล่านี้จะบังเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่พวกเขาหรือแค่ความชุ่มชื่นในหัวใจอนาคิสต์นิดหน่อยต้องดูกันต่อไปครับ