
ลายนิ้วมือบน'สลิป'มัดนศ.ชิงทรัพย์แบงก์
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ลายนิ้วมือบน 'สลิป' มัดหนุ่มนศ.ชิงทรัพย์แบงก์ : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
อีก 15 นาที จะเป็นเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2554 บรรยากาศภายในธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างอาคารสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงพนักงานหญิงจำนวน 3 คน ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการด้านการเงินกับลูกค้า ห้วงเวลาดังกล่าวใกล้เวลาปิดทำการประจำวันของธนาคาร ซึ่งกำหนดไว้ในเวลา 18.00 น. เต็มที ภายในธนาคารจึงร้างราจากลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้ามาใช้บริการอย่างคึกคักในช่วงกลางวันมากกว่าในช่วงเย็น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของทุกวัน
แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ๆ มีชายวัยรุ่น รูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงยีน ตัดผมรองทรง มีหน้ากากอนามัยปิดจมูกและปาก เดินตรงรี่เข้ามาที่เคาน์เตอร์ธนาคาร พร้อมๆ กับชักอาวุธปืนมาถือไว้ในมือ แล้วส่งถุงกระดาษขนาด A4 พร้อมสลิปฝากเงินธนาคาร ซึ่งด้านหลังเขียนด้วยลายมือ ระบุข้อความว่า "ขอโทษนะครับเอาเงินใส่ถุงแล้วนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่งั้นผมยิง" ให้แก่พนักงานธนาคาร
พนักงานธนาคารเกรงจะไม่ปลอดภัยจึงจำใจหยิบเงินจำนวน 6.5 แสนบาท บรรจุลงถุงส่งให้คนร้ายไปตามคำขู่ และทันทีที่คนร้ายได้เงิน ก็รีบหลบหนีออกจากธนาคารไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับพนักงานธนาคารที่ได้รีบแจ้งตำรวจ สน.สุทธิสาร เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของคนร้าย
หลังทราบเหตุ พ.ต.ท.ธนภัทร สุขมี พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐาน พร้อมกับรายงานเหตุให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในขณะนั้นทราบ เพื่อสั่งการ ตำรวจฝ่ายสืบสวน ซึ่งในขณะนั้นมี พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระดมกำลังนักสืบฝีมือดีในกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่มี พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บังคับการ และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งขณะนั้นมี พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ เป็นผู้บังคับการ
ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานลำดับแรกๆ ที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีคำนึงถึง ซึ่ง พล.ต.ต.รณศิลป์ ได้กำชับให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบจากธนาคารที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง และความพยายามของตำรวจก็เป็นผล เมื่อพบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในมหาวิทยาลัยหลายตัวสามารถบันทึกภาพบุคคลผู้ต้องสงสัยไว้ได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ภาพถ่ายวงจรปิดที่พบยืนยันได้ว่า คนร้ายเดินทางเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยหอการค้าในเวลา 14.43 น. ก่อนก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคารประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเข้ามาทางประตูมหาวิทยาลัยด้าน ถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านซอยวิภาวดี 2 เดินลัดเลาะซอยวิภาวดี 2/1 เข้ามาภายในมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นได้เดินเข้ามานั่งบริเวณม้านั่งซึ่งมหาวิทยาลัยจัดไว้สำหรับใช้เป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้นั่งพัก บริเวณหน้าอาคารที่ทำการสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งจุดดังกล่าวไม่ห่างจากที่ตั้งของธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมากนัก
"ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นปรากฏภาพผู้ต้องสงสัยมีท่าทีกระสับกระส่ายมีการใช้โทรศัพท์ค่อนข้างถี่ ท่าทีลุกลี้ลุกลน โดยได้วนเวียนอยู่หน้าธนาคารนานประมาณ 20 นาที ก่อนจะใช้หน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูกเพื่อปกปิดใบหน้า เสร็จแล้วจึงบุกเข้าไปในธนาคารเพื่อชิงทรัพย์ พฤติกรรมของคนร้ายจากภาพถ่ายที่ได้จากกล้องวงจรปิดเชื่อได้ว่าคนร้ายไม่น่าจะเป็นมืออาชีพ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน บอกถึงแนวทางการแกะรอยคนร้าย
หลังจากได้ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดแล้ว ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้กระจายกำลังลงพื้นที่เพื่อนำภาพถ่ายดังกล่าวไปให้นักศึกษาและประชาชนซึ่งอยู่ในละแวกนั้นตรวจสอบเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย กระทั่งได้ข้อมูลว่า บุคคลที่ปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดดังกล่าว น่าจะเป็น นายพิศุทธิ์ เจริญสุข อายุ 24 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการพักการเรียน เนื่องจากค้างชำระค่าเล่าเรียน
หลักจากได้รับข้อมูลดังกล่าว ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้แกะรอยหาตัวนายพิศุทธิ์ทันที และทราบเบาะแสว่า หลังจากก่อเหตุนายพิศุทธิ์ได้เดินทางไปจับจ่ายสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลสาขาลาดพร้าว และกำลังเดินทางไปยังเกาะล้าน จ.ชลบุรี พล.ต.ต.รณศิลป์ จึงได้ส่งกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนตามประกบ
ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พยายามค้นหาร่องรอยคนร้ายในจุดเกิดเหตุ พบหลักฐานสำคัญคือ สลิปฝากเงินของธนาคาร ซึ่งคนร้ายได้พลิกด้านหลังแล้วเขียนด้วยลายมือเป็นข้อความข่มขู่ แล้วยื่นให้พนักงานเพื่อข่มขู่ชิงเงิน
พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบสลิปฝากเงินดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อตรวจหาทั้งลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ ของคนร้ายที่อาจปนเปื้อนอยู่บนสลิปฝากเงินใบนี้
ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ใช้วิธีเคลือบน้ำยา "Ninhydrin" ลงบนสลิปเงินฝาก ซึ่งพบลายนิ้วมือของคนร้ายติดอยู่บริเวณมุมด้านขวาของสลิปเงินฝาก ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงคัดลอกลายนิ้วมือแฝงดังกล่าว ไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือในฐานข้อมูลประชากรของกรมการปกครอง พบว่าลายนิ้วมือแฝงดังกล่าวตรงกับ ลายนิ้วมือที่จัดเก็บจากนิ้วหัวแม่มือซ้ายของนายพิศุทธิ์ เจริญสุข
"หลังจากได้ลายนิ้วมือแฝงจากสลิปฝากเงินของธนาคารซึ่งคนร้ายได้ยื่นให้กับพนักงานธนาคาร ผม ผู้การฯ รณศิลป์ และทีมงานพิสูจน์หลักฐาน ช่วยกันตรวจทานลายนิ้วมือแฝงที่ได้กับลายนิ้วมือในระบบจัดเก็บของกรมการปกครอง พบว่าเป็นของนายพิศุทธิ์แน่ ไม่มีผิดตัว ซึ่งถือเป็นหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่มัดตัวคนร้ายรายนี้ได้อย่างชัดเจน" พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูล
หลังจากตำรวจได้หลักฐานรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายและสามารถยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ตำรวจชุดสืบสวนซึ่งตามประกอบนายพิศุทธิ์อยู่อย่างใกล้ชิดแล้ว ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.รณศิลป์ ให้เข้าควบคุมตัวนายพิศุทธิ์ทันที ขณะนายพิศุทธิ์กำลังเที่ยวพักผ่อนอยู่กับแฟนสาวที่เกาะล้าน จ.ชลบุรี ได้พร้อมปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซึ่งคนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เงินสด 260,700 บาท บัญชีธนาคารยอด 128,900 บาท ส่วนเงินที่เหลือ นายพิศุทธิ์อ้างว่าหมดไปกับการจับจ่ายซื้อข้าวของแล้ว
นายพิศุทธิ์สารภาพหลังถูกจับกุมว่า ก่อนลงมือชิงทรัพย์ธนาคาร ได้มาสำรวจสถานที่ล่วงหน้า 1 วัน สาเหตุที่ลงมือเพราะต้องการเงินไปชำระค่าเล่าเรียน ซึ่งได้ขอทำเรื่องกู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วแต่ไม่ผ่าน ทำให้ค้างชำระค่าเล่าเรียนจำนวน 4 หมื่นบาท อีกส่วนต้องการนำไปชำระค่าเล่าเรียนของแฟนสาว ซึ่งเรียนอยู่ในระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น
"ผมลงมือทำเพียงคนเดียว โดยไม่คิดว่าจะมีใครจำผมได้ กระทั่งเห็นการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนว่าตำรวจมีเบาะแสคนร้ายแล้วจึงคิดว่าอีกไม่นานตำรวจคงติดตามจับกุมได้แน่ จึงชวนแฟนสาวไปเที่ยวเกาะล้านเพื่อใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด" นายพิศุทธิ์ สารภาพ
หลังเกิดเหตุตำรวจใช้เวลาในการแกะรอยคนร้ายคดีนี้เพียง 6 วัน ก็สามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ เบาะแสสำคัญคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน ขณะที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือ "ลายนิ้วมือแฝง" ที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบได้จากสลิปเงินฝาก ซึ่งกระดาษชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวที่คนร้ายใช้เขียนข้อความข่มขู่ให้พนักงานธนาคารส่งมอบเงินให้ กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้คนร้ายดิ้นไม่หลุด
--------------------------
(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ลายนิ้วมือบน 'สลิป' มัดหนุ่มนศ.ชิงทรัพย์แบงก์ : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



