
อภิสิทธิ์ยันไม่นำเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้ลงทุน
อภิสิทธิ์ยันไม่นำเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้ลงทุน เกรงส่งผลค่าบาทแข็งขึ้น เตรียมออกพันธบัตรกู้เงิน ระยะเวลา 5 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 2.5 กำชับรมต.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวบ้านในโครงการไทยเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้รัฐบาลนำเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้ในการลงทุน เพื่อลดการกู้เงินจากต่างประเทศและตัวเลขหนี้สาธารณะจะได้ลดลง ว่า รัฐบาลคงจะไม่นำเงินสำรองมาใช้ หากโครงการการลงทุนเป็นเงินบาท เพราะถ้าเราเอาเงินสำรองที่อยู่ในสกุลต่างประเทศออกมา เราก็ต้องเปลี่ยนเป็นเงินบาท ซึ่งจะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเงินกู้ของรัฐบาลในขณะนี้นั้นได้มีการแบ่งเป็นพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะดูความพร้อมของแต่ละโครงการ ส่วนพ.ร.บ.กู้เงินอีก 4 แสนล้านบาท นั้นเราคาดว่าน่าจะผ่านสภาได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 53 ผ่านสภา หากพ.ร.บ.งบประมาณผ่านการพิจารณาแล้ว ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไปก็จะสามารถใช้เงินได้ ซึ่งรัฐบาลจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด แต่ต้องดูความพร้อมของแต่ละโครงการที่จะไปดำเนินการ
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังว่าจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังหวังว่าจะเห็นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายกลับมาเป็นบวก ส่วนวิธีการในการหาเงินหลังจากที่พ.ร.ก.และพ.ร.บ.ผ่านการพิจารณาแล้วส่วนหนึ่งจะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการออกพันธบัตรเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ออม ซึ่งเท่าที่หารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังทราบว่าน่าจะดำเนินการได้ค่อนข้างเร็ว โดยในเบื้องต้นจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเป็นอันดับแรกในการจองพันธบัตร โดยจะออกเป็นพันธบัตระยะเวลา 5 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 2.5 และถ้าฝากต่อไปดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น
กำชับรมต.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวบ้านในโครงการไทยเข้มแข็ง
นายอภิสิทธิ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ในที่ประชุมครม.ตนได้กำชับรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ต้องดำเนินการตามแผนไทยเข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนได้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการอยู่ที่ไหน อย่างไร และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ซึ่งจะมีงานเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงและครอบคลุมทุกพื้นที่
นอกจากนั้นจะเป็นการไปตรวจสอบความพร้อมและดูแลเรื่องความโปร่งใสของโครงการเหล่านี้ด้วย ซึ่งจะมีทั้งโครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำ ถนน ปรับปรุงโรงเรียน ปรับปรุงสถานีอนามัย แหล่งท่องเที่ยว ที่เคยได้อนุมัติไปในกรอบวงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท โดยตนจะเดินทางลงไปในพื้นที่ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดตารางเวลาและโครงการ โดยให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาโครงการต่างๆและจะกำหนดให้กระจายไปในพื้นที่ต่างๆ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะลงพื้นที่ไปทำนาแบบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “ทำไมต้องไปทำเหมือนคนอื่น ใช้วิธิอื่นก็ได้”



