ข่าว

อภิสิทธิ์ระบุดีภท.ขึ้นคัทเอาท์แจงเช่ารถเมล์4พันค้น

อภิสิทธิ์ระบุดีภท.ขึ้นคัทเอาท์แจงเช่ารถเมล์4พันค้น

09 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์ ” ระบุเป็นเรื่องดีที่ภูมิใจไทยขึ้นคัทเอาท์ชี้แจงโครงการเช่ารถเมล์รถเมล์ 4 พันคัน เพราะแสดงว่าเข้าใจกระแสสังคม มั่นใจ กรรมการสภาพัฒน์ฯจะพิจารณาตามข้อเท็จจริง "ภูมิใจไทย" ยืนกรานเช่ารถเมล์ 4 พันคันเท่านั้น ปัด ขึ้นคัทเอาท์ กดดันบอร์ดสภาพัฒน์ ร

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยขึ้นป้ายโฆษณาชี้แจงและแสดงจุดยืนเกี่ยวกับโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ที่มีการวิจารณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการสภาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า คณะกรรมการสภาพัฒน์ฯคงจะพิจารณาตามข้อเท็จจริง เพราะได้รับทราบว่าคณะกรรมการสภาพัฒน์ฯได้ขอข้อมูลและบทวิเคราะห์ต่างๆจากกระทรวงคมนาคมไปพิจารณาด้วย เ

 มื่อถามว่าโดยว่าโดยส่วนตัวมองว่าพรรคภูมิใจไทยทำอย่างนี้เหมาะสมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเขาอยากทำความเข้าใจและชี้แจงจุดยืนของเขาก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้ เมื่อถามว่าคิดว่าการขึ้นป้ายโฆษณาอย่างนี้มีนัยยะทางการเมืองเพื่อต้องการทำความเข้าใจกับสังคมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะใครอยากทำความเข้าใจกับสังคมก็แสดงว่าสนใจกระแสสังคม

"โสภณ"ปัดขึ้นคัทเอาท์กดดันบอร์ดสภาพัฒน์ฯ

 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.ไม่ได้มีการยิบยกโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันมาหารือในที่ประชุม เพราะต้องรอให้บอร์ดสภาพัฒน์ฯสรุปผลการศึกษาก่อน โดยในระหว่างนี้กระทรวงคมนาคมพร้อมที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้บอร์ดสภาพัฒน์ฯพิจารณา ส่วนตัวยังคงยืนยันตามกรอบเดิมคือวิธีการเช่าดีกว่าซื้อแน่นอน และต้องเช่าจำนวน 4 พันคันถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามหากบอร์ดสภาพัฒน์ฯสรุปออกมาอย่างไรกระทรวงคมนาคมก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม

 นายโสภณ กล่าวถึงกรณีที่พรรคขึ้นคัทเอาท์ตามจุดต่างๆ ว่า เพื่อต้องการชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนคนกรุงเทพฯ เพราะยังมีประชานจำนวนมากสับสนข้อมูลว่าเช่าหรือซื้อ วิธีการใดคุ้มค่ามากกว่า เชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากยังไม่เข้าใจในแนวทางแก้ไขปัญหา ขสมก.ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งวิธีการชี้แจงกับสังคมโดยการขึ้นคัทเอาท์ไม่ได้เป็นการกดดันหรือชี้นำบอร์ดสภาพัฒน์ ส่วนข้อสังเกตเรื่องการใช้งบประมาณนั้น เป็นงบประชาสัมพันธ์โครงการของ ขสมก.ที่ตั้งไว้ทั้งหมด 3 ล้านบาท และจนถึงขณะนี้ยังใช้งบไม่ถึง 3 ล้านบาทด้วยซ้ำ

 “ยืนยันว่าไม่ได้เป็นความขัดแย้งในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย ต่างได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้นไม่มีใครเป็นพระเอก ไม่มีใครเป็นผู้ร้าย เหมือนเราเป็นหมอลำคณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเล่นเป็นผู้ร้าย หรือเป็นพระเอก ก็อยู่ในคณะเดียวกัน ได้เหมือนกันทั้งคู่” นายโสภณ ระบุ

 รมว.คมนาคม กล่าวถึงการจัดสัมมนาเพื่อหาทางรอดของ ขสมก.ว่า เดิมกระทรวงกำหนดจัดการสัมมนาในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ แต่ไปตรงกับวันประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท และพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ดังนั้นกระทรวงจึงจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมสัมมนาเป็นสัปดาห์ถัดไป โดยจะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน รวมถึงสื่อมวลชนได้เข้าร่วมแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย แต่ต้องอยู่ในหลักวิชาการ โดยในระหว่างนี้พรรคภูมิใจไทยต้องเดินหน้าชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป เพื่อไม่ให้พรรคเกิดความเสียหาย