
'มาร์ค-ชวน'ทอล์คโชว์อัด'รบ.ปูกรรเชียง'ยับ
คนแห่ดูทอล์คโชว์'มาร์ค-ชวน'ชำแหละวิกฤติเศรษฐกิ 'ชวน'เปิดเวทียัน'ทักษิณ'อยู่ในทีมกู้เงิน IMF ด้าน'มาร์ค'ทอล์คโชว์เหน็บ'รบ.ปูกรรเชียง'ทำลายสถิติกู้
6 ก.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัด ทอล์คโชว์การกุศล“จากต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ถึงกรรเชียงปู และเงินกู้ผลาญแผ่นดิน”โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค โดยตั้งแต่เวลา 13.00 น.ก่อนการทอล์คโชว์ 1 ชั่วโมง ซึ่งมีประชาชน ผู้สนใจ และแฟนคลับนายอภิสิทธิ์และนายชวน ได้ทะยอย เข้ามาภายในพื้นที่ทางเข้าขั้น 2 ของโรงหนังสกาล่าจนแน่น เพื่อซื้อบัตรเข้าชม เป็นจำนวนมากทำให้บรรยากาศศึกคัก ซึ่งในบริเวณงานนอกจากมีการขายบัตรแล้วยังมีการจัดซุ้มขายเสื้อยึดสีดำ สกรีนข้อความบนหน้าอกเสื้อด้านหน้า “จากต้มยำกุ้งแฮมเบอร์เกอร์ ถึงกรรเชียงปู และเงินกู้ผลาญแผ่นดิน” ให้กับผู้สนใจด้วย ขณะเดียวกันก็มีการแจกกรรรเชียงปูนึ่ง 2 ชิ้น พร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด 1 ชุด เพื่อแจกให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรี ทั้งนี้มีประชาชนเข้ามาแวะเวียนรับประทาน กรรเชียงปูเป็นระยะๆ ส่วน สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทะยอยเดินทางมาร่วมงานเช่นกัน อาทิ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายเกียรติ สิทธิอรมร นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต สส.บัญชีรายชื่อ โดยได้ร่วมถ่ายรูปกับผู้มาร่วมงานเป็นที่ระลึก
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการจัดบัตรเข้ามชมทำสื่อมวลชนที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความสับสน ระหว่างเจ้าหน้าที่จัดงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการระบุว่าจะให้บัตรที่เป็นที่นั่งสำหรับสื่อมวลชนที่มาลงทะเบียนในวันนี้ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปลงทะเบียนกลับไม่มีบัตร ทำให้สื่อมวลชนหลายสำนักไม่สามารถเข้าไปภายในโรงหนังได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จัดงานได้แก้ไขด้วยการนำบัตรสต๊าฟหรือบัตรคณะทำงานนำมาเขียนเพิ่มเติมว่าเป็นสื่อมวลชนลงในบัตรเพื่อใช้เป็นบัตรเข้างานแทน
"ชวน"ย้อนรอยไทยลดค่าเงินบาท ปี 2540 ยัน "ทักษิณ"อยู่ในทีมกู้เงินไอเอ็มเอฟ 2.7 พันล้านเหรียญ
เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงภาพยนตร์สกาล่าว่า พรรคประชาธิปัตย์จัดทอล์คโชว์การกุศลระดมทุนรายได้เข้ามูลนิธิควง อภัยวงศ์เเละมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มีการจัดขายบัตรเข้าชมใบละ 2 พันบาท โดยมีผู้เข้าร่วมชมกว่าพันคนจนเต็มที่นั่งโรงภาพยนตร์
นายชวน กล่าวทอล์คโชว์ตอนหนึ่งว่า เหตุวิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงนั้นมีคนไม่รู้อีกมาก มีหลายคนมีบทบาท ตนสนใจจะเชิญบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีสมัยนั้นมาพูด โดยไม่เก็บเงิน เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องโกหกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปกู้เงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนใช้หนี้ มีการโกหกเพื่อให้คนเชื่อ ซึ่งเหตุต้มยำกุ้งเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้ 2 กรกฎาคม 2540 ต้องลดค่าเงินบาทจาก 25 บาท เป็น 28 บาทภายใน 24 ชั่วโมง และค่าเงินค่อยๆ อ่อนลงถึง 55 บาท จากนั้น 16 สิงหาคม 2540 รัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ทำหนังสือถึงไอเอ็มเอฟกู้เงิน 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นด้วย
นายชวน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คนที่กู้เงินคือ รัฐบาล พล.อ.ชวลิต เพราะไม่มีทางเลือกแล้ว แต่น่าเห็นใจเนื่องจากเงินสำรองหมดแล้ว ตอนนั้นธุรกิจพังทลาย ปัญหาเฉพาะหน้าต้องประหยัดรายจ่าย ส่วนหนึ่งต้องทบทวนรายจ่ายกระทรวงกลาโหม ที่จะซื้อเครื่องบินเอฟ 18 เอ ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ไปคุยกับทหาร เพื่อทำความเข้าใจ เพราะประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะที่ดี แต่ประเทศได้จ่ายเงินมัดจำไปให้สหรัฐอเมริกาแล้ว จึงได้เดินทางไปขอร้องความช่วยเหลือสหรัฐฯ เพื่อยกเลิกสัญญาจัดซื้อ แต่ก็ต้องมีค่าปรับ 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีค่ามัดจำ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศก็มีวิกฤติในขณะนั้น แต่ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯได้เข้ามาช่วยเหลือประเทศไทย โดยมีนายอภิสิทธิ์ ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นล่ามพูดคุยกับประธานาธิบดีบิล คลินตันให้
นายชวน กล่าวต่ออีกว่า จากนั้นนายบิล คลินตัน ประธานาธิบดี ได้ขอให้เอกชนเลิกสัญญา โดยจะให้สหรัฐฯซื้อไว้เอง ส่วนเงินค่าปรับ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศไทยก็ได้รับคืน แต่เราได้คืบจะเอาศอกเราก็ได้ขอเงินค่ามัดจำคืนด้วย ส่วนเอกชนก็ค่ามัดจำจากเงินเป็นยุทธปัจจัย โดยไทยได้ซื้อเครื่องบินเอฟ 16 ให้กองทัพอากาศเป็นเครื่องที่ใช้แล้ว ซึ่งมีอายุการใช้งานอีก 20 ปี นอกจากนี้ ช่วงเกิดวิกฤติปี 2540 มีการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ แต่อาจมีการหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน เพราะเงินไม่มีแล้ว แต่ตนเห็นว่าต้องสร้างต่อไป รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติอนุมัติเงินก่อสร้าง 1.2 แสนล้านบาท เพื่อสร้างสนามบินต่อเนื่อง ในปี 2538 การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมีการโกงตั้งแต่หลังคาถึงห้องน้ำ เพราะมีพ่อค้ามาบอกไว้ มีการบอกจะโกงม้านั่งในห้องวีไอพี เป็นเรื่องที่อัปยศที่มีการโกงทุกระดับ ต้องศึกษาเอาเงินคืนให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็เอาเข้าตาราง
นายชวน กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันในช่วงวิกฤติทางกองทัพเรือต้องการเรือ 4 ลำในการตรวจการ ปัจจุบันเป็นเรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส ซึ่งได้มาเพียง 2 ลำ นอกจากนี้ ถนน 4 ช่องจราจรก็เริ่มในรัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์ใน 2538 รวมถึงทำรถไฟ 4 รางทางคู่ จนสามารถพัฒนาจนเป็นผู้นำในอาเซียน แต่วันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดในสภาว่าโครงการพื้นฐานของไทยล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องจริง เพราะรัฐบาลไทยรักไทยไม่เคยจัดงบประมาณไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ใช่งบประมาณไปใช้เรื่องประชานิยม ทั้งนี้ หลักนิติธรรมซึ่งเป็นหลักข้อแรกในสมัยตนบริหารประเทศถ้ารัฐบาลไทยรักไทยยึดเหตุการณ์ภาคใต้จะไม่นองเลือด
“อภิสิทธิ์ไปปราศรัย มีคนมาประท้วงแต่ตำรวจไม่ทำอะไร กฎหมายไปเป็นกฎหมาย ไล่ด่าสถาบันศาล กลับไม่มีในประชาธิปไตย มีการละเมิดนิติธรรมจากองค์กรฝ่ายบริหาร วันนี้จึงมีปัญหาว่าการทุจริตโกงทั้งโคตรเป็นตัวทำให้ประเทศตกต่ำ ขอให้อย่าสยบให้พวกโกงบ้านโกงเมือง”นายชวน กล่าว
"ชวน" อัดยับ"ระบบทักษิณ"โหมจุดไฟใต้ ชี้รัฐขาดธรรมาภิบาล
นายชวน กล่าวด้วยว่า ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2543 ในช่วงรัฐบาลประชาธิปัตย์ ไฟใต้ไม่รุนแรงมีการก่อเหตุเพียงไม่กี่สิบครั้งต่อปี พูดได้ว่าไฟใกล้ดับ แต่พอพรรคไทยรักไทยเริ่มเข้ามาบริหารประเทศโดยขาดหลักธรรมมาภิบาล ทั้ง 6 ข้อ ไฟใต้จึงลุกโชน คือ พอมีผู้ทำผิด ฝ่ายบริหารไม่ยอมว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม กลับแก้ปัญหาโดยวิธีการอุ้มฆ่า รวมไปถึงนโยบายการปราบยาเสพติดที่ใช้วิธีการฆ่าตัดตอน จนในที่สุดแล้ว ก็นำมาสู่วิกฤติต่างๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน หรือการทำงานของข้าราชการประจำขณะนี้ พอฝ่ายบริหารทำผิด ก็ไม่กล้าแตะต้อง เพราะกลัวถูกโยกย้าย ตนไม่อยากเชื่อว่า วันนี้กฎหมายจะไม่เป็นกฎหมาย คนไม่เคารพกฎหมายกันแล้ว โดยเฉพาะมีการยกพวกไล่ด่าศาลโดยไม่กลัวความผิด พอมีคดีความชอบวิ่งเต้นให้ฝ่ายตัวเอง พอไม่สำเร็จไปแบล็คเมล์ข่มขู่ เพื่อให้สิ่งที่ตนต้องการ การบริหารโดยขัดหลักธรรมาภิบาลของระบอบทักษิณตั้งแต่วันนั้น ทำให้เกิดวิกฤติการณ์โกงทั้งโคตร จนประเทศตกต่ำในวันนี้
"ขอย้ำว่า วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 40 แม้จะกระทบกับเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของคนไทย แต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และประเทศไทยก็ได้รับคำชมว่า แม้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ไม่ก่อให้เกิดวิกฤติสังคม ประชาชนในประเทศไม่อดอยาก ซึ่งวันนี้วิกฤติต้มยำกุ้งผ่านมา 16 ปี ถ้าไม่ได้อาศัยรากฐานที่พรรคประชาธิปัตย์ทำไว้ เช่น กฎหมาย 11 ฉบับที่ถูกโจมตีว่าเป็นกฎหมายขายชาติ แต่คนที่โจมตีซึ่งเป็นรัฐบาลมายาวนาน กลับไม่เคยแก้ไขกฏหมายทั้ง 11 ฉบับ โดยใช้ประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิด และเรามีบทเรียนแล้ว หวังว่าบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้า อย่าสยบให้กับพวกเลวทราม โกงบ้านโกงเมือง ที่สำคัญหวังอยากเห็นข้าราชการดีๆ อย่ากลัวคำขู่ ให้ทำหน้าที่รับใช้บ้านเมืองไม่ใช่รับใช้ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ” นายชวน กล่าว
"มาร์ค"ทอล์คโชว์เหน็บ'รบ.ปูกรรเชียง'ทำลายสถิติกู้ ชุบมือเปิบอ้างตัวใช้หนี้ไอเอ็มเอฟสำเร็จ
นายอภิสิทธิ์ ขึ้นเวทีทอล์กโชว์"จากต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ถึงกรรเชียงปู และเงินกู้ผลาญแผ่นดิน"ว่า เรานึกไม่ถึงว่าปี 2556 จะต้องมาพูดการกู้เงินมหาศาล ขณะที่มีบทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจให้เห็นทั่วโลก เป็นสิ่งที่สวนกับนโยบายการหาเสียงที่รัฐบาลเคยพูดไว้ว่า ขึ้นค่าครองชีพ แต่การกู้เงินนี้ไม่รู้ว่ากระชากค่าครองชีพขึ้นหรือลง โดยตนยังเชื่อในสัญญาประชาคม ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้โชว์ตัวเลขเงินกู้ของไทยในอดีต ไล่เรียงตั้งแต่สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีการกู้เงิน 700,000 ล้านบาท และยุค พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ มีการกู้เงิน 780,000 ล้านบาท และถ้าหากกฎหมายนี้ผ่านสภาฯปีนี้ จะเป็นการกู้เงินยุคทำลายสถิติ 2 ล้านล้านบาท เห็นอย่างนี้แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นแชมป์กู้เงิน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถ้ามาดูผลในทางเศรษฐกิจ ปี 2540 ติดลบ 1.8 ปี 2541 ติดลบ 10.4 กระทั่งปี 2542 รัฐบาลชวนสามารถกระเตื้องเศรษฐกิจขึ้นมาอย่างรวดเร็ว 4.4 และปี 2543 สามารถฟื้นฟูขึ้นเป็น 4.6 ทั้งที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุคน แต่ก็ไม่คิดว่า คนมาทีหลังจะชุบมือเปิบว่า สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ เงินสำรองและหนี้สาธารณะทั้งหมดมาจากระบบธรรมาภิบาลที่เกิดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ทั้งที่มีการใช้งบประมาณมากมาย แต่กลับนำไปใช้เรื่องประชานิยมเสียมาก ขณะที่งบประมาณที่ลงไปเพื่อนำไปใช้กับคนทุกกลุ่มในประเทศเป็นสัดส่วนน้อยมาก
" ในยุคกรรเชียงปู กู้ผลาญแผ่นดิน ก่อนนี้ได้กู้มาแล้ว 350,000 ล้านบาท นำมาแก้ไขปัญหาจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมก่อนหน้าฝนปี 2555 มาถึงขณะนี้ยังไม่เสร็จสิ้นและมีการใช้เงินไปแล้ว 100,000 ล้านบาทจ้างต่างชาติจัดทำโมดูลแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วเสนอกลับมายังนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี โดยแทนที่จะนำเวลาและงบประมาณไปศึกษาผลกระทบ และความเป็นไปได้ "นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่น่ากลัวของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 ล้านล้านบาท คือ ความเป็นห่วงที่จะมีการประมูลซื้อหัวรถจักรก่อน แล้วถึงจะมีการก่อสร้างรางให้เข้ากับรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งหนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น จากการกู้ 2 ล้านล้าน บวกับดอกเบี้ย 3 ล้านล้าน เป็น 5 ล้านล้าน ที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า ไม่น่าเป็นห่วงการใช้หนี้แค่ครึ่งศตวรรษ แต่รางรถไฟฟ้าอยู่เป็นศตวรรษ ตนจึงห่วงในความคุ้มค่าของรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่รัฐบาลยังให้ความกระจ่างไม่ได้ โครงการที่อยู่ในการกู้เงินก็มีความพร้อมแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญการคำณวนตัวเลขคุ้มทุน ติดลบ และอาจต้องของบประมาณมาสนับสนุน สำหรับโครงการไฟฟ้าความเร็วสูง สมัยตนเป็นรัฐบาลก็เคยคิดจะดำเนินการสร้างโครงการไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่องสิงคโปร์ - มาเลเซีย - ปาดังเบซา - หนองคาย - คุนหมิง แต่รัฐบาลนี้กลับมีวิสัยทัศน์ตัดตอนอาเซียน สร้างโครงการไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมอาเซียนทางตอนใต้ไปเหนือ โดยสร้างเริ่มเส้นทางแค่หัวหิน - นครราชสีมา ทั้งที่กู้เงินในงบประมาณที่สูงริ้ว
"เรื่องการจำนำข้าวไม่มีความสลับซับซ้อน นาปี ปี2554-2555 นาปรัง ปี 2555 จำนำข้าวนาปี 2554 - 2555 มาบวกลบกัน โดยตัวเลขนี้ ยังไม่รวบกับดอกเบี้ยให้กับธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) 4 หมื่นล้านบาท เมื่อปริมาณข้าวที่จำนำกับรัฐโดยประมาณ 31 ล้านตัน ราคาอยู่ราวตันละ 12,000 ตัน เมื่อคำนวนแล้ว เราจะรู้ว่า จำนำข้าวผลประโยชน์ใครได้ เนื่องจากตัวเลขนี้ ขาดทุน -221,069,39 บาท แล้วที่หายไป 1 แสนล้านบาทหายไปไหน ใครได้ประโยชน์ที่แท้จริง"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
............................
ขอบคุณภาพ : @Wiroon_PJ



