
'ผบช.น.'ยันคดี'เอกยุทธ'ไม่ซับซ้อน
'ผบช.น.'ยันคดีฆ่า'เอกยุทธ'ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ระบุข้อติติงและความเห็นการฆ่าด้วย'เทคนิคพิเศษ'เป็นแค่จินตนาการ
5 ก.ค.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ศพ นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยระบุนายเอกยุทธถูกฆาตกรรมด้วย "เทคนิคพิเศษ" คือ โดนล็อกคอจากด้านหลัง แล้วใช้มืออุดจมูกจนสิ้นใจ ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของผู้ต้องหาว่า มีการบีบคอและใช้เชือกผูกรองเท้ารัดคอว่า มีการจินตนาการต่างๆ นานา ขอยืนยันว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน หรือวางแผนซ่อนเงื่อน ขอบอกตรงๆ ว่ารู้สึกน่าสงสารนายเอกยุทธ เพราะหลังจากที่เขาถูกจับเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 22.30 น.นายเอกยุทธ พยายามส่งสัญญาณต่างๆ เพื่อให้คนใกล้ชิด หรือญาติรู้ว่าชีวิตเขากำลังอยู่ในอันตราย แต่กลับไม่มีใครสงสัย
"ส่วนที่บอกว่าไม่ซับซ้อน และคนร้ายไม่ได้วางแผนอะไร เนื่องจากผู้ต้องหาได้นำตัวนายเอกยุทธไปกักขังในบ้านจนถึงเวลา 03.00 น. จากนั้นก็นำตัวไปขังไว้ที่บ้านพี่สาวนายบอล ประเด็นนี้ชัดเจนเลยว่าคนร้ายไม่ได้วางแผนที่ดี เพราะถ้าเป็นคดีเรียกค่าไถ่จะต้องมีการนำเหยื่อไปขังไว้ในเซฟเฮ้าส์ แต่กรณีนี้คนร้ายนำนายเอกยุทธไปขังที่บ้านตัวเอง จึงมองได้ว่าคนร้ายไม่ได้วางแผนอะไรเลย" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายน นายเอกยุทธได้โทรศัพท์ติดต่อลูกชาย และพี่สาว พร้อมทั้งติดต่อลูกน้องให้เอาสมุดเช็คเงินสดมาให้เซ็นที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นก็เดินทางกลับมายังบ้านพี่สาวนายบอล และไม่ได้เดินทางไปที่ใดต่อ ถ้ามีใครรับสัญญาณจากนายเอกยุทธ แล้วแจ้งให้ตำรวจทราบก่อนเที่ยงวันที่ 7 มิถุนายนจะส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ และรับรองว่า นายเอกยุทธไม่ตายแน่นอน
"ทุกประเด็นผมไม่เคยตัดทิ้ง แต่ไม่อยากไปโต้แย้ง หรือโต้เถียงอะไรทั้งสิ้น อย่างกรณีที่ทนายความยื่นข้อสงสัยมาให้ตำรวจพิจารณา 13 ข้อ และทางกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ติติงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รับเรื่องมาทั้งหมด และ 13 ข้อ ผมก็ไม่เคยโต้แย้ง เพราะข้อมูลทั้ง 13 ข้อ อยู่ในกระบวนการของทีมสอบสวนอยู่ ส่วนที่หลายคนติติงมาว่าไม่เชื่อ เพราะคนร้ายเอาสร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง และนาฬิกา ที่มีราคาหลายล้านบาทไปโยนทิ้งในแม่น้ำ ประเด็นนี้ต้องบอกว่าผมเองก็ยังไม่เชื่อว่าคนร้ายเอาของมีค่าไปทิ้ง ในขณะเดียวกันผู้ต้องหาให้การว่านำทรัพย์สินดังกล่าวไปทิ้ง เราก็ต้องพิสูจน์ทราบตามกระบวนการที่ผู้ต้องหาให้การ"พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า ถ้าเป็นเรื่องการเมืองทำไมนายบอลต้องให้การซัดทอดพ่อแม่ของตัวเองว่าได้ร่วมกระทำอะไรบ้าง ทำไมไม่ซัดทอดคนที่จ้างวาน เคยถามนายบอล ว่าเอาสร้อย นาฬิกา และฮาร์ดดิสก์ ไปทิ้งที่ไหน ถ้าได้ทรัพย์คืนมาทั้งหมดจะช่วยเหลือพ่อแม่คุณ นายบอลก็ร้องห่มร้องไห้แล้วบอกว่า อย่าทำอะไรพ่อแม่ของเขา พร้อมยืนยันว่า ได้นำของดังกล่าวไปทิ้งที่แม่น้ำจริงๆ ทำให้เราคิดว่าเขาคงไม่ปกปิดข้อมูลเพื่อแลกกับความเป็นอิสระของพ่อแม่ตัวเอง
"ทรัพย์สินทั้งหมดตามคำให้การของนายบอล และนายเบิ้ม ที่รับสารภาพว่า ขณะที่ควบคุมตัวนายเอกยุทธไว้ที่บ้านของพี่สาวนายบอล นายเอกยุทธเองก็พยายามต่อรอง เช่น ให้เอาทรัพย์สินที่ติดตัวทั้งหมดไป พร้อมถอดสร้อยและนาฬิกายกให้นายบอล เพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่นายบอลไม่เอา จะเอาเงินสด จึงมีการเซ็นเช็คขึ้นมา และนายเอกยุทธเองก็พยายามส่งสัญญาณ โดยเขียนในเช็คระบุวันเป็นปี 2553 ซึ่งสิ่งนี้ยังสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมธนาคารไม่รับมุกของนายเอกยุทธ หรือตั้งข้อสงสัย นอกจากนี้ นายบอลให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ทิ้งทรัพย์สินทั้งหมดจะทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวเขาเจอ" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องฮาร์ดดิสนั้นตามคำให้การผู้ต้องหาบอกว่าได้ถอดไปจริงโดยนำไปไว้ที่บ้านลูกพี่ลูกน้องของนายบอล จากนั้นก็ทุบทำลายทิ้ง พร้อมแยกชิ้นส่วน โดยทำลายพร้อมโทรศัพท์อีก 3 เครื่อง และระหว่างขับรถได้โยนทิ้งตลอดเส้นทาง
"ข้อติติงต่างๆ ที่เป็นข่าวผมมองว่า เสมือนการช่วยตั้งข้อสังเกตต่างๆ เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้นำข้อมูลไปพิสูจน์ทราบในแต่ละประเด็น ที่เราระบุว่า เป็นประเด็นชิงทรัพย์เพราะคำให้การของนายบอลกับนายเบิ้ม อีกทั้งคำให้การตรงกับการตรวจพิสูจน์ศพของหมอที่ระบุว่า นายเอกยุทธเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่ได้ถูกรัดคอ และแผลจากรอยรัดกับรอยกดจะไม่เหมือนกัน พร้อมทั้งคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ไม่ตรงกัน นายบอลซัดทอดว่านายเบิ้มรัดคอ แต่นายเบิ้มสารภาพว่า นายเอกยุทธตายก่อนที่จะยกศพขึ้นรถ แพทย์ยังยืนยันกรณีส้นเท้าซ้ายของนายเอกยุทธ มีรอยช้ำนั้น เกิดจากที่นายเอกยุทธพยายามวิ่งหนี และกระโดดลงจากสะพานที่มีความสูงประมาณ 1.8 เมตร เมื่อฝ่าเท้าที่ไม่ได้ใส่รองเท้าลงพื้นที่พร้อมกัน อีกทั้งนายเอกยุทธก็มีน้ำหนักตัวมาก จึงเกิดอาการบาดเจ็บและทำให้นายเอกยุทธไม่สามารถวิ่งหนีคนร้ายได้ จึงทำให้นายบอลซึ่งเป็นเด็กหนุ่มวัย 23 ปีวิ่งตามทัน จากนั้นก็เหวี่ยงนายเอกยุทธล้มลง"ผบช.น.กล่าวและว่า
"คำวินิจฉัยของแพทย์ ยังพบรอยช้ำตรงท้อง ซึ่งก็ตรงกับคำให้การของผู้ต้องหาที่ให้การว่าได้เตะที่ท้องของผู้ตาย ดังนั้นทั้งขาก็เจ็บ ท้องก็จุก เมื่อล้มลงคนร้ายก็บีบคอ และที่หลายคนถามว่าทำไมไม่ดิ้น หรือต่อสู้ ความจริงนายเอกยุทธก็อาจดิ้นต่อสู้ แต่สู้ไม่ได้ การที่มีคนบอกว่ามีผู้ต้องหาเท่านั้นเท่านี้เป็นจินตนาการของแต่ละคนมากกว่าแต่คำสารภาพของผู้ต้องหาเขาได้แสดงท่าทางว่ากระทำในรูปแบบใด โดยผู้ต้องหาได้เอาปืนจี้ จากนั้นจับมือไพล่หลังแล้วนำกุญแจมือมาใส่ ตามหลักฐานพิสูจน์คือ ร่วมกันฆ่าเพียง 2 คนเท่านั้น โดยมีสาเหตุเป้าหมายคือต้องการเงิน เพราะก่อนหน้านี้นายบอลเคยถามพี่ชายนายเอกยุทธ หลายรอบว่ามีเงินเยอะไหม อีกทั้งได้เห็นเจ้านายใช้เงินแต่ละวันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนายบอลก็ติดการพนันจึงต้องการเงิน อีกทั้ชนายบอล มีเรื่องชู้สาวกับพนักงานในบริษัทของนายเอกยุทธ และพนักงานคนดังกล่าวก็ได้โกงเงินจนถูกไล่ออก และช่วงที่นายบอลขับรถให้นายเอกยุทธ อาจมีการดุด่านายบอลจนเกิดความแค้น จึงต้องลงมือกระทำการดังกล่าว" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว



