
'นิวัฒน์ธำรง'ยันต่างชาติมั่นใจข้าวไทย
'นิวัฒน์ธำรง' ยันต่างชาติมั่นใจข้าวไทย วอนอย่าขยายวงข้าวเน่า - ทำปท.เสียหาย ลั่น รบ.เดินหน้าโครงการน้ำ - โครงสร้างพื้นฐาน
5 ก.ค. 56 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย ปฏิเสธจะซื้อข้าวจากไทย เพราะเกรงว่าอาจได้รับข้าวที่ไม่ตรงกับความต้องการว่า ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว แต่หากพบว่าผู้ส่งออกรายใดส่งออกข้าวที่ไม่ได้คุณภาพจะดำเนินการตามขั้นตอน เพราะทำให้ประเทศเสียหาย ขณะนี้ต่างชาติมั่นใจในคุณภาพของข้าวไทย แม้ราคาจะแพงกว่าต่างประเทศประมาณ 100 เหรียญสหรัฐฯ
"เพราะคุณภาพของเราดี ส่วนข่าวเรื่องข้าวที่ไม่ได้คุณภาพนั้น มาจากพวกเรากันเองไม่ควรขยายวง เพราะเป็นการทำลายชื่อเสียงประเทศ และจะกลายเป็นปัญหาระยะยาว และการพูดว่าข้าวเน่า หรือข้าวรมควันส่งผลต่อปัญหาด้านสุขภาพ ไม่ใช่แค่พูดเพื่อทำลายพรรคการเมือง แต่เป็นการทำให้ประเทศชาติเสียหาย จึงต้องขอร้องอย่าไปขยายความ นอกจากนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะขยายตลาดข้าวใหม่ ควบคู่ไปกับการรักษาตลาดเก่า ส่วนการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยจะเร่งระบายข้าวอย่างรวดเร็ว และพร้อมจะเปิดเผยตัวเลขตามที่มีการเรียกร้อง อย่างไรก็ตามตนได้เชิญหน่วยงานต่างๆ มาหารือ เพื่อร่วมกันทำงานและตนมองว่าข้าราชการก็ตั้งใจที่จะทำงานอย่างเข็มแข็ง โดยจากนี้เราต้องไปจัดระบบให้โปร่งใส และมีประสิทธิภาพในการทำงาน"
เมื่อถามว่า น.ส.สุภา ปิยจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ได้รายงานข้อมูลว่ามีจุดใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตบ้างหรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ยังไม่ได้พบกับ น.ส.สุภา แต่จะหาเวลาพูดคุย เพราะตนอยากได้ข้อมูลต่างๆ เพื่อจะได้ทราบว่ายังมีจุดใดที่ยังต้องพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะข้อมูลทุกอย่างมีประโยชน์ ส่วนเรื่องตัวเลขต่างๆ นั้นตนยังไม่เห็นข้อมูล แต่ทราบจากที่ปรากฏเป็นข่าวเท่านั้น ยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้และจะนำมาเปิดเผยอย่างแน่นอน
ลั่นรัฐบาลเดินหน้าโครงการน้ำ - โครงสร้างพื้นฐาน
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศของรัฐบาลอาจจะต้องสะดุด จากที่มีหลายฝ่ายยื่นเรื่องกับองค์กรที่เกี่ยวข้องให้มีการตรวจสอบว่า รัฐบาลดำเนินการทั้งสองโครงการตามขั้นตอนตามกฎหมาย และเชื่อมั่นว่าเป็นโครงการเพื่ออนาคตของประเทศไทย ถ้าไม่ทำประเทศจะมีปัญหา
"เช่น เรื่องน้ำท่วมเมื่อปี 2554 มีความสูญเสียถึง 1.44 ล้านล้านบาท ถ้าเราไม่ทำต่อไปหากเกิดอุทกภัยและเสียหายอีก นอกจากนั้นยังช่วยภาคเกษตรที่เก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้ง ส่วนโครงการโครง 2 ล้านล้านบาท หากไม่ทำทั้งที่ประเทศของเรามีความได้เปรียบเพราะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ก็จะเสียเปรียบประเทศอื่น"
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะทำความเข้าใจเรื่องความโปร่งใสอย่างไร เพราะทั้งสองโครงการใช้งบประมาณจำนวนมาก นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ต้องดูว่านโยบายแต่และโครงการนั้นดีหรือไม่ และหากโครงการถูกต้องและเหมาะสมต้องช่วยกันสนับสนุน และถ้ากังวลว่าจะมีการคอร์รัปชั่น ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ เอาคนผิดไปลงโทษ ไม่ใช่ว่ากลัวว่าจะมีการทุจริตแล้วยกเลิกโครงการ วันนี้รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนให้ช่วยสังเกตการณ์และตรวจสอบ หากเห็นว่ามีความผิดให้ไปแจ้งหน่วยงานที่มั่นใจ เมื่อถามต่อว่า สุดท้ายหากดำเนินการเอาผิดได้หรือไม่ เพราะนักการเมืองที่เกี่ยวข้องมักจะพ้นจากความผิด นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เราต้องแก้ปัญหาและเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เป็นมาหลายยุคหลายสมัย ฉะนั้นพวกเราต้องแก้ ไม่ใช่ปล่อยให้ยาวไปถึงรุ่นลูกและหลาน หรือไปคอยกล่าวหาเอาไว้ก่อนว่าทุจริตเมื่อใครจะดำเนินโครงการใดๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องทำโครงการต่อซึ่งเป็นการหยุดการเจริญเติบโตของประเทศและทำร้ายประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว.เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบการโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล จะต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มส.ว.หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เป็นสิทธิที่จะยื่นศาลได้ รัฐบาลก็จะชี้แจงข้อมูลและทำประชาพิจารณ์ต่อไป



