ข่าว

ความหวังที่รอเป็นจริง

ความหวังที่รอเป็นจริง

06 ก.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ความหวังที่รอเป็นจริง

 

                               จบลงไปอย่างสง่างามสำหรับ "แซมบา" บราซิล ที่จัดการแข่งขันคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ท่ามกลางวิกฤติการประท้วง แต่สุดท้าย บราซิล ชุดนี้ก็ทำสิ่งที่ไม่มีทีมใดในโลกทำได้มานาน นั่นคือการถล่ม "กระทิงดุ" สเปน 3-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เป็นทัวร์นาเมนต์แรกที่สเปน ไม่ได้แชมป์ในรอบ 5 ปี

                               ความสำเร็จของบราซิลชุดนี้ จุดหลักต้องชมการทำทีมของ หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี กุนซือชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2002 ยังเชื่อมั่นในทัศนคติการทำทีมในแบบฉบับของตัวเอง โดนเน้นเรื่องวินัยและแท็กติกมาก่อนการเล่นที่สวยงาม ทีมของ สโคลารี จะเน้นเรื่องผลการแข่งขันเป็นหลัก

                               ในช่วงแรกของการทำทีมเหมือนว่า บราซิล จะหาชัยชนะได้ลำบากเหลือเกิน ไม่ว่าจะอุ่นเครื่องกับทีมระดับไหนก็ตาม แต่ สโคลารี ยังยึดมั่นทั้งตัวผู้เล่น 11 ตัวจริง รวมไปถึงระบบการเล่นของทีม จนศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ครั้งนี้ ความลงตัวของทีมมีมากขึ้น ผู้เล่นก็มีความเข้าขากันมากขึ้น จนไปส่งผลสูงสุดในเกมชิงชนะเลิศที่สนามมาราคานา นครริโอ เดอ จาเนโร

                               เกมชิงชนะเลิศนัดดังกล่าวเป็นการตัดสินอย่างแท้จริงว่า ชาวบราซิลจะมีความหวังอย่างแท้จริงหรือไม่ในการคว้าแชมป์โลกในถิ่นตัวเองให้ได้เป็นครั้งแรก ในรอบแรกผ่าน "อัซซูรี" อิตาลี มาได้ด้วยสกอร์ค่อนข้างขาด 4-1 และเกมในรอบรองชนะเลิศได้เห็นกันแล้วว่า อิตาลี สู้กับสเปนได้อย่างสูสี

                               เกมชิงชนะเลิศ บราซิล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยังมีทีมที่ไล่ถล่มเอาชนะ สเปน ได้ในยุคนี้เหมือนกัน

                               จึงมองได้ว่า บราซิล มี 11 ตัวจริง สำหรับฟุตบอลโลกในปีหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังมีตัวสำรองเสียบได้ในตำแหน่งสำคัญๆ ได้อย่างลงตัว และเมื่อเล่นร่วมกันมากขึ้นก็ทำให้ทีมมีแท็กติกที่พลิกแพลงได้มากขึ้น ที่สำคัญคือนำความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยม

                               ย้อนกลับไปมองถึงการแข่งขันตั้งแต่รอบแรก เซเลเซา ผ่านทีมอย่าง ญี่ปุ่น เม็กซิโก และอิตาลี มาแบบไม่ลำบากเท่าไรนัก แต่การจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการพังสถิติไม่แพ้ใคร 29 นัดของ สเปน ได้ สโคลารี ยังบอกว่าทีมชุดนี้มีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่าทีมชุดแชมป์โลก 2002 เสียอีก

                               "ทีมชุดเมื่อปี 2002 มีการเตรียมตัวมากกว่ามาก มีผู้เล่นจากชุดฟุตบอลโลก 1998 ถึง 6 คน ขณะที่ทีมชุดนี้เรามีผู้เล่นเพียง 2 หรือ 3 คน ที่ผ่านฟุตบอลโลก 2010 มา" สโคลารี เผย

                               อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อกันว่าทีมชุดฟุตบอลโลก 2014 ยังจะสามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปได้อีกในช่วงเวลา 1 ปีที่เหลืออยู่ หลังการผ่าตัดทีมท่ามกลางเสียงโห่ จนกลายมาเป็นเสียงชื่นชม และมี เนย์มาร์ เกิดมาเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัว

                               ในฤดูกาลหน้า เนย์มาร์ จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการไปเล่นในทีมชั้นนำอย่างบาร์เซโลนา น่าจะได้ทีเด็ดเข้ามาเพิ่มอีก แน่นอนว่าความคาดหวังครั้งใหญ่คงตกอยู่ที่บ่ากองหน้าวัย 21 ปีอยู่ไม่น้อย แต่การไปฝึกรับความกดดันในทีมที่คาดหวังสูง คงช่วยได้กับการจัดการกับความกดดัน

                               จุดหนึ่งที่ บราซิล ไม่ทิ้งการเล่นมาตั้งแต่ชุดแชมป์โลกปี 1994 ก็คือการยึดกับกองกลางตัวคุมพื้นที่ 2 คน ในครั้งนี้มี หลุยส์ กุสตาโว กับ เปาลินโญ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่น เป็นการวางเกมของ คาร์ลอส อัลแบร์โต ปาร์ไรรา อดีตกุนซือใหญ่ที่ถูกตั้งให้มาเป็นมือขวาของ สโคลารี นั่นเอง การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ช่วยในเรื่องเกมรับได้อย่างเหลือเชื่อ

                               เกมรับของทีมชุดนี้มีช่องโหว่น้อยลงไปมาก การเสียประตูที่เกิดขึ้นมักจะเกิดจากความผิดพลาดของผู้เล่นในแนวรับมากกว่าจะเป็นเรื่องของแท็กติก ขณะที่ฟูลแบ็ก 2 ข้างอย่าง มาร์เชโล หรือว่า ดาเนียล อัลเวส ก็ไม่ได้เปิดพื้นที่เหมือนเก่า ตลอดทัวร์นาเมนต์จะเห็นว่า อัลเวส เติมเกมรุกน้อยลงกว่าเดิมมาก ซึ่งในใจของ สโคลารี แล้ว ขอเพียงแค่ปรับทีมจนเข้าชิงชนะเลิศให้ได้เท่านั้น ว่าไปแล้วเรื่องการคว้าแชมป์ถือว่าดีเกินตัว

                               "เรามีเป้าหมายจะผ่านรอบแรกไป และพยายามเข้าชิงชนะเลิศให้ได้ รวมทั้งหวังจะใช้ทัวร์นาเมนต์เป็นการร่วมแรงร่วมใจผู้เล่น และปรับความคิดของแฟนบอลว่าเราเป็นทีมที่ดีพอจะเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้ เราจะค่อยๆ เติบโตขึ้นทีละนิด แต่เกมกับสเปนเป็นเกมประเภทที่คุณจะเติบโตได้มาก"

                               ส่วนสิ่งที่ยังกลัวกันอยู่ว่าจะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในฟุตบอลโลกปีหน้าคือทีมชุดนี้ยังขาดตัวทำเกมที่ประสบการณ์สูงๆ ซึ่งจะสามารถช่วยทีมได้ยามวิกฤติ และการหาวิธีแก้ปัญหา หากว่าวันไหนตัวความหวังอย่าง เนย์มาร์ เล่นไม่ออก

                               เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เกรงกันในอนาคต แต่ตอนนี้ สรุปได้ว่าในคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ครั้งนี้ บราซิลทำผลงานได้เกิดกว่าที่คาดหวังเอาไว้ ดังนั้นความหวังในตอนนี้จึงมีเพียงอย่างเดียวคือการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 และเป็นสมัยแรกบนแผ่นดินเกิดของตัวเองให้ได้

                               ทัวร์นาเมนต์นี้ทำให้ เซเลเซา ที่ขาดประสบการณ์กลายมาเป็นทีมที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และความทรงจำที่มาราคานาครั้งนี้อาจจะดูเล็กไปเลย

                               หากว่า บราซิล ทำความหวังให้เป็นจริงได้ที่มาราคานาในปีหน้า

 

 

-----------------------

(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ความหวังที่รอเป็นจริง)