ข่าว

ปชป.ชี้'เฉลิม'ฟิวส์ขาดปูดแก๊งไอติม

ปชป.ชี้'เฉลิม'ฟิวส์ขาดปูดแก๊งไอติม

05 ก.ค. 2556

'ปชป.' ชี้ 'เฉลิม' ปูด 'แก๊งไอติม' สะท้อน 'รบ.' ไม่ลงรอย ส่งผลถก 'บีอาร์เอ็น' แก้ไฟใต้ไม่คืบ เชื่อบินพบ 'แม้ว' ที่ฮ่องกงหวังรางวัลปลอบใจ หลังหลุดตำแหน่งรองนายกฯ

 

                     5 ก.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ออกมาระบุว่ามีแก๊งไอติมที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นเรื่องดีที่ทำให้เห็นว่ามีความไม่ลงรอยที่ทำเนียบรัฐบาล และส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายหลายประการโดยเฉพาะการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขา ศอ.บต. มีหน้าที่เอาเงินไปแจกให้ผู้นำศาสนา ทำให้เกิดความขัดแย้งในที่ประชุม ส่งผลให้การเจรากับกลุ่มบีอาร์เอ็นล้มเหลว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงต้องถามว่านี่เป็นสาเหตุที่เอาเรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการชนะคะคานเองหรือไม่

                     ทั้งนี้นายกฯจะลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้แต่ต้องตอบคำถามและแก้ปัญหา เช่นเดียวกับการจำนำข้าวที่นายกฯปล่อยให้คนรอบข้างหรือแก๊งไอติมไปกำหนดทิศทางการทำงานจนเละเทอะประเทศชาติเสียหาย จึงอยากให้นายกปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม พูด นายกฯก็ต้องชี้แจงเพราะประเทศไม่ใช่สนามเด็กเล่น หรือเวทีให้ใครมาทะเลาะกัน

                     “ร.ต.อ.เฉลิม คงมีอารมณ์ เหตุถูกปรับออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ไปเป็น รมว.แรงงาน และการเดินทางไปฮ่องกงคงไม่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว แต่มีข่าวว่า อาจไปอวยพรวันเกิดล่วงหน้าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อตบรางวัลนอกรอบให้อารมณ์เย็นลงก่อนที่จะแฉรัฐบาลมากไปกว่านี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหลังกลับมาแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม จะเปลี่ยนแปลงท่าทีหรือไม่ ซึ่งก็คงต้องดูว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้เป็น ขี้ข้าทักษิณ จริงอย่างที่ออกมาระบุหรือไม่ โดยต้องพิสูจน์ด้วยการพูดความจริงกับประชาชน” นายชวนนท์ กล่าว

                     น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีตัวจริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังมีคนเดินทางไปกราบที่ฮ่องกงว่า ให้สั่งสอนทั้งรมต.ใหม่และรมต.ตกกระป๋องว่า ให้ใส่ใจปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน สั่งรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ไปดูข้อมูลในกระทรวงที่มีการเบี้ยวเงินศพ ขอให้สอนสั่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ให้รู้จักบทบาทรัฐมนตรีหยุดใช้วาจาระรานคนอื่นและบอกรมว.กลาโหมคนใหม่ไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ที่มีคดีเกี่ยวกับความมั่นคงถึง 9 หมื่นคดี ไม่ใช่แค่เดินสะบัดชายกระโปรงให้ทหารสยบเท่านั้น

 

'ชวนนท์' จี้ 'พาณิชย์' เผยสัญญา 'จีทูจี' ขายข้าวให้ต่างประเทศ

 

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งรัดให้เพิ่มช่องทางการระบายข้าวให้มากขึ้น ทั้งแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เพื่อเร่งระบายข้าวให้เพิ่มขึ้นว่า จากการตรวจสอบสัญญาที่เหลือ 6 เดือน พบว่ามีประเทศจีนเพียงประเทศเดียวที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับประเทศไทย แต่ก็ไม่ระบุปริมาณ ราคา และเวลาที่จะซื้อขาย นอกนั้นประเทศอื่นทั้งมาเลเซีย โตโก อิหร่าน ไม่มีสัญญาซื้อขายทั้งสิ้น ดังนั้นหากนายนิวัฒน์ธำรงค์ ยืนยันว่ามีสัญญาแล้ว ก็ขอให้เปิดเผยสัญญาออกมาเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะนำเงินที่ไหนมาทำโครงการจำนำข้าวที่มีการขยายเวลาจำนำราคา 15,000 บาทถึงวันที่ 15 กันยายน 2556 เพราะในวันนี้ขาดทุนไปแล้วประมาณ 2.6 แสนล้าน

                     ส่วนที่มีคำถามว่าการจำนำข้าวแตกต่างจากการประกันรายได้อย่างไร หากคำนวณความขาดทุนอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท ประกันรายได้ซึ่งใช้ปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จะจ่ายให้ชาวนาได้เพิ่มถึง 4 เท่า จากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ดังนั้นแค่ใช้เงินครึ่งหนึ่งของโครงการรับจำนำจะให้รายได้กับเกษตรกรมากกว่าการจำนำแน่นอน ซึ่งไม่กระทบกลไกค้าข้าว และปิดช่องโหว่ในการทุจริตได้มากกว่าด้วย ทั้งนี้ตนยืนยันว่าพรรคไม่เห็นด้วยกับการจำนำข้าวและหากเป็นรัฐบาลจะใช้ประกันรายได้ให้ประโยชน์ชาวนาได้มากกว่า แต่ใช้เงินน้อยกว่าจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้

                     น.ส. มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ที่จ.พิจิตร มีการระดมเงินผ้าป่าสามัคคี จากประชาชน หักเงินเดือนของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและวัดในพื้นที่ไปช่วยเหลือชาวนาที่ถูกโรงสีโกงจากการนำผลผลิตเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จนได้เงินประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งต้นผ้าป่านี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าโครงการจำนำข้าวนอกจากทำให้เกิดปัญหาต่อชาวนาแล้ว ยังแสดงถึงความไม่รับผิดชอบของนายกและครม. ความเห็นแก่ตัว ปัดสวะให้พี่น้องชาวนาและข้าราชการท้องถิ่น จึงอยากให้ครม.ชุดนี้รู้ว่า ต้องมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของตัวเอง ต้องไม่ปัดสวะหนีความรับผิดชอบ จึงฝากถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ว่าในระหว่างที่เดินทางอยู่ต่างประเทศนั้นมีชาวนาจำนวนหนึ่งกำลังทุกข์ยากจากโครงการของรัฐบาล

 

'ปชป.' ลั่นสู้ถึงที่สุด ยันไม่ลาออก กมธ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน

 

                     นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท กล่าวว่า แม้ว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฏหมายที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน จะมีความเห็นว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว อาจขัดรัฐธรรมนูญ กมธ.ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ จะทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการฯให้แล้วเสร็จตามกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติโดยในวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งน่าจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย โดยจะดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ

                     1. สะท้อนให้เห็นว่าความพร้อมในการทำโครงการเงินกู้มีไม่ถึง 5 แสนล้านบาท เพราะหลายโครงการไม่ได้รับฟังความเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่ทำการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ทำการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ การศึกษาถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทาง กทม.-หัวหิน เส้นทางกทม.-นครราชสีมา ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาไม่ต่างจากโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

                     2. รัฐบาลอ้างว่าการกู้เงิน2ล้านล้านบาทจะไม่ทำให้หนี้สาธารณะเกิน 50 % ต่อจีดีพี พรรคจะมีการเสนอให้ใส่ไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า หากหนี้สาธารณะเกิน 50% ของจีดีพี เมื่อไหร่ต้องหยุดกู้ทันทีเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง ทั้งนี้ต้องดูความจริงใจของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะมีความเสี่ยงว่าหนี้สาธารณะจะเกิน 50%

                     นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า โครงการที่พรรคเห็นว่า ควรมีการผลักดันและมีความคุ้มค่า คือโครงการรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง ซึ่งจะอยู่ในกรอบวงเงินไม่เกินแสนล้านบาท ส่วนการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ต้องรอให้กฎหมายผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาไปและอยู่ในระหว่างขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ทั้งนี้ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเหมือนกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายประจำปี เพราะทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างพร้อมใจกันตัดงบออก เรียกว่าแตะไม่ได้ เช่น แผนงานสนับสนุนงานในโครงการวงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เมื่อตรวจสอบแล้วกลับไม่พบรายละเอียด ไม่มีเนื้อหาในโครงการ รัฐบาลก็ไม่ยอมตัด ยืนยันว่า กรรมาธิการของพรรคจะไม่ถอนตัวจากการเป็นกรรมาธิการฯ เพราะหากลาออกจากกมธ.รับรองว่า รัฐบาลจะกู้เงินเต็มวงเงิน 2 ล้านล้านบาทแน่นอน

 

'ปชป.'ออกแถลงการณ์ 8 ข้อ ย้ำจุดยืนค้านโครงการจำนำข้าว

 

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์แจกจ่ายต่อสื่อมวลชนถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อโครงการรับจำนำข้าว 8 ข้อ คือ 1. นโยบายรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท และรับจำนำทุกเมล็ดนั้นนับเป็นนโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งในปีพ.ศ.2554 และขณะนี้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการมาแล้วอย่างน้อย 4 ฤดูกาลผลิตในระยะเวลา 2 ปี และแม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าว แต่พรรคก็ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามนโยบายและสัญญาประชาคมที่ได้ให้ไว้กับประชาชน คือต้องรับจำนำข้าวในราคาตันละ 15,000 บาททุกเมล็ด ตลอดอายุการทำงานของรัฐบาล

                    2. รัฐบาลจะต้องทบทวนวิธีการช่วยเหลือชาวนาให้เกิดการรั่วไหลน้อยที่สุดและให้เงินภาษีของประชาชนถึงมือชาวนาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขการขาดทุน 3 ฤดูการผลิตที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า มีผลการดำเนินการขาดทุนเป็นจำนวนเงินสูงถึง 220,967 ล้านบาท (ไม่รวมภาระดอกเบี้ยอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการสร้างภาระทางการคลังให้กับประเทศสูงอย่างเป็นประวัติการณ์ แต่ยังไม่เลวร้ายเท่ากับเงินที่ถึงมือเกษตรกรไม่เกินร้อยละ 50 หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียง 86,000 ล้านบาท คำถามก็คือ เงินส่วนต่างที่เหลือนั้นไปตกอยู่ในมือของใคร

                    3. รัฐบาลควรหามาตรการช่วยเหลือชาวนารายย่อยที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการจำนำข้าว เนื่องจากในปัจจุบันมีกลุ่มนายทุนชาวนา หรือชาวนาที่ทำนาขนาดใหญ่ได้ประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ชาวนารายย่อยกว่า 2 ล้านครัวเรือน หมดโอกาสที่จะเข้าร่วมโครงการ

                    4.นโยบายนี้หวังจะยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาแต่ไม่ได้เป็นไปดังที่รัฐบาลคาดหวัง เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา หนี้สินครัวเรือนของเกษตรกรพุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 1 แสนบาทต่อครัวเรือน ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ในปี พ.ศ. 2555 รายได้เกษตรกรติดลบถึงร้อยละ 4.9 ต่อเนื่องถึงช่วง 3 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2556 ที่ติดลบอีกร้อยละ 2.2 รัฐควรทบทวนและแก้ไข

                    5. รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการที่ชัดเจนเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ พัฒนาคุณภาพข้าว พัฒนาระบบชลประทาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาแบบยั่งยืน แทนการคิดอุดหนุนในเรื่องราคาปลายทางเพียงอย่างเดียว

                    6. รัฐบาลต้องมีคำตอบเกี่ยวกับการบริหารโครงการจำนำข้าวทั้งระบบให้กับคนไทยอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เลิกใช้ข้ออ้างความลับทางราชการมาปกปิดการทุจริต ต้องเปิดเผยตัวเลขปริมาณข้าวทั้งเข้าและระบายออก สต๊อกข้าว คุณภาพข้าว ราคาที่ขายให้เอกชนหรือขายในลักษณะรัฐต่อรัฐ

                    7.รัฐบาลต้องเปิดเผยเกี่ยวกับภาระทางการคลังที่แท้จริงจากโครงการจำนำข้าวว่ามีการใช้เงินไปแล้วเท่าไหร่ เพื่อให้คนไทยได้รับทราบสถานะการเงินการคลังของประเทศที่ชัดเจน และ 8. พรรคประชาธิปัตย์ตระหนักดีว่ารัฐบาลได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ แต่รัฐบาลไม่มีสิทธินำประชาชนมาบังหน้าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ซึ่งพรรคจะเดินหน้าทำการตรวจสอบรัฐบาลเพื่อป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวง ดูแลการใช้จ่ายเงินภาษีของพี่น้องประชาชนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติพฤติกรรมบิดเบือนความจริง ใส่ร้ายผู้อื่น ด้วยการสร้างชุดความเท็จขึ้นมากลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง เพราะไม่ใช่วิสัยของพรรคการเมืองที่ดีตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย

                    ทั้งนี้หวังว่าพรรคเพื่อไทยจะช่วยยกระดับพัฒนาคุณภาพประชาธิปไตยในประเทศไทยด้วยการแข่งขันทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ผ่านนโยบายของพรรคการเมือง ให้ความเคารพการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน เพราะทุกฝ่ายล้วนมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง