ข่าว

น.1ยืนยันสังหารโหด'เอกยุทธ'ปมชิงทรัพย์

น.1ยืนยันสังหารโหด'เอกยุทธ'ปมชิงทรัพย์

05 ก.ค. 2556

น.1ยืนยันสังหารโหด'เอกยุทธ' ปมชิงทรัพย์-ไร้เงื่อนงำอำพราง : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน

              การเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง หรือเจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ยังเป็นปริศนาที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่คดีฆ่าชิงทรัพย์ตามที่ นายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง และ นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร รับสารภาพ และ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความส่วนตัว ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา พร้อมชี้ว่าคดีนี้กลุ่มคนมีสีอยู่เบื้องหลัง

              พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ซึ่งรับผิดชอบคดีฆาตกรรมนายเอกยุทธ กล่าวเปิดใจกับ "เครือเนชั่น" เพื่อไขปมปริศนาที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า คดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อนและไม่มีประเด็นอะไรน่าสงสัยแล้ว

              ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ เป็นการพูดคุยกันกรณีที่แพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ศพนายเอกยุทธจะเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยเปิดเผยว่านายเอกยุทธถูกฆาตกรรมด้วย "เทคนิคพิเศษ" คือโดนล็อกคอจากด้านหลังแล้วให้มืออุดจมูกจนสิ้นใจ ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสอง กล่าวคือ นายสันติภาพให้การว่า นายสุทธิพงศ์ใช้เชือกผูกรองเท้ารัดคอเหยื่อจนตาย ขณะที่นายสุทธิพงศ์อ้างว่า นายเอกยุทธเสียชีวิตเพราะถูกนายสันติภาพกระทืบ

๐ สังคมยังไม่ปักใจเชื่อกับคำอธิบายของพนักงานสอบสวน

              คดีการเสียชีวิตของนายเอกยุทธนั้น มีการจินตนาการต่างๆ นานา ผมเองมองว่าคดีนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ซับซ้อน และมีการวางแผนซ่อนเงื่อน ขอบอกตรงๆ ว่ารู้สึกน่าสงสารนายเอกยุทธ เพราะหลังจากที่เขาถูกจับเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 22.30 น.นายเอกยุทธพยายามส่งสัญญาณต่างๆ เพื่อให้คนใกล้ชิดหรือญาติรู้ว่าชีวิตเขากำลังอยู่ในอันตราย แต่กลับไม่มีใครสงสัย

              ส่วนที่บอกว่าไม่ซับซ้อน และคนร้ายไม่ได้วางแผนอะไร เนื่องจากผู้ต้องหาได้นำตัวนายเอกยุทธไปกักขังในบ้านจนถึงเวลา 03.00 น. จากนั้นก็นำตัวไปขังไว้ที่บ้านพี่สาวนายบอล ประเด็นนี้ชัดเจนเลยว่าคนร้ายไม่ได้วางแผนที่ดี เพราะถ้าเป็นคดีเรียกค่าไถ่จะต้องมีการนำเหยื่อไปขังไว้ในเซฟเฮ้าส์ แต่กรณีนี้คนร้ายนำนายเอกยุทธไปขังที่บ้านตัวเอง จึงมองได้ว่าคนร้ายไม่ได้วางแผนอะไรเลย

              จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายน นายเอกยุทธได้โทรศัพท์ติดต่อลูกชาย และพี่สาว พร้อมทั้งติดต่อลูกน้องให้เอาสมุดเช็คเงินสดมาให้เซ็นที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นก็เดินทางกลับมายังบ้านพี่สาวนายบอล และไม่ได้เดินทางไปที่ใดต่อ

              ถ้ามีใครรับสัญญาณจากนายเอกยุทธ แล้วแจ้งให้ผมทราบก่อนเที่ยงวันที่ 7 มิถุนายน ผมจะส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ และรับรองว่านายเอกยุทธไม่ตายแน่นอน

๐ ประเด็นเรื่องการเมืองตำรวจตัดทิ้งหรือไม่ เพราะนายเอกยุทธเองก็มักจะโจมตีการเมืองฝ่ายรัฐบาลมาโดยตลอด และทนายความเองก็ยังเชื่อว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

              ทุกประเด็นผมไม่เคยตัดทิ้ง แต่ไม่อยากไปโต้แย้ง หรือโต้เถียงอะไรทั้งสิ้น อย่างกรณีที่ทนายความยื่นข้อสงสัยมาให้ตำรวจพิจารณา 13 ข้อ และทางกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ติติงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รับเรื่องมาทั้งหมด และ 13 ข้อผมก็ไม่เคยโต้แย้ง เพราะข้อมูลทั้ง 13 ข้ออยู่ในกระบวนการของทีมสอบสวนอยู่แล้ว

              ส่วนที่หลายคนติติงมาว่าไม่เชื่อ เพราะคนร้ายเอาสร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง และนาฬิกา ที่มีราคาหลายล้านบาทไปโยนทิ้งในแม่น้ำ ประเด็นนี้ต้องบอกว่าผมเองก็ยังไม่เชื่อว่าคนร้ายเอาของมีค่าไปทิ้ง ในขณะเดียวกันผู้ต้องหาให้การว่านำทรัพย์สินดังกล่าวไปทิ้ง เราก็ต้องพิสูจน์ทราบตามกระบวนการที่ผู้ต้องหาให้การ

              ถ้าเป็นเรื่องการเมืองทำไมนายบอลต้องให้การซัดทอดพ่อแม่ของตัวเองว่าได้ร่วมกระทำอะไรบ้าง ทำไมไม่ซัดทอดคนที่จ้างวาน และผมได้พูดกับเขาว่าบอล เอาสร้อย นาฬิกา และฮาร์ดดิสก์ ไปทิ้งที่ไหน ถ้าได้ทรัพย์คืนมาทั้งหมดผมจะช่วยเหลือพ่อแม่คุณ นายบอลก็ร้องห่มร้องไห้แล้วบอกว่าอย่าทำอะไรพ่อแม่ของเขา พร้อมยืนยันว่าได้นำของดังกล่าวไปทิ้งที่แม่น้ำจริงๆ ทำให้เราคิดว่าเขาคงไม่ปกปิดข้อมูลเพื่อแลกกับความเป็นอิสระของพ่อแม่ตัวเอง

              ทั้งนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดตามคำให้การของนายบอล และนายเบิ้ม ที่รับสารภาพว่าขณะที่ควบคุมตัวนายเอกยุทธไว้ที่บ้านของพี่สาวนายบอล นายเอกยุทธเองก็พยายามต่อรองเช่น ให้เอาทรัพย์สินที่ติดตัวทั้งหมดไป พร้อมถอดสร้อยและนาฬิกายกให้นายบอล เพื่อแลกกับการปล่อยตัว แต่นายบอลไม่เอา จะเอาเงินสด จึงมีการเซ็นเช็คขึ้นมา และนายเอกยุทธเองก็พยายามส่งสัญญาณ โดยเขียนในเช็คระบุวันเป็นปี 2553 ซึ่งสิ่งนี้ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำไมธนาคารไม่รับมุกของนายเอกยุทธ หรือตั้งข้อสงสัย นอกจากนี้ นายบอลให้เหตุผลว่าถ้าไม่ทิ้งทรัพย์สินทั้งหมดจะทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวเขาเจอ

๐ ประเด็นกล้องวงจรปิดในบ้านนายเอกยุทธได้ติดตามหาหลักฐานหรือไม่

              ตามคำให้การผู้ต้องหาบอกว่าได้ถอดไปจริงโดยนำไปไว้ที่บ้านลูกพี่ลูกน้องของนายบอล จากนั้นก็ทุบทำลายทิ้ง พร้อมแยกชิ้นส่วน โดยทำลายพร้อมโทรศัพท์อีก 3 เครื่อง และระหว่างขับรถได้โยนทิ้งตลอดเส้นทาง

๐ มีการนำคดีนายเอกยุทธ ไปเปรียบกับคดีนายสมชาย นีละไพจิตร จะกระทบภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่หรือไม่

              เรื่องกระทบต่อภาพลักษณ์นั้น ผมไม่ทราบ และคดีทนายสมชายนั้น เจ้าหน้าที่ไม่พบศพ แต่คดีนายเอกยุทธ ชัดเจนว่าผู้ต้องหาเป็นใคร แล้วเอาศพไปฝังที่ไหน และทีมทนายความก็มาร่วมสอบสวนกับเรา พี่สาว น้องสาว ก็ร่วมการสอบสวนด้วย และพอใจผลการสอบสวน

              ขณะเดียวข้อติติงต่างๆ ผมมองว่าเสมือนการช่วยตั้งข้อสังเกตต่างๆ เพื่อให้พนักงานสอวบสวนได้นำข้อมูลไปพิสูจน์ทราบในแต่ละประเด็น ที่เราระบุว่าเป็นประเด็นชิงทรัพย์เพราะคำให้การของนายบอลกับนายเบิ้ม อีกทั้งคำให้การตรงกับการตรวจพิสูจน์ศพของหมอที่ระบุว่า นายเอกยุทธเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่ได้ถูกรัดคอ และแผลจากรอยรัดกับรอยกดจะไม่เหมือนกัน พร้อมทั้งคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ไม่ตรงกัน นายบอลซัดทอดว่านายเบิ้มรัดคอ แต่นายเบิ้มสารภาพว่านายเอกยุทธตายก่อนที่จะยกศพขึ้นรถ

              แพทย์ยังยืนยันกรณีส้นเท้าซ้ายของนายเอกยุทธ มีรอยช้ำนั้น เกิดจากที่นายเอกยุทธพยายามวิ่งหนี และกระโดดลงจากสะพานที่มีความสูงประมาณ 1.8 เมตร เมื่อฝ่าเท้าที่ไม่ได้ใส่รองเท้าลงพื้นที่พร้อมกัน อีกทั้งนายเอกยุทธก็มีน้ำหนักตัวมาก จึงเกิดอาการบาดเจ็บและทำให้นายเอกยุทธไม่สามารถวิ่งหนีคนร้ายได้ จึงทำให้นายบอลซึ่งเป็นเด็กหนุ่มวัย 23 ปีวิ่งตามทัน จากนั้นก็เหวี่ยงนายเอกยุทธล้มลง

              นอกจากนี้ คำวินิจฉัยของแพทย์ ยังพบรอยช้ำตรงท้อง ซึ่งก็ตรงกับคำให้การของผู้ต้องหาที่ให้การว่าได้เตะที่ท้องของผู้ตาย ดังนั้นทั้งขาก็เจ็บ ท้องก็จุก เมื่อล้มลงคนร้ายก็บีบคอ และที่หลายคนถามว่าทำไมไม่ดิ้น หรือต่อสู้ ความจริงนายเอกยุทธก็อาจดิ้นต่อสู้ แต่สู้ไม่ได้ ดิ้นก็ดิ้นได้แค่ช่วงกลั้นลมหายใจ เพราะขาก็เจ็บ ท้องก็จุก

๐ มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้มีคนร่วมลงมืออย่างน้อย 3-4 คน

              จริงๆ แล้วเป็นจินตนาการของแต่ละคน แต่คำสารภาพของผู้ต้องหาเขาได้แสดงท่าทางว่ากระทำในรูปแบบใด โดยผู้ต้องหาได้เอาปืนจี้ จากนั้นจับมือไพล่หลังแล้วนำกุญแจมือมาใส่ ตามหลักฐานพิสูจน์คือร่วมกันฆ่าเพียง 2 คนเท่านั้น

๐ สาเหตุใดคนร้ายจึงต้องลงมือฆ่าชิงทรัพย์

              สาเหตุ คือ 1.เป้าหมายของคนร้ายคือต้องการเงิน เพราะก่อนหน้านี้นายบอลเคยถามพี่ชายนายเอกยุทธ หลายรอบว่ามีเงินเยอะไหม อีกทั้งได้เห็นเจ้านายใช้เงินแต่ละวันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนายบอลก็ติดการพนันจึงต้องการเงิน 2.นายบอล มีเรื่องชู้สาวกับพนักงานในบริษัทของนายเอกยุทธ และพนักงานคนดังกล่าวก็ได้โกงเงินจนถูกไล่ออก และ 3.ช่วงที่นายบอลขับรถให้นายเอกยุทธ อาจมีการดุด่านายบอลจนเกิดความแค้น จึงต้องลงมือกระทำการดังกล่าว

.......................................

(หมายเหตุ : น.1ยืนยันสังหารโหด'เอกยุทธ'  ปมชิงทรัพย์-ไร้เงื่อนงำอำพราง : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน)