
'กทม.'เล็งขอ'ปู'2.2หมื่นล.ป้องน้ำท่วม
'สุขุมพันธุ์' ประชุมทีมระบายน้ำกทม. กางแผนป้องกันน้ำท่วมกรุง เล็งพบนายกฯ จี้อนุมัติงบ 2.2 หมื่นล้าน ผุด 43 โครงการ รับน้ำเหนือผ่านเมืองหลวง
4 ก.ค. 56 เมื่อ เวลา 09.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมติดตามงานตามนโยบายด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำท่วมขัง เพื่อทบทวนมาตราการความพร้อมในการรับมือฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม โดยมีคณะผู้บริหารกทม. คณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวรายงานว่า ว่า สถานการณ์ฝนจากการคาดการณ์โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ลมตะวันออกฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทยทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือจะส่งผลให้เกิดฝน โดยในกรุงเทพฯจะมีฝนตกร้อยละ 40 ของพื้นที่ ในช่วงเดือนครึ่งแรกของเดือน กรกฎาคมจะมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนระดับน้ำในเขื่อนประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์ ยังอยู่ในการควบคุมของกรมชลประทาน ส่วนความคืบหน้าการขุดลอกคู คลอง เพื่อเปิดทางน้ำไหล เป้าหมาย 1,133 คลอง ดำเนินการแล้ว 897 คลอง คิดเป็นร้อยละ 79.38 ขณะที่การลอกท่อระบายน้ำความยาวรวม 3,949 กิโลเมตร ดำเนินการแล้ว 2,884 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 73.51
นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สำคัญ อาทิ โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ จำนวน 6 แห่ง ในพื้นที่ฝั่งพระนครและและธนบุรีนั้น การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จากคลองลาดพร้าวถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ประสิทธิภาพการสูบ 60 ลบ.ม./วินาที เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ความยาว 6.4 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเพื่อจะลงนามสัญญาจ้าง ส่วนโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ความยาว 9.4 กิโลเมตร และอุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนาบริเวณคอขวด ความยาว 2 กิโลเมตร ออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างขออนุมัติเงินอุดหนุนรัฐบาล
นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรจากคลองบางบัวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร อยู่ระหว่างปรับปรุงแบบเนื่องจากกรมทางหลวงชนบทไม่อนุญาตให้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ด้านโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ความยาว 8.95 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเตรียมศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์และการเงิน ความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ และโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำด้านตะวันออกเชื่อมต่อคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ กำลังสูบ 100 ลบ.ม./วินาที อยู่ระหว่างการศึกษาและสำรวจความเหมาะสม เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอดิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กทม.ยังมีโครงการก่อสร้างทางด่วนระบายน้ำ จะก่อสร้างในปี 2558 จำนวน 4 โครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขอให้พื้นที่ 1. คลองด่วนรามอินทรา เป็นโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำ บริเวณถนนรามอินทรา ความยาว 4.9 กิโลเมตร งบประมาณ 440 ล้านบาท 2. คลองด่วนประดิษฐ์มนูญธรรม ลำเลียงน้ำจากทิศเหนือของกรุงเทพฯ และบริเวณถนนรามอินทราลงสู่อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ประมาณ 3.5 กม. งบประมาณ 2,200 ล้านบาท 3. คลองด่วนรัชดาภิเษก จากสถานีสูบน้ำรัชวิภาถึงคลองห้วยขวาง ยาว 5 กม. งบประมาณ 100 ล้านบาท และ 4. คลองด่วนพระยาราชมนตรี ซึ่งเป็นการขุดลอกคลองใหม่เชื่อมคลองบ้านไทรกับคลองพระยาราชมนตรี เพื่อสร้างแนวเขื่อนยาวประมาณ 9 กิโลเมตร งบประมาณ 1600 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุมครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เดินทางมาติดตามงานภายหลังรับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.สมัยที่ 2 ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้สนใจแผนการป้องกันน้ำท่วมทุกโครงการ โดยเฉพาะแผนบริหารน้ำของรัฐบาลจำนวน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าจากการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมีช่วงหนึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำว่าหากรัฐบาลสอบถามว่ากทม.สามารถระบายน้ำได้เท่านี้จะทำได้หรือไม่ หรือต้องชี้แจงกลับไปอย่างไร ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ สั่งการสำนักการระบายน้ำทำหนังสือสอบถามไปยังรัฐบาลอีกครั้ง นอกจากนี้ ขอให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย แต่จะต้องไม่เพิ่มภาระให้กับคนจน หรือผู้มีรายได้น้อย จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าในสถานประกอบการ หรือธุรกิจที่ใช้น้ำมาก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำระยะยั่งยืน รัฐบาลได้มอบหมายภารกิจให้กทม.ดำเนินการ โดยให้ กทม.ช่วยรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพฯ ให้ระบายน้ำสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและตอนใต้ออกสู่ทะเล ซึ่งกทม.ได้เสนอขออนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อใช้เงินกู้ในวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท สำหรับในโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำระยะยั่งยืน ปี 2555-2560 ในกรุงเทพฯ โดยระยะแรกเสนอโครงการรวม 26 โครงการ เป็นเงิน 14,000 ล้านบาท และระยะที่สองอีก 17 โครงการ เป็นเงิน 8,056 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงคลองระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำตามที่ได้รับมอบหมาย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ชะลอโครงการไว้ก่อน เนื่องจากให้รอการพิจารณาคัดเลือกกรอบแนวคิดการก่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล 9 โมดูล ที่จะดำเนินการ ซึ่งไม่มีโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ รวมอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้การระบายน้ำฝั่งพระนครสามารถรองรับน้ำได้ 110 ลบ.ม./วินาที แต่รัฐบาลคาดหมายให้ กทม.สามารถรองรับการระบายน้ำได้ถึง 300 ลบ.ม./วินาที และฝั่งธนบุรีสามารถรองรับน้ำได้ 30ลบ.ม./วินาที แต่รัฐบาลคาดหมายให้ กทม.สามารถรองรับการระบายน้ำได้ถึง 75 ลบ.ม./วินาที กทม.จะทำหนังสือขอให้รัฐบาลทบทวนการขออนุมัติโครงการฯ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมาย
"ขอให้สำนักการระบายน้ำยกร่างหนังสือ โดยเร็ว เพื่อยืนยันว่ากทม.พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐบาลมอบหมาย แต่ต้องได้รับการสนับสนุนด้วย ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าให้ความสำคัญกับระบบป้องกันน้ำท่วมก็ต้องให้ความสำคัญกับโครงการของกทม. ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และหากจำเป็นจะต้องเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าวโดยตรง แต่หากรัฐบาลยังไม่สนับสนุน กทม.ต้องกลับมาจัดลำดับความสำคัญ โดยอาจมีแนวทางกู้เงิน เพื่อมาลงทุนในโครงการที่สำคัญก่อน เช่น การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ 6 แห่ง ส่วนภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายจะดำเนินในภายหลัง ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะเข้าใจ"



