ข่าว

'สัญญารักหัวใจอินทรีย์'หนุ่มมะกันสาวเมืองกว๊าน

'สัญญารักหัวใจอินทรีย์'หนุ่มมะกันสาวเมืองกว๊าน

04 ก.ค. 2556

'สัญญารักหัวใจอินทรีย์' หนุ่มมะกันสาวเมืองกว๊าน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ :โดย...สงกรานต์ ปัญญา

               "พรหมลิขิต" มักจะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง หรือไม่ก็เกิดจากความบังเอิญ แต่พรหมลิขิตระหว่างพรมแดนบางครั้งก็พบเจอยาก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าอาจเป็นเรื่องความประทับใจในโชคชะตาของกันและกันหลังพบเจอ เฉกเช่นความรักของหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันกับสาวพะเยา

               รักเกิดระหว่างทาง

               พรหมลิขิตครั้งนี้เป็นความรักระหว่างซีกโลกตะวันตก ระหว่าง"บรู๊ซ บีบี" หนุ่มใหญ่สัญชาติอเมริกัน กับสาวไทยใจเอเชีย "ณัฐธิดา สมศักดิ์" หรือ ดาว หญิงสาวเมืองกว๊านพะเยา

               บีบี อายุกว่า 81 ปี เป็นสถาปนิกชาวอเมริกันที่รักการเดินทางรอบโลก โดยตลอดเวลาที่ทำงานเป็นสถาปนิกมากว่า 40 ปี ในช่วงบั้นปลายชีวิตจึงใช้เวลาท่องโลกตามความฝันของหนุ่มอเมริกันหลายๆ คนที่ทำกัน เมื่อท่องเที่ยวถึงเมืองไทยก็เริ่มหางานทำที่กรุงเทพฯ จากนั้นก็เดินทางกลับมาตุภูมิ ก่อนหวนกลับมาเที่ยวที่เมืองไทยอีกครั้ง โดยเลือก จ.เชียงใหม่ เป็นที่พักผ่อน

               และที่นี่เองที่เขาเจอกับดาว ภรรยาคนปัจจุบัน ที่เขาพร่ำบอกระหว่างสัมภาษณ์ว่า นี่เป็นโชคชะตา

               "ดาวเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุยกับผม เธอนิสัยดี เธอสวย ซึ่งทำให้ผมตามเธอกลับบ้านที่ จ.พะเยา มารู้จักกับพ่อแม่ เธอบอกเสมอว่า เธอไม่ได้ดีเลิศ ครอบครัวลำบาก ต้องเลี้ยงลูกที่พิการกับพ่อที่แก่ชรา แต่นี่ก็ทำให้ผมรักเธอมากขึ้น ผมเห็นบางอย่างในตัวเธอ ไม่ใช่แค่ความสวย แต่มันคือความมีจิตใจดีงาม กตัญญู แล้วผมก็กลับประเทศอเมริกาอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวจะกลับมาใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนี้" บีบี กล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง

               บีบี กล่าวว่า ที่อเมริกาถือว่าครอบครัวของเขาอยู่ในระดับมีอันจะกิน เพราะฐานะทางบ้านถือว่าค่อนข้างดี ประกอบกับเขามีเงินเก็บหอบรอมริบจากการทำงานในช่วงที่เป็นสถาปนิกอยู่ในอเมริกา แต่เขาก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังตามค่านิยมของเด็กนอก เมื่อมาเจอดาวเขาเปลี่ยนทัศนคติเรื่องผู้หญิงไทยเห็นแก่เงิน หรือการตกถังข้าวสาร เพราะ ดาวเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยพูดเรื่องเงิน จึงเลือกใช้ชีวิตบั้นปลายที่ จ.พะเยา ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้าย

               ณัฐธิดา สมศักดิ์วัย 34 ปี ภรรยาของบีบี เล่าว่า บีบีเป็นคนซื่อตรง จิตใจดีงาม เขาไม่เคยรังเกียจลูกหรือครอบครัวของเธอ เพราะชาวต่างชาติบางคนรักผู้หญิงไทยจริง แต่มีหลายคนที่รังเกียจลูกและพ่อแม่ แต่เธอโชคดีที่เจอกับผู้ชายที่รักจริงและอยากใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าการสื่อสารจะเป็นอุปสรรคระหว่างเธอและเขา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเมื่อคนสองคนที่เดินทางร่วมกันค่อนชีวิตใช้ใจในการพูดคุยกัน แม้ว่าหญิงไทยหลายคนที่มีสามีเป็นคนต่างชาติ แต่คนต่างชาติทุกคนไม่เหมือนกัน ซึ่งเธอถือว่าโชคดีที่ได้เจอกับบีบี ตอนนี้สามีของเธอได้วางแผนจะทำการเกษตรแบบปลอดสารเคมีและจะชวนเธอพร้อมครอบครัวไปอยู่ด้วยเมื่อความฝันของเขาสำเร็จ

               ความฝันในสวนอินทรีย์ปลอดเคมียามแก่เฒ่า

               ในการใช้ชีวิตที่พะเยาร่วม 8 ปี บีบีผ่านงานหลายอย่าง ทั้งครูสอนหนังสือ ทำทัวร์ท่องเที่ยวและหัวหน้าครอบครัว เขานั่งคิดว่า ที่อเมริกาบ้านเกิดของเขามีคนมากมายเป็นโรคมะเร็งเพราะบริโภคอาหารที่เจือปนสารเคมี เขามองว่า ยิ่งช่วงบั้นปลายจะเป็นการใช้ชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้น ถ้าตัวเขาและครอบครัวเขายังกินพืชผักที่เจือปนสารเคมี จึงคิดสร้างสวนที่ปลอดสารเคมีของตัวเองและวางโครงการปลูกบ้านในสวนที่ปลอดสารเคมีของเขาไว้ในเมืองพะเยา

               "ผมซื้อที่ในเมืองพะเยา ประมาณ 70,000 บาท แบ่งให้ครอบครัวของภรรยา และส่วนหนึ่งผมทำเป็นสวนปลอดสารเคมีของผมเอง ผมมีความรู้เรื่องเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีบ้าง ซึ่งศึกษาด้วยตัวเองจากหนังสือ Permaculture เขียนโดย Bill Mollison และ Mia Slay เกี่ยวข้องกับการออกแบบการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างยั่งยืน เป็นปรัชญาและแนวทางการใช้ที่ดิน ซึ่งเป็นการถักทอร่วมกันของภูมิอากาศขนาดย่อม พืชล้มลุกระยะสั้นและพืชยืนต้น สัตว์ ดิน การจัดการน้ำ และความต้องการของมนุษย์ จนเกิดเป็นชุมชนผู้ผลิต ซึ่งทำให้เข้าใจเรื่องเกษตรแบบยั่งยืนและตอนนี้ผมกำลังทำมันให้เกิดขึ้นในพะเยา" หนุ่มใหญ่ชาวอเมริกากล่าว

               ตอนนี้ชีวิตประจำวันของเขา นอกจากจะเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว เขายังเป็นผู้ผลิตความปลอดภัยให้แก่ครอบครัว ในทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาวางแผนการทำงานในสวนของเขา เลือกวิธีการผลิต เลือกพืชพันธุ์ที่จะปลูกและเลือกและเลี้ยงสัตว์ เพื่อสร้างรากฐานระบบของความยั่งยืนของตัวเอง

               เลี้ยงสัตว์เพื่อที่จะนำมูลของเสียของสัตว์ไปทำปุ๋ย ใช้สัตว์เลี้ยงอย่างวัวปราบวัชพืช วางระบบรดน้ำผักแบบเชื่อมโยง ซึ่งเรื่องเหล่านี้เขาบอกว่า คนไทยขี้เกียจทำ เนื่องจากเหนื่อยและเห็นผลช้า ทำให้แห่กันปลูกพืชเศรษฐกิจที่ได้เงินเร็ว โดยพืชเหล่านั้นเจือปนด้วยสารเคมีที่อันตรายและส่วนใหญ่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ

               "มูลวัวทำให้พืชในสวนผมโตเร็ว น้ำขี้เป็ดที่ใช้รดผักทุกเช้าทำให้มันเขียวขจีและไม่มีแมลง กำแพงต้นกระถินสามารถใช้เลี้ยงสัตว์ได้ สิ่งที่ผมได้รับจากสวนแบบนี้คือความปลอดภัยและความบริสุทธิ์เมื่อสูดอากาศทุกๆ 10 นาทีเข้าไปเต็มปอด วันนี้ผมมีทั้งเนื้อ ผัก ซึ่งสามารถกินและขาย" บีบี อรรถาธิบายสิ่งที่เขาทำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

               สิ่งที่หนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันคนนี้กำลังทำอยู่ อาจเกิดจากแรงบันดาลใจจากความรักของเขาและสาวเมืองกว๊านพะเยาเป็นตัวตั้ง แต่สิ่งที่เขาทำอีกอย่างหนึ่งคือ เขาได้เพิ่มบทเรียนให้ใครอีกหลายๆ คนได้ตั้งตัว เกษตรอินทรีย์ที่เขาทำมันคือการสร้างความยั่งยืนให้แก่ชีวิตและการตอบแทนผืนแผ่นดินไทยที่เขาอยู่อย่างตั้งใจ

 

 .......................................................

('สัญญารักหัวใจอินทรีย์' หนุ่มมะกันสาวเมืองกว๊าน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ :โดย...สงกรานต์ ปัญญา)