ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'ถึงโปแลนด์แล้ว

'ยิ่งลักษณ์'ถึงโปแลนด์แล้ว

04 ก.ค. 2556

'ยิ่งลักษณ์' ถึงโปแลนด์แล้ว เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน 6 ฉบับ พร้อมหารือภาคเอกชนไทย ขยายช่องทางการค้า-การลงทุน

 

                     4 ก.ค.56 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2556 เวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยรัฐมนตรี อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ,นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ,นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงสาธารณรัฐโปแลนด์ในโอกาสเยือนอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และแสวงหาลู่ทางการเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดตลาดการค้าการลงทุนกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคยุโรปกลาง โดยวันนี้ (4 ก.ค.) เวลา 09.00 น. นายกฯมีกำหนดการพบกับผู้แทนภาคเอกชนไทยที่ลงทุนอยู่ในโปแลนด์ เพื่อรับฟังประสบการณ์ และปัญหาอุปสรรคในการลงทุน รวมถึงมีกำหนดการหารือทวิภาคีกับนายโดนัล ทุสค์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ และร่วมเป็นประธานในการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 6 ฉบับ

                     ในโอกาสนี้ นายกฯยังได้นำคณะนักธุรกิจจาก 4 สาขา ได้แก่ สาขาอาหาร สาขาพลังงาน  เศรษฐกิจสีเขียว สาขาการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ สาขาการก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์ เดินทางร่วมคณะฯด้วย เพื่อศึกษาลู่ทางการขยายธุรกิจในโปแลนด์และประเทศอื่นๆในภูมิภาคยุโรปกลาง รวมทั้ง ร่วมกิจกรรมการบรรยายสรุปเกี่ยวกับประสบการณ์การลงทุนของภาคเอกชนไทยในโปแลนด์ โดยผู้แทนจากบริษัท ส.ขอนแก่น และ Thai Union Group และการร่วมกิจกรรม Business Forum “Polish - Thai Cooperation: The Way Forward” พร้อมการศึกษาดูงาน จับคู่ทางธุรกิจ และพบหารือกับผู้บริหารหน่วยงานที่มีศักยภาพของโปแลนด์ตามสาขาธุรกิจ

 

'นายกฯ' รับฟังปัญหานักธุรกิจไทยในโปร์แลนด์

 

                    นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับประสบการณ์การลงทุนของภาคเอกชนไทยในโปแลนด์ โดยบริษัท ส. ขอนแก่น และ บริษัท Thai Union Group จำกัด ของไทย ณ โรงแรมเชอราตัน วอร์ซอ พร้อมสรุปภาพรวมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในโปแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยไปลงทุนในโปแลนด์ 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท Lucky Union Foods-Euro (ปูเทียมอัดแท่ง) บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ (ไส้กรอก หมูยอ) บริษัท DHA Siamwall บริษัท Indorama (พีอีที โพลีเมอร์) บริษัท SCT (ธุรกิจ outsourcing) ซึ่งกลุ่มบริษัทเหล่านี้ ทำให้สินค้าไทยในปัจจุบันสามารถเข้าสู่ตลาดยุโรปได้อย่างเป็นทางการตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป

                    สำหรับบริษัท ส.ขอนแก่น จากข้อจำกัดของกฎระเบียบมาตรฐานของสหภาพยุโรปในเรื่อง Food Safety ที่ห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ บริษัท ส.ขอนแก่นจึงประสบอุปสรรคเรื่องการส่งออกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จำพวกเนื้อหมู เช่น ลูกชิ้น แหนม หมูยอ ฯลฯ เพื่อจัดจำหน่ายในตลาดยุโรป แต่เนื่องด้วยตลาดการบริโภคในภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดที่มีศักยภาพ บริษัทฯ จึงเล็งเห็นว่าการสร้างฐานการผลิตในยุโรปจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าในภูมิภาค ซึ่งมีประชากรทั้งไทยและอาเซียนเป็นจำนวนมาก และเพื่อลดความยุ่งยากจากการส่งออกสินค้าประเภทอาหารบางประเภท ไปตลาดยุโรปที่จำเป็นต้องผ่านมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนและเข้มงวดจากสหภาพยุโรป ซึ่งจากการที่โปแลนด์มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีความเหมาะสม เอื้ออำนวยต่อการกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคยุโรปได้ดี และมีค่าจ้างแรงงานถูกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในสหภาพยุโรป ทำให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างมาก

                    สำหรับบริษัท Thai Union Group จำกัด ก็ถือเป็นอีกกรณีตัวอย่างที่ดีของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในโปแลนด์ โดยได้ร่วมทุนกับบริษัท LG ก่อตั้งบริษัท Lucky Union Foods Euro ผลิตปูอัดแช่แข็ง ที่เมืองเชชิน ประเทศโปแลนด์ เห็นว่าตลาดอาหารแช่แข็งในยุโรปยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสของภาคเอกชนไทยในรายอื่นๆด้วย

                    ที่สำคัญภาคเอกชนไทย ต่างขอบคุณและยินดีที่นายกฯมาเยือนโปแลนด์ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนไทยเป็นอย่างมากในการดำเนินธุรกิจในโปแลนด์ และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลและสนับสนุนภาคเอกชนไทยในการดำเนินธุรกิจที่โปแลนด์ หลังจากที่ไม่มีการเยือนของผู้นำไทยมาก่อน

                    โอกาสนี้ นายกฯสอบถามผู้แทนภาคเอกชนทั้งสองถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ โดยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสนับสนุนและช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจด้วย เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในโปแลนด์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น เส้นทางคมนาคมจะช่วยเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจและอำนวยความสะดวกในการขนส่งด้วย

                    หลังจากนั้น เวลา 11.25 น. นายกฯและคณะ เดินทางออกจากโรงแรมไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ เพื่อร่วมหารือกับนายโดนัล ทุสค์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐโปแลนด์ และร่วมเป็นประธานในการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 6 ฉบับ