ข่าว

อ่วม!'พังงา'ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก

อ่วม!'พังงา'ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก

04 ก.ค. 2556

'พังงา' ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก-ดินสไลด์ ขณะที่ 'กระบี่' น้ำท่วม กว่า 100 ครอบครัวเดือดร้อน

 

                             4 ก.ค.56  เมื่อเวลา 01.30 น.  ศูนย์กู้ภัยเขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้รับแจ้ง มีน้ำป่าได้เริ่มไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน รวมทั้งเส้นทางจราจรหลายจุดจึงประสานให้อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยออกช่วยขนย้ายสิ่งของตามบ้านเรือนรวมทั้งกระจายกำลังออกอำนวยความสะดวกในจุดที่น้ำสูง

                             ซึ่งรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากซึ่งเดินทางมาจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตด้วยรถตู้เพื่อเข้าพักใน พื้นที่ (เขาหลัก) ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ไม่สามารถเดินทางเข้าพักยังโรงแรมได้ จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเขาหลักต้องใช้รถขนาดใหญ่ตอนนักท่องเที่ยว เป็นช่วงๆ เพื่อให้ผ่านไปได้

                             โดยฝนตกตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 3 ก.ค. โดยกลุ่มฝนจากทะเลอันดามันปริมาณมากตกในพื้นที่จังหวัดพังงา ทำให้บริเวณเขาหลักเซ็นเตอร์ หน้าตลาดสด บขส.บางเนียง บริเวณเรือ ต.813 รวมถึงเส้นทางจราจร หมู่ 3,6,7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีน้ำท่วมสูงเป็นจุดๆ ตลอดเส้นทาง ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

                             ส่วนพื้นที่บ้านทุ่งขมิ้น ม.4 ต.คึกคัก น้ำตลอดแนวสองฝั่งคลองทุ่งขมิ้นก็ได้เอ่อล้นเพิ่มขึ้นเป็นระยะทำให้อาสาสมัครกู้ภัยต้องเข้าช่วยชาวบ้านขนของหนีน้ำรอบ 2 และในขณะนี้ยังมีฝนตกต่อเนื่องจึงทำให้มีน้ำเพิ่มขึ้นเป็นระยะ

                             ล่าสุดเมื่อเวลา 05.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่าน้ำจากคลองถ้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมกุฏิพระและหอฉัน ของวัดสุวรรณคูหา ม.2 ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ตอนนี้ระดับได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

                             พร้อมกันนี้ได้รับแจ้งเหตุน้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ซอยตลิ่งชัน ต.ลำแก่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บและประชาชนติดอยู่ในพื้นที่หลายราย เจ้าหน้ากำลังเข้าช่วยเหลือ และมีเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ตำบลทุ่งคาโงก อ.เมือง จ.พังงา เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังทุกลงให้การช่วยเหลือแล้ว

 

เทศบาลเมืองกระบี่ น้ำท่วม กว่า 100 ครัวเรือนเดือดร้อน

 

                             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงเช้าวันนี้ ได้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ โดยน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน บริษัท ร้านค้า ตลาดสด สถานี บขส.กระบี่รวมกว่า 100 หลัง และน้ำไหลท่วมระบายไม่ทันที่ถนนอุตรกิจ ระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม.รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ขณะที่ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องบริเวณเมืองกระบี่และเทือกเขาพนมเบญจา ก็ทำให้ปริมาณน้ำในคลองทับปริกที่ไหลมาที่คลองกระบี่ใหญ่ มีปริมาณสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเตรียมพร้อมอพยพไว้ที่สูง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

                             ขณะที่นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ปริมาณฝนในช่วงที่ผ่านมาวัดได้ในปริมาณสูง โดยที่สนามบินกระบี่วัดได้ 99.2 มิลลิเมตร สถานีอุตุฯลันตา 94.6 มิลลิเมตร อ.อ่าวลึก 100.5 มิลลิเมตร อ.เกาะลันตา 101.0 มิลลิเมตร ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งให้มิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ราบเชิงเขาระวังดินสไลด์ น้ำท่วมฉับพลัน

 

ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งทุกหน่วยเฝ้ารับมือฝนถล่ม-คลื่นลมแรง

 

                             นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีพื้นที่ที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลให้มีการเฝ้าระวังเหตุคลื่นลมแรงเป็นพิเศษ เพราะนอกจากคลื่นลมแรงแล้ว ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยจากการวัดระดับปริมาณน้ำฝน 2 จุด วันนี้  คือ ที่บริเวณสนามบินภูเก็ต วัดระดับปริมาณน้ำฝนได้ 71.8 มิลลิเมตร กับจุดวัดระดับปริมาณน้ำฝนในตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งวัดได้ 58.8 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าตกสะสมตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

                             "ได้เน้นย้ำไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งให้แจ้งเตือนไปยังชาวประมงและผู้ประกอบการนำเที่ยวทางทะเล ห้ามนำเรืออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด แม้ว่าจะเป็นเรือขนาดใหญ่ก็ต้องวิเคราะห์อากาศทั้งช่วงและเย็นให้รอบคอบ เพราะมีความเสี่ยงสูง รวมไปถึงการลงเล่นน้ำทะเลในระยะนี้ด้วย ซึ่งมีการติดตั้งธงแดงเตือนอันตรายตลอดจนแนวชายหาดอยู่แล้ว ก็จะต้องมีการตักเตือนด้วยวาจาร่วมด้วย รวมถึงการจัดรถออกประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน โดยเฉพาะพื้นที่หาดป่าตอง กะตะกะรน และกมลา และได้มีการประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุดินสไลด์หรือดินโคลนถล่ม เพราะเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้"

                             นายไมตรี กล่าวด้วยว่า ได้รับรายงานว่ามีเรือสินค้าบังคลาเทศอับปางบริเวณกลางทะเล ห่างจากเกาะราชาน้อย อ.เมืองภูเก็ต ไปประมาณ 25 ไมล์ทะเล หรือประมาร 50 กิโลเมตร ทราบว่าได้มีการช่วยเหลือลูกเรือได้อย่างปลอดภัยแล้วบางส่วน แต่ยังมีสูญหายอยู่ประมาณ 10 ราย และทางทัพเรือภาค 3 ก็ได้มีการส่งเรือ ต.220 ออกไปช่วยค้นหาอีกทางหนึ่ง แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ติดชายฝั่ง จ.ภูเก็ต แต่อยู่ในน่านน้ำของภูเก็ต ซึ่งก็จะต้องมีการดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่

 

ทัพเรือส่งเรือออกค้นหาลูกเรือบังกลาเทศอับปางอีก 10 ชีวิต

 

                             นาวาเอกธรรมวรรต์ มาลัยสุขรินทร์ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับการประสานจากกรมการบินพลเรือน และหน่วยงานนำร่องในจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ออกไปช่วยเหลือลูกเรือของเรือ MV HOPE เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติบังกลาเทศ ซึ่งเดินทางออกจากท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าไปยังประเทศบังคลาเทศ หลังอับปางจนต้องสละเรือ เหตุเกิดห่างจากเกาะราชาน้อย อ.เมืองภูเก็ต ไปทางทิศใต้ประมาณ 25 ไมล์ทะเล หรือห่างจากฝั่งไปประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อเวลา 01.10 น.วันเดียวกัน โดย พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้สั่งการให้นำเรือ ต.220 ออกไปทำการช่วยเหลือ

                             ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับทราบว่า ก่อนที่ทางลูกเรือ MV HOPE จะทำการสละเรือนั้นได้มีการส่งสัญญาณระบบ IN MASAT C ไปยังเครือข่ายการเดินเรือ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส และได้มีการส่งสัญญาณไปยังเรือที่อยู่ใกล้เคียงให้เข้าไปช่วยเหลือ เบื้องต้นทางเรือ MV BUX MOON ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้า สัญชาติบังคลาเทศเช่นเดียวกัน ได้ช่วยเหลือลูกเรือซึ่งลอยคออยู่ประมาณ 30 คนมาได้ 17 คน หลังจากนั้นก็ช่วยเหลือมาได้อีก 2 คน และยังคงสูญหายอีกประมาณ 10 คน ซึ่งทางทัพเรือได้ส่งเรือ ต.220 เข้าไปช่วยค้นหาดังกล่าว ส่วนของการนำอากาศยานขึ้นไปช่วยเหลือนั้นยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากท้องฟ้าปิด

                             ขณะเดียวกัน  ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขณะนี้ ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่วันที่วันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้มีการประกาศเตือนให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ส่วนบริเวณชายหาดต่างๆ ได้มีการติดตั้งสัญญาณธงแดงและป้ายเตือนห้ามลงเล่นน้ำทะเลในระยะนี้ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุจมน้ำเสียชีวิต

 

สตูลฝนถล่มหนัก! น้ำท่วมร.ร.สั่งชั้นอนุบาลหยุดเรียน 1 วัน

 

                             นายกอเฉ็ม หมีนเหม รอง ผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่โรงเรียนบ้านแป-ระเหนือ หมู่ที่ 4 ต.แป-ร อ.ท่าแพ จ.สตูล หลังฝนตกติดต่อกันตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 3 ก.ค.จนทำให้น้ำท่วมสนามหญ้าและเอ่อท่วมเข้าห้องเรียนจำนวน 5 ห้องเรียน ทางครูและนักเรียนจึงได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การเรียน คอมพิวเตอร์ โต๊ะเก้าอี้ขึ้นที่สูง ล่าสุดพบว่า น้ำภายในห้องเรียนเริ่มลดลงแล้ว

                             ขณะเดียวกัน นางบุหลัน พจนาพิทักษ์ ผอ.โรงเรียนบ้านแป-ระเหนือ จึงได้สั่งการให้นักเรียนชั้นอนุบาลจำนวน 60 คน หยุดเรียน 1 วัน เพื่อดูสถานการณ์น้ำท่วมก่อนจะกลับมาเรียนตามปกติ ส่วนนักเรียนรุ่นพี่ก็แยกย้ายเข้าเรียนในห้องประชุมใหญ่ของโรงเรียน ที่สำคัญวันเดียวกันเป็นวันกีฬาสีของโรงเรียนด้วย ทางโรงเรียนก็ต้องเลื่อนไปก่อนเพราะสนามหญ้ามีน้ำท่วมขัง

                             ขณะทีสภาพทั่วไบพบว่า ในพื้นที่รอบนอกก็มีน้ำท่วมขังทุ่งนา และสวนยางพาราที่อยู่ในพื้นที่ริมตลิ่งคลอง ในส่วนของคลองบาราเกตุ อ.ท่าแพ จ.สตูล ก็ได้มีการปักธงเหลืองเพื่อเป็นการเตือนถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่

 

ตรัง- เตือนภัยดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 5 อำเภอเสี่ยงภัย

 

                             นายไชยยศ ธงไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชน ตามประกาศของกรมทรัพยากรธรณี เพื่อให้เครือข่ายเฝ้าระวังเตือนภัยดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงระยะ 1-2 วันนี้ เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่สามารถวัดปริมาณน้ำฝน ในรอบ 24 ชั่วโมง ได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร และมีปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มากกว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้ดินบนภูเขาชุ่มน้ำ จนอาจถล่มลงมาได้

                             ทั้งนี้ เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ที่อาจสร้างคาวมเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน ทางจังหวัดตรัง จึงได้แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ที่ราบเชิงเขา และในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้รับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาวะดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 อำเภอของจังหวัดตรัง ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอห้วยยอด อำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน

                              มีรายงานด้วยว่า ในท้องทะเลตรังได้เกิดพายุอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลตรัง ทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่เข้าซัดบ้านเรือนจนพังเสียหายไปบางส่วน จำนวน 3 หลัง ในพื้นที่ ม.4 บ้านบาตูปูเต๊ะ และยังทำให้กำแพงกั้นน้ำเค็ม พังเสียหายไปทั้งแถบ ในพื้นที่ ม.5 บ้านหลังเขา ด้วย พร้อมกันนั้น ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและอย่างต่อเนื่อง ก็ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมขังขึ้นบนพื้นที่เกาะลิบง สูงประมาณ 20 เซนติเมตร ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายเล็กน้อย ประมาณ 20 หลังคาเรือน

 

ปภ.ระนอง สั่งจนท.เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ตลอด 24 ชม.

 

                            นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทาง ปภ.ระนองได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สุขสำราญ,อ.กะเปอร์ ,อ.เมือง และ อ.กระบุรี ให้เตรียมพร้อมบุคคลากร ,อุปกรณ์ ตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หลังจากที่ จ.ระนองเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย การเกิดดินเลื่อนไหลปิดทับเส้นทางคมนาคม เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และบรรเทาความเดือดร้อนของราษฏรเป็นการเฉพาะกิจได้ โดยให้ยึดหลักการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุป้องกันและแกไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคนถล่ม

                            นอกจากนี้ทาง ปภ.ระนองยังออกประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยใน 4 อำเภอ ให้ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักในช่วงนี้ หลังจ.ระนองได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ จ.ระนอง เกิดฝนตกหนัก และยังมีปริมาณฝนตกสะสมโดยเฉพาะ อ.กะเปอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและที่ลุ่ม เสี่ยงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันได้ โดยก่อนหน้านี้ อ.กะเปอร์ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านมาแล้ว 3 รอบในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

                           นายชวลิต กล่าวว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ได้ตรวจสอบสภาวะอากาศกับสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง คาดว่าในช่วงระหว่างวันที่ 4-6 ก.ค. 2556 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ลักษณะเช่นนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดกระโชกแรงบางช่วง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 ม. ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

 

สงขลา - ฝนตกหนักต่อเนื่อง คาด 6 ก.ค. กลับสู่ภาวะปกติ

 

                          รายงานสภาพอากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก (สงขลา)  ระบุ ผลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดผ่านจากฝั่งอันดามัน ทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วันที่ผ่านมา โดยปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ในพื้นที่ 3 จังหวัดประกอบ ด้วย จ.ตรัง พังงา และกระบี่ เกิน 100 มิลลิเมตรต่อเนื่อง

                          "เมื่อคืนที่ผ่านมาตกหนักมากที่จังหวัดพังงาปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ 288 มิลลิเมตร ที่อ.ตะกั่วป่า ส่วนจ.กระบี่- ตรัง เกิน 100 มิลลเมตร  ประมาณ 190 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าหนักมากสำหรับทางฝั่งอันดามัน  แต่เชื่อว่าวันนี้ พรุ่งนี้ และวันที่ 6 ก.ค.สถานการณ์จะดีขึ้น"

                          ส่วนทางฝั่งตะวันออกไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีฝนตกลงมา แต่เป็นฝนที่ตกไม่ต่อเนื่อง ประมาณ 40 มิลลิเมตรในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ส่วนที่จ.สงขลา พัทลุง เนื่องจากลมมรสุมดังกล่าวเริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว