ข่าว

เปิดเงื่อนไขหลัก'สะแปอิง-มะแซ'

เปิดเงื่อนไขหลัก'สะแปอิง-มะแซ'

04 ก.ค. 2556

เคลียร์หมายจับ-รับรองสถานะ เงื่อนไขหลัก'สะแปอิง-มะแซ' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน


               เมื่อตอนที่แล้ว "คม ชัด ลึก" ได้นำเสนอบทบาทของ นายสะแปอิง บาซอ และนายมะแซ อุเซ็ง สองแกนนำสูงสุดของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ที่มีบทบาทสั่งการอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนของบีอาร์เอ็น ทั้งบทบาทการเจรจาผ่านตัวเปิดอย่าง นายอัสซัน ตอยิบ รวมทั้งการกำหนดประเด็นการเจรจา และบทบาทสั่งการกองกำลังในพื้นที่เพื่อก่อเหตุรุนแรงกดดันรัฐบาลให้ยอมรับเงื่อนไข

               ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ตลอดการเจรจาทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายบีอาร์เอ็นสามารถชิงการนำ และกุมความได้เปรียบในการเจรจามากกว่าฝ่ายตัวแทนรัฐบาลไทยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการได้ "ยกระดับ" ขึ้นมาเป็นองค์กรที่มีรัฐบาลไทยให้การรับรองอย่างเป็นทางการ และเมื่อมีสถานะเป็นองค์กรที่มีเงื่อนไขแบ่งแยกดินแดนอย่างเป็นทางการ บีอาร์เอ็นจึงต้องยื่นเงื่อนไขที่สูงขึ้นตามไปด้วย

               อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลไทยไม่อาจยอมรับเงื่อนไขที่สูงลิ่ว ทั้งการถอนกำลังทหาร-ตำรวจ หรือเงื่อนไขการขอปกครองตนเองได้ กลุ่มบีอาร์เอ็นจึงต้องเดินเกม 2 ขา เพื่อสร้างแรงกดดันให้รัฐบาล คือ 1.การเดินหน้าเจรจา และเผยแพร่เงื่อนไขผ่านเว็บไซต์ เพื่อสื่อสารไปยังแนวร่วม และกดดันรัฐบาลไทย 2.การก่อเหตุรุนแรงเพื่อดิสเครดิต และกดดันรัฐบาลไทยให้ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข 5 ข้อ

               แน่นอนว่า ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีในการขับเคลื่อนทั้งหมดมีนายสะแปอิง และนายมะแซ กำกับทิศทาง โดยมีแกนนำในพื้นที่เป็นแขนขา มีกองกำลังในพื้นที่เป็นมือ-ไม้ และมีแนวร่วมรุ่นใหม่ๆ แตกกระจายเป็นเซลล์เล็กๆ พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาทดแทนแกนนำ และกองกำลังรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา

               เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประมวลผลการเจรจาครั้งที่ผ่านๆ มาว่า เรื่องการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น ฝ่ายไทยจะต้องตั้งหลัก และศึกษากลุ่มที่มาพูดคุยด้วยให้ดี แม้ว่าหัวหน้าคณะที่นำโดย นายฮัสซัน ตอยิบ จะเป็นตัวจริงเสียงจริงก็ตาม แต่ต้องเข้าใจว่าบทบาทของนายฮัสซันมีมากน้อยแค่ไหน สามารถสั่งการอะไรได้หรือไม่

               “ความจริงการพูดคุยเป็นสิ่งที่ดี เพราะการแก้ไขสถานการณ์ให้สงบต้องเกิดจากการพูดคุยกันเท่านั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ขบวนการที่เดินเกมใต้ดินมีมาก โดยเฉพาะแนวร่วมนักรบมือใหม่ที่ปฏิบัติการแบบไร้ทิศทาง จึงยากต่อการดำเนินการกับกลุ่มเหล่านี้ และที่สำคัญ เรื่องการเจรจา เราต้องทำความเข้าใจว่ากลุ่มที่มาคุยด้วยเป็นตัวจริงเสียงจริงแค่ไหน”

               สำหรับการเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นได้ เพราะมาเลเซียประสานให้นายฮัสซันหาสมาชิกมาพูดคุยกับฝ่ายไทย ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆ ในเชิงลึกก็คือ นายฮัสซันเป็นคนในควบคุมรัฐบาลมาเลเซีย เมื่อมาเลเซียเอ่ยปากทำให้ฮัสซันไม่อาจปฏิเสธได้ แต่คนที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวในภาคใต้อยู่กับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งแต่ละคนหัวรุนแรงทั้งนั้น

               “เมื่อการพูดคุยไม่ตรงจุด การดับไฟใต้ก็จะไม่สำเร็จ เพราะโครงสร้างของบีอาร์เอ็นจะประกอบด้วยกลุ่มคนจากทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านของมาเลเซีย โดยนายฮัสซัน ตอยิบ เหมือนกับฟันเฟือง หรือเซลล์ ที่อยู่ในโครงสร้างของบีอาร์เอ็น แต่อำนาจในการสั่งการของนายฮัสซันยังไม่ถึงขั้นซ้ายหันขวาหันแบบนายสะแปอิง บาซอ และนายมะแซ อุเซ็ง"

               อันที่จริง ทั้งนายสะแปอิง และนายมะแซ ก็ต้องการจะสั่งการให้หยุดการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ แต่ก็ต้องแลกด้วย "เงื่อนไขสำคัญ" คือ ต้องการให้รัฐบาลไทย และรัฐบาลมาเลเซีย รับรองสถานภาพของทั้งสองคนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้สามารถเปิดเผยตัวตนในการเจรจาได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย และรัฐธรรมนูญของไทย

               "ก่อนหน้านี้นายสะแปอิง และนายมะแซ ได้ส่งสัญญาณมายังรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อประสานมายังรัฐบาลไทยให้รับรองสถานภาพ เนื่องจากทั้งสองคนมีคดีความมั่นคงติดตัวจึงต้องหลบหนี และหากเทียบกับ นายฮัสซัน ตอยิบ กับ ดร.วัน กาเดย์ ที่ไม่มีคดี จึงออกมาเปิดเผยตัวตนได้ แต่จริงๆ แล้วพวกนี้ยังไม่มีเพาเวอร์เท่ากับนายสะแปอิง และนายมะแซ"

               อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการเคลียร์คดีของทั้งสองคนยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคง เพราะยังต้องศึกษาข้อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญของไทยให้ถี่ถ้วนว่า จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพียงใด รวมทั้งผลกระทบที่จะตามมาในอนาคตด้วย แต่ฝ่ายบีอาร์เอ็นมองว่า ฝ่ายไทย "ไม่มีความจริงใจ" ที่จะปฏิบัติตามข้อเสนอ จึงก่อเหตุรุนแรงเพื่อกดดันให้ยอมรับเงื่อนไข

               เขาเสนอแนะด้วยว่า ในการพูดคุยควรที่จะพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆ ด้วย และควรที่จะแสดงความจริงใจกับอีกฝ่ายให้เห็น เพราะเคยมีกรณี นายสะมะแอ ท่าน้ำ ที่เคยมีฝ่ายเราเข้าไปพูดคุยกันด้วย แต่ภายหลังทางการมาเลเซียกลับมีการจับกุมนายสะมะแอส่งให้รัฐบาลไทย ซึ่งถือเป็นเหตุผลที่เขาไม่ไว้ใจทางการไทย และทั้งนายสะแปอิง และนายมะแซ ก็ไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยด้วย

               เหตุรุนแรงในช่วงเดือน "รอมฎอน" จะเป็นดัชนีชี้วัดว่า การเจรจาครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะหากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง การพูดคุยอาจจะไม่เกิดขึ้น และอาจถึงขั้น "ล้มโต๊ะ" หรือหยุดชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด

               แม้ว่าการพูดคุยจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการเดินไปสู่สันติสุข แต่ถ้าคุยไม่ถูกคน ไม่ถูกวิธี ก็ต้องรอกันต่อไป

....................................

(หมายเหตุ : เคลียร์หมายจับ-รับรองสถานะ เงื่อนไขหลัก'สะแปอิง-มะแซ'  : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)