
'ข้าวไทย'ขายง่ายระบายคล่อง?
คมชัดลึกจัดถก : 'ข้าวไทย'ขายง่ายระบายคล่อง?
โครงการรับจำนำข้าวยังเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายจับตามอง และกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ดังนั้น เมื่อค่ำวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา "คม ชัด ลึก" จึงได้จัดเสวนา ในหัวข้อเรื่อง ...."ข้าวไทย" ขายง่าย ระบายคล่อง ?
นายปราโมทย์ วานิชานนท์ อดีตกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กล่าวว่า ประมาณว่าจะมีข้าวอยู่ในมือรัฐบาลปริมาณมหาศาล ประมาณ 19 ล้านตัน สิ่งที่ตามมาคือข้าวที่เก็บไว้จะเสื่อมไปตามสภาพ ไม่ได้คุณภาพ ไหนจะยังเกิดเชื้อรา สิ่งที่สำคัญคือการเก็บสต็อก ราคาไม่สำคัญ แพงไปลดได้ แต่คุณภาพไม่ได้ตรงนี้ต่างหากที่ผู้ซื้อจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะซื้อหรือไม่ซื้อ หลายคนยังสงสัยว่า การระบายข้าวทำไมถึงต้องเป็นความลับ เปิดเผยไม่ได้
ขณะที่นโยบายของรัฐบาลเวียดนาม ต้องการระบายข้าว มีการขายล่วงหน้า สีข้าวออกมาแล้วขายเลย ยิ่งเขารู้ว่า ประเทศไทยจะลดราคาลง เขาก็เร่งขาย เขาจึงต้องลดราคาให้ต่ำกว่า ส่วนการประมาณว่าจะมีข้าวอยู่ในสต็อกกว่า 10 ล้านตัน แต่จะ 10 ล้านต้นๆ หรือปลายๆ 1 เดือนต้องระบายให้ได้ 1 ล้านตัน เสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เวลาที่ผ่านมา รัฐบาลยังไม่ได้ขายผ่านตลาดสินค้าล่วงหน้าเลย การซื้อขายรัฐบาลต่อรัฐบาล ต้องดูก่อนว่า ขณะนี้ล่วงเลยเวลาไปหรือยัง ซึ่งก็ต้องขออวยพรให้รัฐบาลทำสำเร็จ ทั้งนี้ การรับจำนำข้าวของรัฐบาลปัจจุบัน ถือว่า ไม่ใช่เป็นการรับจำนำ แต่เป็นผู้ซื้อ ไม่ได้เป็นวิธีการช่วยแบ่งเบาภาระชาวนาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม สุดท้าย กลุ่มพ่อค้าเอกชนก็จะต้องเข้ามาช่วยซื้อ ช่วยระบายข้าว เพราะเป็นอาชีพของเขาอยู่แล้ว
ด้าน ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ สาธารณสุข และการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ตัวเลขที่แท้จริงของจำนวนข้าวในสต็อกยังไม่สำคัญเท่าไหร่ ในทางปฏิบัติ จะมีข้าวทั้งในประเทศและต่างประเทศกลับเข้ามาในสต็อก ขณะนี้ได้ข่าวว่า เวียดนามกำลังลดราคาข้าว หลังจากทราบว่า ไทยกำลังเร่งระบาย
ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า ไทยเราจะเก็บและระบายข้าวอย่างไร ราคาที่ซื้อมากับราคาขายในตลาดโลก จะกำหนดอย่างไร เวลาที่ให้ประมูลออกไปนั้น ผู้ซื้อก็จะนำออกไปขายตามราคาที่เก็งกำไรไว้ เอกชนที่เป็นผู้ส่งออกเขาก็มีลูกค้าประจำของเขา
ที่ผ่านมาคนที่มักจะประมูลได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเจ้าของโกดัง ซึ่งรู้อยู่แล้วว่า มีปริมาณข้าวแค่ไหน คุณภาพข้าวเป็นอย่างไร ดังนั้น การระบายข้าว สิ่งที่ต้องระวังมากก็คือ ต้องทำให้การประมูลโปร่งใสทั้งปริมาณและราคาต้องสมเหตุสมผล อย่าให้มีข้อกังขา
ขณะที่ นายสมพงษ์ กิติเรียงลาภ ประธานกรรมการ บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด กล่าวว่า ยังไม่มีการเชิญสมาคมผู้ส่งออกข้าวเข้าไปคุยถึงเรื่องการระบาย คนที่อยู่ในวงการขายข้าว ผู้ส่งออกข้าว มีการเตรียมตัว ก็คือ ต้องคอยดูคำแนะนำทางกระทรวงพาณิชย์ว่า จะมีการระบายข้าวแบบไหน ซึ่งเคยให้คำแนะนำไปแล้วว่า ไม่ควรระบายออกไปครั้งละมากๆ ควรจะประมูล 2 เดือนต่อครั้ง ครั้งละไม่เกิน 5 หมื่นตัน ค่อยๆ ระบายออกไป หากเร่งระบายข้าวเก่าออกไป จะมีปัญหากับข้าวใหม่ที่ราคาจะร่วงหล่นลงไป ตอนนี้ต้องยอมรับว่า จะต้องมีการเจ็บตัวกันบ้าง



