ข่าว

'ปชป.'ยันค้านพรบ.กู้เงิน2ล้านล้าน

'ปชป.'ยันค้านพรบ.กู้เงิน2ล้านล้าน

03 ก.ค. 2556

'ปชป.' เตรียมพร้อมเปิดประชุมสภาฯ ค้าน พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านเต็มที่ เล็งออกแถลงการณ์แจงปม 'จำนำข้าว' ปูด 'ปู-แม้ว' จ้าง 4 ล็อบบี้ยิสต์ สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง

 

                              3 ก.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลการประชุมส.ส.พรรคเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1ส.ค. 2556 ว่า พรรคจะทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการออกกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่มีการประเมินว่าพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ภาวะจนแต้มทางการเมืองประชานิยมไม่มีมนต์ขลังเหมือนในอดีต ความนิยมของพรรคเพื่อไทยกำลังตกต่ำลงจากความล้มเหลวในโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาททุกเมล็ด ที่สร้างความเสียหายให้ประเทศอย่างมาก จึงทำให้รัฐบาลหันมามุ่งที่เรื่องเงินเป็นอันดับแรก สอดคล้องกับท่าทีรัฐบาลที่มีการผลักดัน พ.ร.บ.เงินกู้สองล้านล้านมาเป็นอันดับแรก ก่อนเรื่องนิรโทษกรรม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงให้ส.ส.ไปศึกษาข้อเสียว่าหากกฎหมายเงินกู้ดังกล่าวผ่านออกไปโดยไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการใช้เงินก็จะเป็นอนุสาวรีย์แห่งการทุจริตอีกเรื่องหนึ่ง

                              นายชวนนท์ กล่าวว่า มีความพยายามกล่าวหาพรรคในเรื่องความล้มเหลวของโครงการจำนำข้าว โดยใช้มวลชนมากดดัน ยืนยันว่า พรรคไม่ได้ทำให้โครงการนี้ล่มสลายหรือต้องเปลี่ยนแปลงราคารับจำนำ ถ้ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการนี้ต้องรับจำนำที่ 15,000 บาททุกเมล็ดตามที่สัญญาไว้ในช่วงหาเสียง สาเหตุที่โครงการรับจำนำเดินต่อไม่ได้เพราะขาดทุนมหาศาล จากการดำเนินการของรัฐบาลโดยการขาดทุนมากมายเกิดจาการทุจริตคอร์รัปชั่นถึง 65-70% ทำให้เงินถึงมือชาวนาเพียงแค่ประมาณ 30% เท่านั้น หากไม่มีนักการเมืองใกล้ตัวนายกไปเกี่ยวข้องโครงการนี้สามารถเดินต่อได้จนครบวาระรัฐบาล แต่ตอนนี้มีการใช้การเมืองสกปรกเอาประชาชนเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์

                              นายชวนนท์ กล่าวว่า พรรคจะออกแถลงการณ์ใน 4 ประเด็น 1. ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจำนำข้าวทุกเมล็ด 15,000 บาท เป็นสัญญาประชาคมของพรรคเพื่อไทยที่ต้องทำ 2. ชี้แจงสาเหตุการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าว 3. รายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรเพียงแค่ร้อยละ 30 ของเงินที่เสียไป 4 .มีการทุจริตโดยนักการเมือง พ่อค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง โดยจะได้นำแถลงการณ์ออกมาเปิดเผยภายในสัปดาห์นี้เพื่อไม่ให้รัฐบาลบิดเบือนสร้างความเสียหายต่อไป ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ผังล้มข้าวในโซเซียลมีเดีย กล่าวหาบุคลากรของพรรคและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการจำนำข้าว ทางพรรคจะทำผังล้มข้าวประเทศไทยฉบับของแท้ออกมาเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ และพรรคยังยืนหยัดที่จะปกป้องผลประโยชน์ประชาชนต่อไป

                              นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะขายข้าวได้ 72,000 ล้านบาทภายใน 6 เดือน มีปริมาณข้าว 6 ล้านตัน จึงเท่ากับว่าจะขายข้าวได้เดือนละล้านตันหรือประมาณ 12,000 ล้านบาท เท่ากับขายข้าวตันละ 12,000 บาท จึงต้องตั้งคำถามว่าหากขายข้าวในราคาดังกล่าวต้นทุนรัฐบาลอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะต้นทุนรับจำนำข้าวเปลือกอยู่ที่ 15,000 บาท แต่เมื่อสีเป็นข้าวสารแล้วจะมีต้นทุน 23,000 บาท ดังนั้นหากขายไป 12,000 บาท จะขาดทุนตันละ 11,000 บาท เท่ากับการขายข้าวล็อตนี้ของกระทรวงพาณิชย์จะขาดทุนถึง 66,000 ล้านบาท ทำไมรัฐบาลไม่บอกประชาชนว่าจะต้องเสียภาษีไปโปะการขาดทุนดังกล่าวอีกเท่าไหร่ ยังไม่รวมกับการทุจริตที่เข้ากระเป๋านักการเมืองด้วย จึงอยากให้ประชาชนทั้งประเทศได้ตาสว่างว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการกีดกันนโยบาย ขัดขวางรายได้ชาวนา แต่เป็นการขัดขวางการทุจริตที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีประเทศไทย จึงเชิญชวนประชาชนหันมาต่อต้านนโยบายที่กำลังฆ่าชาวนาและประเทศไทย

                              นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศจุดยืนป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ว่า อยากให้หยุดคิดว่าพฤติกรรมสอดคล้องกับคำพูดหรือไม่ เพราะนายกพูดถึงการป้องกันการทุจริตแต่โครงการจำนำข้าวมีการทุจริตอย่างน้อย 1.8 แสนล้านบาท นายกจับมือใครดมได้หรือไม่ หรือจับไปแล้วอยู่ในครอบครัวตัวเอง หรือไปเจอคนใกล้ชิด หยุดเล่นบทบาทใสซื่อบริสุทธิ์ที่ตรงกันข้ามกับความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นแค่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว

 

 

ปูด 'ปู-แม้ว' จ้าง 4 ล็อบบี้ยิสต์ สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง

 

                              นายธีมะ กาญจนไพริน โฆษกประจำตัวผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง การเดินทางไปเยือนต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงระยะเวลา 2 ปี ว่า การเดินทางนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ โลกล้อมประเทศ เพราะแต่ละครั้งจะมีการปาฐกถาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทย โดยมีการเผยแพร่ประชาธิปไตยตามแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงแต่ละประเทศที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไป พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบการเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอด 2 ปีในการบริหารประเทศพบว่า มีการเดินทางนอกประเทศ 109 วัน 5 ทวีป 43 ประเทศ และหากนับประเทศที่เดินทางซ้ำจะอยู่ที่ 1 - 3 รอบ และเกือบทุกครั้งก่อนการเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปกรุยทางก่อน ล่าสุดการปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี เช่น ที่มองโกเลียมีการพูดถึงการเมืองประเทศไทย โดยใช้เวทีนานาชาติโจมตีการเมืองประเทศไทย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง

                              นายธีมะ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มีการจ้าง บริษัทประชาสัมพันธ์และนักล็อบบี้จากต่างประเทศ 4 บริษัทใหญ่ มาเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ประชาสัมพันธ์ และการล็อบบี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตนเอง ในการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ คือ บีจีอาร์ก็อบเวอร์เมนท์แอฟแฟร์ บริษัท เน้นการทำหน้าที่เจรจาเดินสายคุยกับนักการเมืองสหรัฐอเมริกา เผยแพร่วาทะกรรมความคิดเรื่องประชาธิปไตยของ พ.ต.ท.ทักษิณ บ.อัมเสตอดัมแอนด์เฟอร์รอฟ เป็นสำนักงานบริการด้านกฎหมายของโรเบิร์ตอัมเสตอดัม บริษัทโค๊บแอนด์คิมแอลแอลพี รับทำงานล็อบบี้และวางแผนด้านนโยบายเศรษฐกิจการเมือง และบริษัทเบเคอร์บอทแอลแอลพี เจ้าของคือนายเจมส์เบเกรอ์อดีต รมว.ต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเมืองสหรัฐอเมริกา ซึ่ง 2 พี่น้องตระกูลชินวัตรทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ จ้าง 4 บริษัท

                              "ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการบริหารงานในประเทศมากกว่า เพราะขณะนี้รัฐบาลยังมีปัญหาที่ไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้ ทั้งเรื่องโครงการรับจำนำข้าว และ การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท รวมการเข้าร่วมประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป ที่จะเปิดประชุมในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ด้วย"

                              นายธีระ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ทีมงานโฆษกพรรคเพื่อไทย และโฆษกรัฐบาล หยุดโจมตี เรื่องส่วนตัวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามเรื่องโครงการรับจำนำข้าว และการ กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ทั้งที่ทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย และรัฐบาล ควรนำเวลาไปหาข้อมูลมาตอบคำถามเพื่อคลายความสงสัยให้กับประชาชนมากกว่าการโจมตีเรื่องส่วนตัวซึ่งควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม

 

 

เรียกร้องรัฐ 3 ข้อ แก้ปัญหาจำนำข้าว

 

                              นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลมีมติกลับไปใช้ราคาจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตันอีกครั้ง ว่า เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลตั้งแต่ต้นที่จำนำราคาข้าวสูงกว่าตลาด จนข้าวอยู่ในสต๊อคจำนวนมาก ทำให้เกิดความยากลำบากต่อการระบาย และมีปัญหาการขาดทุน จึงมีแนวคิดปรับราคา แต่ก็กลับมาจำนำราคาเดิม เป็นนโยบายที่เปลี่ยนไปมาเหมือนไม้หลักปักเลน หาความแน่นอนในโครงการไม่ได้ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของกระบวนการผลิตและการจำหน่ายข้าวไทยไปสู่ตลาดด้วย

                              ทั้งนี้พรรคขอเรียกร้อง 3 ประการคือ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นกับกระบวนการการผลิตและระบายข้าวของไทยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 2 .รัฐบาลประกาศว่าจะพยายามเร่งระบายข้าวให้ได้เดือนละ 1 ล้านตัน โดยต้องไม่ทำให้เกิดภาวะขาดทุนเพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 3. เนื่องจากมีสต๊อคข้าวจำนวนมากที่ยังไม่ได้ระบายออกไป ขอให้คำนึงถึงข้าวที่จะระบายออกไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อข้าวไทยโดยรวมทั้งหมด

                              ส่วนกรณีที่นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ มีนโยบายร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำข้าวหอมมะลิเป็นของที่ระลึกจำหน่ายตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางในการระบายข้าวในสต็อกจากโครงการรับจำนำข้าว และโปรโมทข้าวหอมมะลิให้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยเหมือนกับโสมที่เป็นภาพลักษณ์ของประเทศเกาหลีนั้น ตนเข้าใจว่ารัฐบาลพยายามหาทางระบายข้าวออกทุกวิถีทาง แต่การจะนำข้าวไทยไปเป็นของที่ระลึกให้ชาวต่างชาติควรจะใช้เป็นแผนระยะยาวมากกว่า ซึ่งการสร้างแบรนด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้เวลา ตนเข้าใจว่า รัฐบาลพยายามใช้ทุกช่องทางในการระบายข้าว จะทำก็ทำไปไม่ได้ว่า แต่ความคิดของนายยรรยงคงแก้ปัญหาการระบายข้าว ในโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้