
สลด!ม็อบอียิปต์รุมข่มขืน'นักข่าวสาว'
นักข่าวสาวชาวดัทช์ถูกชาย 5 คน รุมข่มขืนระหว่างการชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีอิยิปต์ แถมยังมีคนแก่-เด็กโดนลวนลามด้วย
3 ก.ค.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ของอิยิปต์ ได้กลายเป็นสถานการณ์อนาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่กลุ่มชายฉกรรจ์ฉวยโอกาสชุลมุนก่อเหตุลวนลาม และรุมโทรมหญิง ซึ่งนอกจากเหยื่อรายล่าสุด ที่เป็นนักข่าวสาวชาวดัทช์วัย 22 ปี ที่ถูกชาย 5 คน ข่มขืนที่จตุรัสทาห์รีร์ ในกรุงไคโร จนได้รับบาดเจ็บและจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดแล้ว ยังมีหญิงชรากับเด็กวัย 7 ขวบ ตกเป็นเหยื่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย
รายงานระบุว่า เหตุการร้ายที่เกิดกับนักข่าวสาวชาวดัทช์ มีขึ้นเมื่อหลายวันก่อน และเชื่อว่าเธอเป็นนักข่าวฝึกหัดที่เข้าไปถ่ายภาพการประท้วงให้กับสำนักข่าวของอียิปต์ และนับเป็นข่าวการรุมข่มขืนผู้หญิงในระหว่างการประท้วง ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี หลังจากลาร่า โลแกน ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ CBS ก็ถูกลวนลามโดยผู้ประท้วงชายชาวอียิปต์ ที่จตุรัสทาห์รีร์ เช่นกัน แต่โชคดีที่มีกลุ่มผู้หญิงและทหารช่วยเหลือไว้ได้ทัน แต่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวและสภาพจิตใจ
โลแกน ถูกระบุว่า ถูกกลุ่มรุมทำร้ายโดยชายฉกรรจ์อย่างน้อย 200 คน พวกเขาฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอ และใช้มือลวนลามเป็นเวลาถึง 40 นาที ก่อนที่เธอจะได้รับการช่วยเหลือ
เมื่อคืนที่ผ่านมา เจเรมี่ โบเว่น บรรณาธิการของ BBC ประจำตะวันออกกลาง ได้ทวีตข้อความว่า น่าเศร้าที่บรรยากาศของการปฏิวัติที่ประชาชนแสดงพฤติกรรมที่ดีและมีวัตถุประสงค์ร่วมกันได้หายไปแล้ว การล่วงละเมิดทางเพศกลายเป็นเรื่องปกติ และไม่มีตำรวจให้เห็น
ผู้ประท้วงหลายล้านคน ได้หลั่งไหลไปตามถนนสายต่าง ๆ รอบจตุรัสทาห์รีร์ เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมอร์ซีลาออก นักเคลื่อนไหวกลุ่มปฎิบัติการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ ได้บันทึกว่า มีการลวนลามและล่วงละเมิดต่อผู้หญิงเกิดขึ้น 44 ราย เฉพาะในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแค่คืนเดียว ซึ่้งเป็นจำนวนที่สูงที่สุด นับตั้งแต่กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้น เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2555
ทางกลุ่ม ได้ทวีตข้อความว่า ในจำนวนเหยื่อข่มขืนที่พบ มีทั้งคนรุ่นย่า ยาย พวกแม่ ๆ กับลูกที่อายุแค่ 7 ขวบ โดยทางกลุ่มยังได้เรียกร้องให้ผู้หญิงอยู่ให้ห่างจากจตุรัสทาห์รีร์ จนกว่าสถานการณ์จะควบคุมได้
"ปธน.อียิปต์"ยันไม่ลาออก-อ้างอยู่ต่อเพื่อรักษาความชอบธรรม
ประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มอร์ซี แถลงทางโทรทัศน์นาน 45 นาทีเมื่อคืนวันอังคารเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ หลังกลุ่มผู้ต่อต้านหลั่งไหลออกมาชุมนุมหลายล้านคนเมื่อวันอาทิตย์และปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เขายืนยันจะไม่ก้าวลงจากตำแหน่งตามกำหนดเส้นตายของกองทัพในบ่ายวันพุธนี้ที่ให้เขาคลี่คลายวิกฤติการเมืองและทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน มิฉะนั้นกองทัพจะเข้าแทรกแซง
มอร์ซี ยอมรับว่า เขาอาจทำผิดพลาดบางเรื่อง แต่เขาจะปกป้องผลของการปฏิวัติโค่นล้มอดีตผู้นำเผด็จการฮอสนี มูบารักในครั้งนั้น และปกป้องความชอบธรรมแม้ต้องแลกด้วยชีวิตของเขาก็ตาม พร้อมกับเรียกร้องให้กองทัพถอนกำหนดเส้นตายที่จะสิ้นสุดใน 5 โมงเย็นวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น และหยุดเลือกข้างสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แต่เพียงสามชั่วโมงต่อมา สภากลาโหมออกแถลงการณ์ผ่านหน้า เฟซบุ๊กของสภากลาโหมที่มีพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี รัฐมนตรีกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธาน ระบุว่า กองทัพขอสาบานต่อพระเจ้าว่า จะยอมสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน จากผู้ก่อการร้าย หัวรุนแรงหรือคนโง่เขลา
ขณะที่ ฝูงชนยังคงชุมนุมต่อต้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อขับไล่และมีการใช้เทคนิคแสงสีฉายลงบนตัวอาคารเป็นอักษรที่มีถ้อยคำขับไล่ เช่น มอร์ซีออกไป และเกมจบแล้ว ผู้ประท้วงโต้แย้งคำพูดของมอร์ซีที่อ้างความชอบธรรมที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยบอกว่า ความชอบธรรมที่แท้จริง คือ ประชาชนหลายล้านคนที่ออกมาชุมนุมทั่วประเทศต่างหาก
นอกจากนี้ โฆษกกลุ่มแกนนำการประท้วงบอกว่า คำแถลงของมอร์ซีที่บอกให้ผู้สนับสนุนและกองทัพต่อสู้กับศัตรู เปรียบเหมือนการประกาศทำสงครามกลางเมืองและเรียกร้องให้ทหารจับกุมนายมอร์ซี
ขณะที่ กลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่มมุสลิมภราดรภาพที่หนุนหลังประธานาธิบดี เดินขบวนตามท้องถนน และหลายคนที่ติดอาวุธได้เข้าปะทะกับกลุ่มต่อต้านประธาธิบดีในหลายเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คนและบาดเจ็บหลายสิบคน และกระทรวงสาธารณสุขอ้างว่า มีมือปืนยิงใส่ผู้สนับสนุนของมอร์ซีในไคโรทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 16 คนและบาดเจ็บเกือบ 200 คน
นอกจากนี้ หลายฝ่ายเพิ่มแรงกดดันให้มอร์ซียุติวิกฤติ โดยล่าสุดโฆษกประธานาธิบดี 2 คนและโฆษกรัฐบาลลาออกเมื่อวันอังคาร และนักการทูตอียิปต์เกือบ 150 คนยื่นหนังสือเรียกร้องให้มอร์ซีลาออก หลังรัฐมนตรี 6 คนลาออกไปก่อนหน้านี้ และประธานาธิบดีบารัค โอบามาโทรศัพท์ถึงมอร์ซีวันจันทร์บอกให้เขาเจรจากับฝ่ายต่อต้าน แต่มอร์ซีทวีตข้อความบอกว่า จะไม่ยอมถูกบงการจากภายในหรือภายอกประเทศ



