ข่าว

เสียงสะท้อน SME : 'เค้กเมืองตรัง'

เสียงสะท้อน SME : 'เค้กเมืองตรัง'

04 ก.ค. 2556

เสียงสะท้อน SME : 'เค้กเมืองตรัง' ในรอยต่อของความเปลี่ยนแปลง : โดย...เมธี เมืองแก้ว

 

                             ในบรรดาสินค้าของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง ย่อมรวมไปถึง "เค้กเมืองตรัง" ซึ่งมีชื่อเสียงและมีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเค้กเมืองตรัง เป็นที่รู้จักนับตั้งแต่ปี 2504 เนื่องจากร้าน "เค้ก" ในเทศบาลตำบลลำภูรา ได้นำไปบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม เพื่อความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวยังจังหวัดตรัง ได้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก จากนั้นเป็นต้นมา จึงเป็นต้นกำเนิดให้ "เค้กเมืองตรัง" ได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน

                             ความแตกต่างของ "เค้กเมืองตรัง" ก็คือ การออกแบบพิมพ์เพื่อให้มีรูอยู่ตรงกลาง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้ว เพื่อให้สุกได้อย่างทั่วถึง ในระยะเวลาที่พอดี จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ไปในที่สุด ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาให้มีจุดเด่นเพิ่มเติม เช่น การใช้ไข่ไก่เป็นส่วนผสมในปริมาณที่มากเป็นพิเศษ พร้อมทั้งมีการใช้เนยที่มีคุณภาพดี โดยไม่ใส่ผงฟู สารกันบูด แต่ใช้สี และกลิ่นจากธรรมชาติ อีกทั้งยังมีความแปลกตรงที่ไม่มีครีมแต่งหน้า

                             ต้นตำรับของ "เค้กเมืองตรัง" เดิมทีจะมีเพียงแค่รสเนยเท่านั้น แต่ต่อมาได้คิดค้นรสชาติอื่นๆ เพิ่มขึ้นจนขณะนี้มีด้วยกัน 30 รส อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นก็คือ ส่วนใหญ่จะมีขนาดเดียวกันทั้งหมด คือ หนัก 2 ปอนด์ โดยจะสามารถเก็บไว้ได้นาน 1 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาหีบห่อทำให้เก็บไว้ได้ถึง 1 เดือน

                             ส่วนสำคัญในการพัฒนาขนมชื่อดังชนิดนี้ ก็คือ ยี่เค้ง วงศ์สัมพันธ์ เจ้าของร้านเค้กรสเลิศ และเจ้าตำรับเค้กสามรส ซึ่งได้ทำการรวบรวมร้านค้าต่างๆ เข้ามาอยู่ในระบบ และจัดตั้งชมรมผู้ประกอบการขนมเค้กจังหวัดตรังอย่างเป็นทางการ ตลอดจนผลักดันให้มีการจัดงาน "เทศกาลขนมเค้ก" นับตั้งแต่ปี 2534 และถึงปัจจุบัน ในจังหวัดตรัง มีการทำ "เค้ก" เป็นกิจการในครัวเรือน และมีการผลิตกันอย่างแพร่หลายรวม 85 ราย

                             "แม้ขนมชนิดนี้จะมีชื่อเสียง แต่ในสภาพปัจจุบันกลับมีร้านค้าหยุดประกอบการไปแล้วหลายรายแล้ว โดยเฉพาะรายใหม่ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง จะเสียเปรียบในการทำตลาด และยังเกิดจากภาวะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าปัจจุบันการเปิดร้านมีความเปลี่ยนแปลงไป จากอุตสาหกรรมเล็กๆ ภายในครัวเรือน ได้ขยายสาขาขึ้น กระทั่งบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเดิมเป็นกระดาษสีขาวธรรมดา ได้เปลี่ยนมาเป็นแบบงดงาม การทำแบบสุญญากาศเพื่อให้มีอายุในการบริโภคนานขึ้น จากเดิมเพียงแค่ 6-7 วัน ก็เพิ่มขึ้นเป็นถึง 1 เดือน ซึ่งเมื่อรวมแล้วจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 10-20% อันส่งผลต่อราคาที่จะต้องขยับตัวสูงขึ้นตามในที่สุด" ยี่เค้ง วงศ์สัมพันธ์ เจ้าของร้านเค้กรสเลิศ และเจ้าตำรับเค้กสามรส กล่าว

                             กมล รักวารี เจ้าของร้าน "เค้กสายใจ" หนึ่งในผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 20 ปี กล่าวว่า ในระยะหลังๆ ร้าน "เค้ก" ปิดตัวลง ไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ เนื่องจากไม่มีชื่อเสียงนัก ทำเลที่ตั้งร้านไม่โดดเด่น บางรายก็ไม่ได้ขยายตลาดมุ่งเน้นแต่ในท้องถิ่น จึงก้าวไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลง และไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งถ้าต้องการที่จะอยู่รอด ผู้ประกอบการต้องหันมาแข่งขันในเรื่องคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก เพราะหากผลิตสินค้าออกมาดีเชื่อว่าลูกค้าจะยอมรับได้

                             "สิ่งที่ทางร้านรู้สึกกังวลก็คือ วัตถุดิบที่นำมาผลิตขนม มีการปรับราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแป้ง ไข่ น้ำตาล วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการกำหนดราคาขายอย่างแท้จริง หากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ย่อมมีผลมาถึงแรงซื้อแน่นอน นั่นคือสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะล้วนแต่ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการทุกราย"เบญจมิตร ยุทธศิลป์ ผู้ประกอบการในจังหวัดตรัง กล่าว

                             นี่จึงเป็นภาพของธุรกิจเค้กเมืองตรังจากที่เคยเติบโตมาสู่รอยต่อของความเปลี่ยนแปลง

 

 

-----------------------

(เสียงสะท้อน SME : 'เค้กเมืองตรัง' ในรอยต่อของความเปลี่ยนแปลง : โดย...เมธี เมืองแก้ว)