ข่าว

'ปู'เอาอีก!นั่งคุมกรมประชาฯ

'ปู'เอาอีก!นั่งคุมกรมประชาฯ

02 ก.ค. 2556

'มติครม.' แบ่งงาน 'รองนายกฯ-รมต.สำนักนายกฯ' ด้าน 'ยิ่งลักษณ์' คุม 'กรมประชาสัมพันธ์' 'สุรพงษ์' ขึ้นแท่น 'สร.2' ส่วน 'ประชา'ดูแลความมั่นคงแทน'เฉลิม'

                2 ก.ค.56 ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติอนุมัติมอบหมายและมอบอำนาจ ให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ โดยเรียงลำดับดังนี้ 1.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ 2.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ 3.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี 4.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี 5.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 6.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ 7.นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์

                ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า สำหรับการกำกับการบริหารราชการนั้น นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี , กรมประชาสัมพันธ์ , สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี , สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ,สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะที่นายสุรพงษ์ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ลงนามในเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ การขอแปลงสัญชาติเป็นไทย เป็นต้น ส่วนนายนิวัฒน์ธำรง ให้กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉพาะกรมการข้าว กรมการส่งเสริมการเกษตร สภาที่ปรึกษาและสังคมแห่งชาติ

                ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่อว่า ขณะที่พล.ต.อ.ประชา ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ,กระทรวงกลาโหม , กระทรวงมหาดไทย , สำนักข่าวกรองแห่งชาติ , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , สภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.) , ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นต้น , ส่วนนายปลอดประสพ กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , กระทรวงแรงงาน เป็นต้น ด้านนายกิตติรัตน์ กำกับดูแลกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณยกเว้นการอนุมัติงบประมาณในอำนาจนายกฯ     นายพงศ์เทพ กำกับดูแลกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงพลังงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ , กระทรวงสาธารณสุข , สำนักงาน กพ.และ กพร. , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น     ส่วนนายยุคล ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ยกเว้นกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

                รองโฆษกฯ กล่าวต่ออีกว่า นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงบประมาณ สำนักปลัดสำนักนายกฯ เฉพาะศูนย์บริการประชาชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง บริษัท บมจ. อ.ส.ม.ท. , ส่วนนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจฯและสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

               
 

 

ปูนบำเน็จ "อัชพร จารุจินดา" เป็น "ปธ.ก.ล.ต." แทน "ชัยเกษม"

 

               นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ประธาน ก.ล.ต.) แทนนายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากลาออกมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัชพรมักถูกครม.เเละนายกรัฐมนตรีเรียกหารือข้อกฎหมายในเรื่องต่างๆ เสมอ ตั้้งเเต่ครม.ชุดนี้ทำงานเกือบสองปี

 

 

 

ตั้ง "สุเมธ โพธิ์มณี" นั่งปธ.บอร์ดกทพ.

 

                 นายภักดีหาญส์ แถลงว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้ง พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) แทน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ลาออกจากตำแหน่ง

               นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร รวม 8 คน เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ตามมาตรา 4 แห่ง พรบ.เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2522 เนื่องจากกรรมการชุดเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบ 3 ปีตามวาระ โดยมีรายชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ 1.นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา 2.นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล 3.นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ 4.นายอรรณพ คุณาวงษ์กฤต ส่วนรายชื่อผู้แทนเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร คือ 1.นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ 2.นายประสิทธิ์ บุญเฉย 3.นายอนันต์ ศิริมงคลเกษม 4.นายพจน์ อร่ามวัฒนา ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 2 ก.ค. 56 เป็นต้นไป