ข่าว

เล็งปรับราคาที่ดินรอบสถานีรถไฟ

เล็งปรับราคาที่ดินรอบสถานีรถไฟ

02 ก.ค. 2556

คลังเลือก 5 ทำเลที่ราชพัสดุใน 5 จังหวัด พัฒนาเชิงพาณิชย์ควบคู่สร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง นำร่องปากช่อง โคราช ด้านธนารักษ์เล็งปรับราคาที่ดินใกล้สถานีภายใน 1 ปี

 

                             นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่พร้อมด้วยผู้บริหารกรมธนารักษ์ตรวจพื้นที่ บ้านท่ามะนาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่เป็นจุดหนึ่งเพื่อใช้สำหรับก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ตามนโยบายของรัฐบาลต้องการนำที่ดินของรัฐมาสร้างเป็นสถานีรถไฟเพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาในเชิงพาณิชย์ จึงได้ประสานกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อนำที่ราชพัสดุในแนวรถไฟความเร็วสูง ตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศภายใต้วงเงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อลดปัญหาการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการใช้ที่ดินตามแนวรถไฟเดิมอยู่แล้ว โดยเบื้องต้นจะนำที่ราชพัสดุจำนวน 5 แปลง ใน 5 จังหวัดคือ ลพบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา และเพชรบุรี ที่สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์มาใช้ควบคู่กันกับสาธารณประโยชน์

                             สำหรับที่ดินอ.ปากช่องมีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ จะนำมาสร้างเป็นอู่ซ่อมรถ โรงแรม คลังสินค้า ศูนย์การค้าและอาคารพาณิชย์ โดยต้องสรุปแผนการก่อสร้างร่วมกับทางกระทรวงคมนาคมก่อน  ขณะนี้ทางสนข.ได้เร่งทำประชาพิจารณ์สอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับแผนการย้ายออกนอกพื้นที่ด้วยการถอนสิทธิ์การเช่าและช่วยเหลือจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ รวมถึงการประเมินมูลค่าช่วยก่อสร้างรื้อถอน จากเดิมชาวบ้านเช่าพื้นที่ดังกล่าวปลูกพืชเกษตรทั้งมันและอ้อยในอัตรา 900 บาทต่อไร่ แต่ปัจจุบันขายสิทธิ์การเช่าดังกล่าวจากเดิม 2 แสนบาท เพิ่มเป็น 2 ล้านบาทต่อไร่แล้วและมีชาวบ้านอยู่อาศัยประมาณ 80 ครัวเรือน จึงต้องดูแลการย้ายออกด้วย เบื้องต้นชาวบ้านก็ยินดี ส่วนแผนก่อสร้างทุกสถานีทั่วประเทศคงต้องดูความเหมาะสมอีกครั้งก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาพร้อมแผนการลงทุนอื่นๆต่อไป

                             ส่วนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือกำหนดให้มีสถานีสระบุรี ปากช่อง นครราชสีมา บัวใหญ่ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางโดยสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้กรมธนารักษ์ จะพิจารณาปรับราคาประมูลที่ดินโดยรอบพื้นที่สถานีทั่วประเทศ และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นที่ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นเป็นกรณีพิเศษภายใน 1 ปี โดยไม่จำเป็นต้องรอถึงกำหนดประกาศทุก 4 ปี เพื่อให้ราคาสะท้อนราคาตลาดซื้อ ขาย ปัจจุบัน โดยการบริหารเชิงพาณิชย์นั้นจะดำเนินการโดยบริษัทพัฒนาสินทรัพย์ (ธพส.) ของกรมธนารักษ์แต่อาจให้เอกชนเสนอตัวเข้ามาลงทุนโดยให้สิทธิการเช่าหรือบริหารนาน 30 ปี เป็นต้น

                             "การคัดเลือกพื้นที่ มา 5 แปลงเป็นเพียงข้อสรุปเบื้องต้นที่ทางสนข.เห็นว่าสามารถพัฒนาให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เพราะไม่เพียงผลประโยชน์ที่จะได้จากการพัฒนาที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังจะเกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่โดยรอบและที่สุดก็จะเกิดเป็นรายได้กลับมาให้รัฐด้วย แต่ก็ยังต้องทำรายละเอียดและสรุปกลับมาอีกครั้งภายใน 1 เดือน เพราะบางแห่งต้องเจรจากับหน่วยราชการที่ครอบครองด้วย ว่าสามารถย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้หรือไม่ หากทางสนข.ต้องการพัฒนาที่เหล่านั้นจริงๆ และคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์มากกว่า" นายอารีพงศ์กล่าวและว่าปัจจุบันที่ราชพัสดุทั่วประเทศ 12.5 ล้านไร่ สำรวจพบว่าเป็นพื้นที่มีศักยภาพ 160 แปลง สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ 151 แปลง ที่เหลือ 9 แปลงจะเป็นการพัฒนาเชิงสังคมต่อไป