
'กทม.'จับมือตร.88สน.แก้ปัญหายาเสพติด
'สุขุมพันธุ์' ดึงตร. 88 สน. จับมือ 50 เขต กระชับพื้นที่แก้ปัญหาคนกรุง ตั้งเป้าจัดระเบียบเมือง-ลดยาเสพติด เตรียมจัด 'คาร์ฟรีเดย์' 22 ก.ย.นี้ หวังแก้รถติด-ลดมลพิษ
2 ก.ค.56 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกทม. (ศพส.กทม.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการประสานความร่วมมือระหว่างผู้อำนวยการเขต 50 แห่ง กับผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลในกรุงเทพฯ 88 แห่ง โดยมีประเด็นหารือ 3 เรื่อง 1.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2.การจัดระเบียบเมือง และ3.การแก้ไขปัญหายาเสพติด มีคณะผู้บริหารกทม. พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผบก.จร ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาล 88 แห่ง พร้อมผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 200 คน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตนได้ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้มอบนโยบายให้คณะผู้บริหารกทม. เฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน โดยเดินหน้าโครงการชุมชนร่วมใจระวังภัยยาเสพติด มีกรอบตามแผนกรุงเทพฯปลอดภัย ไร้ยาเสพติด และเพื่อสอดคล้องกับคำสั่งศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 9/2556 แต่การแก้ไขปัญหาไม่สามารถทำงานได้เพียงหน่วยงานเดียว จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ รวมทั้งอาสาสมัครป้องกันยาเสพติดเป็นเครือข่ายในการปฏิบัติงาน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สำนักงานเขต จะต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานีตำรวจ 88 แห่ง ในการเฝ้าระวัง และป้องกันภัยยาเสพติดให้กับประชาชนในชุมชน ที่ผ่านมากทม.และบช.น. ได้ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมมานาน แต่ยังขาดความต่อเนื่อง หากจะอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้อำนวยการเขตและผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลอย่างเดียวไม่ได้ เพราะถ้ามีการโยกย้ายตำแหน่ง จะขาดความต่อเนื่อง ทำให้ทั้ง 2 หน่วยงาน จะนำจุดแข็งมาผนึกกำลัง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
ด้านพล.ต.ต.มานิต กล่าวว่า กทม.เป็นเจ้าของพื้นที่มีบทบาทดูแลปรับปรุงพื้นที่ ขณะที่ตำรวจมีหน้าที่จับกุมและป้องกันในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในกรุงเทพฯมีจุดเสี่ยงและจุดล่อแหลม จึงต้องมีการร่วมมือ โดยกทม.จะเข้าไปปรับสภาพแวดล้อม อาทิ ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด และงบประมาณ เป็นต้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ออกตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดล่อแหลม
'กทม.' จัด 'คาร์ฟรีเดย์' 22 ก.ย. หวังแก้รถติด-มลพิษเมืองหลวง
น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ในวันที่ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันคาร์ฟรีเดย์ หรือวันปลอดรถ ซึ่งทั่วโลกจะร่วมรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหรือรถจักรยาน เพื่อลดมลพิษทางอากาศและจราจรติดขัด ซึ่งกทม.กำหนดจัดกิจกรรมบางกอกคาร์ฟรีเดย์ 2013 วันที่ 22 กันยายน ที่สนามหลวง โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย จะรณรงค์ปั่นจักรยานตั้งแต่สนามหลวงถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่กทม.จะจัดพื้นที่ปลอดรถ บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ โดยจะขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางมาพื้นที่ให้ใช้บริการรถสาธารณะ ซึ่งกทม.จะเปิดช่องจราจรสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น
น.ส.ตรีดาว กล่าวว่า ส่วนวันที่ 4 กรกฎาคมจะประชุมหารือร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) เพื่อจัดทำแผนการรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ ตั้งแต่ก่อนวันจัดงานไปจนถึงหลังวันจัดงาน โดยมอบหมายสำนักสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้งก่อนและหลังวันจัดงาน เพื่อประเมินว่าเมื่อมีการลดใช้รถยนต์เพียง 1 วัน สามารถลดมลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯได้แค่ไหน
"วันคาร์ฟรีเดย์ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์พอดี ซึ่งกทม.จะกำหนดเส้นทางขบวนจักรยานที่จะขี่รณรงค์ทั่วกรุงเทพฯ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบก่อนล่วงหน้า จะได้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ไม่ประสบปัญหาจราจรติดขัดเหมือนปีที่แล้ว" น.ส.ตรีดาว กล่าว
'สุขุมพันธุ์' เรียกถกสำนักระบายน้ำ รับมือฤดูฝนถล่มกรุง
น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. จะเป็นประธานการประชุมติดตามงานตามนโยบายด้านการป้องกัน แก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ที่ห้องประชุมศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม ชั้น 6 สำนักการระบายน้ำ กทม. เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำฝนในช่วงเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม รวมถึงติดตามความคืบหน้าการขุดลอกคู คลอง การล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ และการบริหารจัดการสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์
น.ส.ตรีดาว กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะติดตามความคืบหน้าโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ อาทิ โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง โครงการก่อสร้างทางด่วนระบายน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำระยะยั่งยืนในส่วนของกทม. ซึ่งขอรับอนุมัติงบประมาณจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) วงเงิน 350,000 ล้านบาท ทั้งการดำเนินการในส่วนของรัฐบาล และกทม. และแผนงานและโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสียระยะ 4 ปี ระหว่างปี 2556-2560
กทม.เดินหน้าสร้างเตาเผาขยะหนองแขม ตั้งเป้าเพิ่มกำลังเผา 500 ตัน/วัน
นายบรรจง สุขดี รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยพลังงานความร้อนสูงขนาด 300 - 500 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เนื้อที่ขนาด 30 ไร่ ที่จะแปรรูปมูลฝอยเป็นกระแสไฟฟ้า ว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ให้แล้ว โดยขณะนี้ทางบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการประมูลรับสัมปทานในการดำเนินโครงการ กำลังเข้าปรับปรุงพื้นที่เพื่อเริ่มก่อสร้าง คาดว่าภายในเดือนนี้จะสามารถเริ่มตอกเสาเข็มได้ โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 700 วัน
"สัญญาสัมปทานมีระยะเวลา 20 ปี โดยงบประมาณในการก่อสร้างและการดำเนินกิจการทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด ส่วนกทม.จ่ายเฉพาะค่ากำจัดขยะในอัตราตันละ 970 บาท แต่หลังจากที่ครบสัญญาสัมปทานทรัพย์สินจะตกเป็นของกทม.ทั้งหมด" นายบรรจง กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการนี้เป็นการนำร่องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่มากำจัดขยะของกทม. แทนการฝังกลบ ซึ่งขณะนี้กทม.นำขยะไปฝังกลบในจังหวัดนครปฐม และจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการสร้างเตาเผาขยะจะติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งบริหารจัดการโรงงานเป็นระยะเวลา 20 ปี จากนั้นจะโอนให้กทม. ดำเนินการบริหารจัดการ ซึ่งเตาเผาดังกล่าวจะไม่เกิดมลพิษ เนื่องจากมีระบบกำจัดมลพิษต่างๆ ตามหลักสุขาภิบาล ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม



