
'มาร์ค'จี้'ปู'เร่งแก้'จำนำข้าว-ไฟใต้'
'อภิสิทธิ์' จี้ 'นายกฯ' เร่งแก้ปัญหา 'จำนำข้าว-ไฟใต้' ชี้ควบตำแหน่ง 'กห.' หวังเพิ่มเสียงโยกย้ายนายทหาร เผยเตรียมยื่นถอดถอนครม.ทั้งคณะ ปมโครงการน้ำสัปดาห์นี้
1 ก.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับครม. โดยเฉพาะตำแหน่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ขอฝากให้เร่งทำงาน โดยยึดหลักเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนและทบทวนนโยบายที่ยังเป็นปัญหา เช่น โครงการรับจำนำข้าว และปัญหาภาคใต้ นอกจากนี้รัฐบาลไม่ควรเอาเรื่องยุ่งๆเข้ามาทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย หากทำแบบนี้ได้ก็จะทำให้รัฐบาลเป็นที่ยอมรับมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นายกฯจะต้องเร่งทำโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าการที่นายกฯ นั่งควบรมว.กลาโหมด้วยนั้น เป็นการเพิ่มเสียงการเมืองในคณะกรรมการโยกย้ายแต่งตั้งนายทหาร เพราะตนมองไม่เห็นสาเหตุอื่น ซึ่งการที่นายกฯปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น ก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในเรื่องโครงสร้างอำนาจหน้าที่ทหาร อย่างไรก็ต้องดูการกระทำเป็นตัวพิสูจน์นายกฯ
ทั้งนี้การที่นายกฯมานั่งเป็นรมว.กลาโหม ซึ่งต้องทำงานแก้ไขปัญหาภาคใต้ด้วย ก็อยากให้นายกฯให้น้ำหนักการให้ความสำคัญข้อมูลกับฝ่ายต่างๆ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหา และอยากให้นายกฯเร่งทำโครงสร้างของการแก้ปัญหาเรื่องหลักๆให้ชัดเจน อย่างไรก็ตามสุดท้ายนายกฯก็ต้องมอบ รมช.กลาโหมทำงานแทน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือ คนที่มีการควบขณะนี้จะมีกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ แล้วก็มีกระทรวงกลาโหม ซึ่งคิดว่างานที่น่าสนใจและเป็นปัญหาอยู่ 2 เรื่องใหญ่ในเชิงนโยบาย คือเรื่องข้าว กับเรื่องของปัญหาภาคใต้ ทั้ง 2 เรื่องนี้ ซึ่งการควบตำแหน่ง อาจจะทำให้ยิ่งสับสนกันหนักขึ้นไปใหญ่
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่จะรับผิดชอบปัญหาภาคใต้จะมีปัญหากับพล.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต.หรือไม่ เพราะมีปัญหากับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ ที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาก่อน นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องรอให้นายกฯกำหนดโครงสร้างการแก้ปัญหาให้ชัด เพราะโครงสร้างยังสับสน ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. และ ศอ.บต. จะแบ่งหน้าที่การทำงานกันอย่างไร
ส่วนการให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นั้น ตนเชื่อว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ เข้าใจประเด็นปัญหาและเข้าใจกับกองทัพได้ดี แต่พล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นแค่ รมช.กลาโหม จะทำงานได้ครอบคลุมทุกหน่วยงานหรือไม่ เพราะอยู่ในสถานะรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ อีกทั้งปัญหาภาคใต้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง ซึ่งน่าห่วง ดังนั้นควรต้องเร่งสะสางและทบทวน โดยเห็นว่า สมช.จะต้องเป็นตัวหลักในการแก้ไปปัญหาและสำหรับข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ยื่นเสนอมานั้นขาดความจริงใจในการทำงานร่วมกัน เพราะหากไม่มีความจริงใจการพูดคุยก็เดินไปได้ยาก
'ปชป.' เตรียมยื่นถอดถอนครม.ทั้งคณะ ปมโครงการน้ำสัปดาห์นี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นถอดถอนครม.ทั้งคณะ จากปัญหาโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทว่า ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ทางพรรคจะมีการประชุมส.ส.พรรค เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากจะต้องนำคำวินิจฉัยของศาลปกครองมาประกอบการพิจารณาในการปรับถ้อยคำ รวมทั้งการที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สินได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ 4 ธนาคาร เพื่อกู้ในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน มาพิจารณาประกอบด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาได้ภายในสัปดาห์นี้
'อภิสิทธิ์' เตือน 3 ข้อ 'รัฐบาล' ลดเงื่อนไขขัดแย้ง-การเมืองข้างถนน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชลแนล ถึงการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวว่า ตนได้รวบรวมข้อสังเกตจากบทความในต่างประเทศ ทั้งยุโรป และอเมริกา ซึ่งบังเอิญสอดคล้องกับการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาว กับการประท้วงในประเทศตุรกี อียิปต์ บราซิล และประเทศแถวยุโรป อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งตนคิดว่า ควรเก็บเกี่ยวมาเป็นบทเรียน สำหรับทุกรัฐบาลว่า ทำอย่างไร อย่าทำให้เกิดเงื่อนไขเหล่านี้ขึ้น คือ 1.ไม่ปิดกั้นสื่อ ปิดกั้นการตรวจสอบ ให้สภาทำงานได้ ให้ได้แสดงออกได้ตามความเหมาะสม การประท้วง การชุมนุม ก็จะไม่บานปลาย 2. การบริหารประเทศที่โปร่งใสไม่ฉ้อฉล ทุจริต ต้องตระหนักว่า เงินทุกบาท ทุกสตางค์ เป็นของประชาชน ไม่ใช่ใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง แล้วมีการฉ้อฉล ทุจริต และ 3. เร่งความเข้าใจกับเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข่าวสาร ทั้งนี้ตนคงไม่สามารถบอกได้ว่า ถ้าทำอย่างนี้แล้วจะไม่มีการชุมนุม แต่น่าจะช่วยลดเงื่อนไขที่จะไม่ให้การชุมนุมลุกลาม บานปลายได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น แต่สิ่งสำคัญก็คือ ตัวการฉ้อฉลอำนาจ ถ้ารัฐบาลสลัดให้พ้นจากตรงนี้ทั้งการผลักดันนิรโทษกรรมเพื่อช่วยพรรคพวกตัวเอง ก็ควรประกาศเลิก แล้วเปิดเผยข้อมูล อย่างโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งจะลดความรู้สึกที่จะทำให้คนออกสู่ท้องถนน แต่หากทิ้งไว้ ยิ่งสะสม ก็จะเป็นความคลางแคลงใจ ไม่ไว้วางใจ แล้วก็จะยากที่จะทำให้ยุติลงได้ง่ายๆ และรัฐบาลนี้ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจกับเรื่องแบบนี้ แต่คิดอย่างเดียวว่า คนนั้น คนนี้อยู่เบื้องหลัง จะล้มกัน ฉะนั้นต้องเอากำลังเข้ามา ไปข่มขู่กัน ใช้มวลชน หากเป็นอย่างนี้จะบานปลาย
เมื่อถามว่า หากเปิดสภา กฎหมายล้างผิด การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะกลายเป็นเงื่อนไข ที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะมีหลายเรื่องที่ซ้อนกัน ฉะนั้นควรจะเคารพเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย ตรงนี้จะเป็นจุดหลักที่สุด ซึ่งการนิรโทษกรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับการเลี่ยงเรื่องกฎหมายเรื่องเงินกู้ และอื่นๆ มันเป็นรูปธรรมของคนกำลังประท้วง



