
'ศรีสุวรรณ'ยื่นเอาผิด'โต้ง'กู้เงินโครงการน้ำ
'ศรีสุวรรณ' ยื่นเอาผิด'โต้ง-รองปลัดคลังฯ'เซ็นกู้เงินโครงการน้ำ
เมื่อเวลา 11.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพิ่มเติมกรณีขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 275 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 ตามอำนาจหน้าที่ของ ปปช. ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2554) กรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง ในฐานะผู้สั่งการ และนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ได้ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายในการกระทำการลงนามในสัญญาเงินกู้ (Term Loan) กับธนาคาร 4 แห่ง ทั้งๆ ที่รู้ว่าศาลปกครองกลางได้มีคำพิพพากษาให้ชะลอโครงการออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช. เป็นผู้รับหนังสือ
โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นไปตามคาดที่ รมว.คลัง และรองปลัดกระทรวงการคลัง ท้าทายประชาชนในการลงนามสัญญากู้เงิน ตาม พรก.เงินกู้ 3.5 แสนล้าน โดยไม่ฟังคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง แสดงว่าท้าทายกฎหมาย และละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางสมาคมจึงได้เดินทางมาให้ ปปช.ดำเนินการไต่สวนตามรัฐธรรม 2550 มาตรา 275 ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 250 (2) และ (3) ต่อไป ทั้งนี้ ถ้า ปปช.ไม่ดำเนินการ ผู้ร้องก็มีสิทธิจะไปยื่นเรื่องต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา เพื่อให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาเพื่อดำเนินการ แต่ถึงอย่างไรก็ตามคิดว่าน่าจะจบที่ ปปช.ได้ ทั้งนี้ตนคิดว่า ระยะเวลาที่ไม่ล่าช้าเกินไปในการดำเนินการคือ 49 วัน ตามขั้นตอนการทำงานของศาลปกครองกลาง ส่วนกรณีที่มีการเซ็นต์สัญญาก่อนศาลปกครองกลางมีคำสั่งนั้น เรื่องจริงเป็นอย่างไรตนไม่ทราบต้องให้ ปปช.ไต่สวนข้อเท็จจริง
เครือข่ายประชาชนยื่นข้อเสนอรัฐทบทวนแผนจัดการน้ำ
ขณะที่นางปฐมมน กัณหา ตัวแทนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนติดตามนโยบายการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านเปิดเผยว่า เพื่อติดตามตรวจสอบนโยบายรัฐในการพัฒนาโครงการพื้นฐานและการพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ก่อผลกระทบต่อชุมชน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะพื้นที่ชลประทานถ้ามีการผันน้ำ หรือเป็นพื้นที่รับน้ำในอนาคต อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการติดตามผลกระทบที่เกิดจากนโยบายรัฐ เครือข่ายภาคประชาชนติดตามนโยบายการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ที่ประกอบด้วยเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน มีข้อเสนอต่อรัฐประกอบด้วย ให้รัฐบาล และ กบอ. ทบทวนยุทธศาสตร์นโยบายการบริหารจัดการน้ำ ให้สอดคล้องกับระบบภูมินิเวศทางสิ่งแวดล้อม และสังคม รัฐบาลต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการประเมินผลกระทบทางสังคม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ให้รัฐบาลระงับการเซ็นสัญญากับบริษัทที่ยื่นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนาของการแข่งขันการประมูล ที่ยังไม่มีราคากลางในระหว่างที่มีการคัดเลือกบริษัทเหล่านั้น รัฐบาลต้องจัดให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามีส่วนในการวางแผน ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผิดชอบร่วมกัน เป็นไปตามหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญกำหนด
นางปฐมมน กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน จะรวมกันเพื่อติดตามการดำเนินการของรับบาลและคณะกรรมการบริหารจัดาการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)ในการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ



