
'ภักดีหาญส์'ป้อง'ปู'ควบสองตำแหน่งไม่ผิด
"ภักดีหาญส์"ป้องนายกฯควบ 2 ตำแหน่งไม่ผิด ชี้ครม.ปู 5 ปชช.ยอมรับ อัดปชป.เริ่มเป๋หวั่นหาช่องโจมตีไม่ได้ ลั่นโดนยุบทุกอย่างจะดีขึ้น
วันที่ 1 ก.ค.56 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปรับครม.ใหม่ของรัฐบาลว่า การปรับครม.ครั้งนี้เหมือนเข้าโรงพยาบาล แต่ไม่ได้เข้าไปรับการผ่าตัด เพียงแค่เข้าคลินิกเสริมความงาม เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม ถ้าคนบงการยังเหมือนเดิม รัฐบาลก็ยังเหมือนเดิม การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม เพื่อหวังผลแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ว่า การปรับครม.ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดและวางตัว ครม.ชุดใหม่เอง ทุกอย่างเป็นไปตามความเหมาะสม ไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อคนกลุ่มใด หากครม.ชุดใหม่ที่จะเลือกเข้ามาทำงานนั้น ไม่ตรงสเปก หรือเป็นคนที่ทำงานไม่เป็นรัฐบาลจะให้เข้ามาเป็นภาระพี่น้องประชาชนทำไม
ทั้งนี้รัฐบาลเชื่อว่าครม.ชุดใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของรัฐบาลให้ดีขึ้นกว่าเดิม การโยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่งถึงเวลาเราก็สามารถทำได้ การปรับครม.ครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับของคนในรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและประชาชน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้หวังให้พรรคประชาธิปัตย์จะเห็นด้วย ทุกครั้งที่รัฐบาลจะมีการดำเนินการใดๆ หรือปรับเปลี่ยนอะไร นายอภิสิทธิ์และพรรคพวกก็ไม่เคยสนับสนุนหรือเห็นด้วยอยู่แล้ว หากนายกรัฐมนตรีจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมด้วยก็ไม่แปลกและก็ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่ทำได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร รับผิดชอบนโยบายทุกด้านของประเทศ รวมทั้งเรื่องความมั่นคงและนโยบายทางการทหาร ทั้งนี้ท่านก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทางภาคใต้มาโดยตลอดหากควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมก็จะทำการทำงานง่ายขึ้น ขอร้องนายอภิสิทธิ์อย่าตีความตามความคิดของตนเอง หากคิดว่านายกฯจะมาโยกย้ายทหารนั้นขอให้คิดใหม่
กรณีที่ปรับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ออกจากตำแหน่ง รมว.พาณิชย์รัฐบาลขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการตัดปัญหาเรื่องข้าวเจ๊งอย่างที่นายชวนนท์กล่าวหาแน่นอน นายบุญทรงปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี เมื่อเกิดปัญหาก็พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ รมว.พาณิชย์คนใหม่ท่านก็คลุกคลีอยู่กับวงการนี้ ทำงานร่วมกันกับนายบุญทรงมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนจึงเป็นแค่การยื่นไม้ผลัดกันวิ่งเพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าตัวนายบุญทรงเองก็ไม่มีปัญหาและพร้อมที่จะยืนข้างคอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหานี้อย่างแน่นอน
การที่พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกเดือดร้อนกับการปรับครม.ครั้งนี้ของรัฐบาล เพราะกลัวว่าจะหาทางตีรัฐบาลไม่ได้ เพราะบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนั้นเป็นบุคคลที่มีชื่อในเรื่องการบริหารงานมาตั้งแต่อดีต เป็นบุคคลที่ประชาชนยอมรับ คราวนี้ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเริ่มเป๋ จึงต้องแสดงอาการกระอักกระอ่วนเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์เองมีความมั่นคงเพียงเรื่องเดียวคือ เป็นพรรคการเมืองที่มีอายุมาก แต่ในส่วนของบุคลากรมันเริ่มแย่ ยิ่งพอมาถึงยุคของนายอภิสิทธิ์ยิ่งแล้วใหญ่หาดีแทบไม่ได้ เหลือแต่ลูกผีลูกคน ฉะนั้นตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์คงยังไม่มีความพร้อมหากจะมีการเลือกตั้ง ควรเอาเวลาในส่วนที่โจมตีรัฐบาลไปอบรมลูกพรรค หรือปฏิรูปพรรคตนเองจะดีกว่า หรือถ้ามันยังไม่ได้ผลก็คงจะต้องรอให้พรรคประชาธิปัตย์โดนยุบ เพื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ออกมา วิจารณ์การปรับคณะรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี “ครม.ปู 5” ว่า ไม่มีกฎหมายใดห้ามหากนายกรัฐมนตรีจะควบ 2 ตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องผิด เป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้จะมาเป็น รมว.กลาโหมหญิงคนแรก ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรมากมายเลย เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นถึงนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยก็เป็นมาแล้ว ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม นั้นทุกตำแหน่งเมื่อถึงเวลาก็สามารถปรับกันได้ ไม่ได้เปลี่ยนเพราะทำนโยบายล้มเหลว ไม่ได้โกงแล้วจึงเปลี่ยนแบบพรรคประชาธิปัตย์
จวก "ราเมศ" ดูตัวเองยก"มาบตาพุดเป็นตัวอย่าง"
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวถึงกรณีที่ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ชะลอการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอย่าโยนความผิดให้ศาลปกครอง นายกฯ ต้องยอมรับผิดว่าโครงการนี้รัฐบาลทำไปโดยผิดรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลไม่เคยสนใจใยดีต่อสิทธิของประชาชน ว่า กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ชะลอการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำนั้น รัฐบาลก็ยอมรับในคำตัดสิน ทั้งนี้อาจจะเป็นความผิดพลาดไปบ้างแต่รัฐต้องปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายราเมศที่ว่ารัฐบาลไม่ใยดีต่อสิทธิประชาชน เพราะโครงการนี้รัฐทำเพื่อประชาชนและประเทศ ทั้งนี้เราก็จะนำคำสั่งของศาลไปปฏิบัติตามให้สมบูรณ์ โดยเชื่อว่าโครงการนี้จะไม่ล้มแน่นอน รัฐได้เตรียมดำเนินการตามมาตรา 52 วรรค 2 ที่ว่าด้วยเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยการจัดนิทรรศการตามต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และจะจัดเวทีเสวนาประชาชนในแต่ละภาค
ส่วนการเตรียมดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 ไปทำการประเมิณผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA และ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA นั้น ได้มอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแล โครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐเห็นว่าควรที่จะรีบดำเนินอย่างเร็วที่สุด เพราะประเทศของเรากำลังขาดตกบกพร่องในเรื่องนี้มาก หากไม่รีบแก้ไขก็จะทำให้ประเทศเสียหาย โครงการนี้ไม่ได้ทำแค่ป้องกันเรื่องอุทกภัยเพียงอย่างเดียว แต่เราจะมุ่งแก้ไขด้านทรัพยากรน้ำทางด้านเกษตรกรรม ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในวันนี้ได้มีคำสั่งของศาลปกครองกลางออกมาแล้ว เราก็เร่งกลับไปรีบดำเนินการ โดยไม่ล้มเลิกโครงการนี้อย่างแน่นอน นายกรัฐมนตรีไม่ได้จะโยนความผิดให้ศาลปกครองอย่างที่ถูกนายราเมศกล่าวหา
อย่างไรก็ตามหากนายราเมศจำได้ กรณี “มาบตาพุด” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นศาลปกครองสูงสุดฟ้องนายอภิสิทธิ์และครม.ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานฯ ขอไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราว ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานการให้ความเห็นของ องค์การอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง พ.ศ.2553 พร้อมทั้งขอเพิกถอนคณะกรรมการประสานงานการให้ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เคยถามความเห็นประชาชนก่อนออกกฎหมาย คณะกรรมการประสานงานฯชุดนี้ส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็นบุคคลจากทางภาครัฐและไม่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม นายราเมศบอกได้ไหมว่านายอภิสิทธิ์และครม.ในขณะนั้นเห็นประชาชนเป็นอะไร เพราะฉะนั้นหากตัวเองยังทำไม่ดีก็ไม่สมควรแบกหน้ามายืนด่าคนอื่นแบบหน้าด้านๆ ความชั่วของตัวเองทำลืม พอรัฐทำผิดพลาดนิดเดียวก็ดาหน้าออกมาด่ามาว่า เอาประชาชนมาอ้างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง



